”สรวงศ์“ กางไทม์ไลน์ “สร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง งบ 1,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จในอีก 3 ปี

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

21 พฤษภาคม 2568

”สรวงศ์“ กางไทม์ไลน์ “สร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง งบ 1,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จในอีก 3 ปี

(วันนี้ 21 พ.ค.68) รอคอยมานานกว่า 40 ปี! งบประมาณการสร้างกว่า 1,000 ล้านบาท สร้างกระเช้าภูกระดึง เปิดทางเศรษฐกิจ-อนุรักษ์ธรรมชาติ ตั้งเป้าเสร็จปี 2570

รัฐบาลเดินหน้าเต็มรูปแบบ โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จังหวัดเลย พร้อมเปิดแผน 8 ขั้นตอน การดำเนินงานภายใต้งบ 25.7 ล้านบาท เป็นการออกแบบและศึกษา หวังขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และเปิดโอกาสการเข้าถึงธรรมชาติสำหรับทุกคน

“ภูกระดึง” หนึ่งในอุทยานแห่งชาติยอดนิยมของไทย ที่นักท่องเที่ยวหลายรุ่นจดจำในฐานะ “สักครั้งในชีวิต ผู้พิชิตภูกระดึง“ ภูแห่งความท้าทาย ที่ต้องใช้แรงกายเดินเท้านานกว่า 5-6 ชั่วโมงจึงจะไปถึงยอด

โดย “กระเช้าภูกระดึง” ถูกหยิบยกขึ้นมาเสนอในเวทีสาธารณะหลายครั้งตั้งแต่ ปี 2520 แต่ก็ยังไม่สามารถเดินหน้าได้จริง เนื่องจากข้อถกเถียงด้านสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสม และผลกระทบต่อชุมชน

ล่าสุดปี 2568 รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตัดสินใจเดินหน้าอย่างจริงจัง โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวความคืบหน้าโครงการอย่างเป็นทางการ วันนี้ 21 พ.ค. 2568 พร้อมเปิดเผยงบประมาณของโครงการนี้ โดยใช้งบประมาณ 25.7 ล้านบาท ในเฟสแรกสำหรับการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยมอบหมายให้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เป็นหน่วยงานหลัก

รมว.สรวงศ์ ยืนยันว่า โครงการนี้ต้อง ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องเป็น แบบจำลองของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่สมดุลระหว่าง การอนุรักษ์ธรรมชาติ และ การส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเน้นแนวคิด “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ซึ่งมุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย ทุกความสามารถ เข้าถึงธรรมชาติได้อย่างเท่าเทียมกันตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27

โครงการจะใช้แนวคิด Minimum Intervention คือ “ออกแบบโดยไม่รบกวนธรรมชาติ” โดยเลือกเส้นทางและจุดก่อสร้างให้กระทบระบบนิเวศน้อยที่สุด พื้นที่บางส่วนของโครงการอยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1A ซึ่ง เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ จึงต้องผ่านกระบวนการการจัดทำ EIA อย่างละเอียดรอบด้าน และต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานอิสระ เช่น คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)

เปิด ไทม์ไลน์ 8 ขั้นตอน คาดแล้วเสร็จภายใน 3 ปี

โครงการนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ รวม 8 ขั้นตอน ใช้เวลาทั้งหมด 2 ปี 6 เดือน ตั้งแต่ พฤษภาคม 2568 – พฤศจิกายน 2570 ดังนี้

ระยะที่ 1 (ขั้นตอนที่ 1-3)

พ.ค. 2568 – มี.ค. 2569 (10 เดือน)

  • ศึกษาและจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียด
  • ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม กายภาพ สังคม สุขภาพ และวิถีชีวิตชุมชน
  • จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ

ระยะที่ 2 (ขั้นตอนที่ 4-6) เม.ย. – ส.ค. 2569 (5 เดือน)

  • เสนอรายงาน EIA ต่อ สผ. เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของ คชก. และ กก.วล.
  • ขออนุญาตก่อสร้างจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  • เสนอโครงการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

ระยะที่ 3 (ขั้นตอนที่ 7-8) ก.ย. 2569 – พ.ย. 2570 (15 เดือน)

  • เริ่มดำเนินการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง
  • ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 12 เดือน

นอกจากมิติด้านสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ยังมุ่งยกระดับเศรษฐกิจชุมชนรอบภูกระดึงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ พื้นที่ตีนภู ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางบริการการท่องเที่ยวใหม่ ทั้งในด้านที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และกิจกรรมชุมชน

ทางด้าน อพท. ยังเตรียมมาตรการดูแลกลุ่มลูกหาบ ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนให้เข้ามามีบทบาทใหม่ในธุรกิจบริการและพาณิชย์ท้องถิ่น เช่น การจัดสรรพื้นที่ขายสินค้า การอบรมวิชาชีพ หรือร่วมเป็นผู้ประกอบการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน

“กระเช้าแห่งโอกาส” นอกจากส่งเสริมเศรษฐกิจ กระเช้ายังสามารถใช้เป็นเส้นทาง “กู้ภัยทางอากาศ” ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น พานักท่องเที่ยวเจ็บป่วยลงจากภู ขนส่งอุปกรณ์ดับไฟป่า หรือช่วยเหลือสัตว์ป่าบาดเจ็บ เพิ่มศักยภาพด้านความปลอดภัย

รัฐมนตรีสรวงศ์ สรุปเจตนารมณ์ของโครงการกระเช้าภูกระดึงไว้ชัดเจน ว่า “โครงการนี้ไม่ใช่แค่ของกระทรวง หรือรัฐบาล…แต่เป็นของคนไทยทุกคน ที่ต้องมีส่วนร่วมในการดูแลธรรมชาติและใช้ประโยชน์จากมันอย่างเท่าเทียม”

จากแนวคิด ความฝัน สู่ความเป็นจริง ที่รอคอยนานนับหลายสิบปี สู่การเดินหน้าอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการนี้กำลังพิสูจน์ว่า “การเข้าถึง” ไม่จำเป็นต้องแลกกับ “การทำลาย” และ “การท่องเที่ยว” อาจเป็นคำตอบใหม่ ในเรื่องของเศรษฐกิจ ความเสมอภาค และการอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมๆกัน