ชาวสุรินทร์ ไม่กล้ากินอึ่ง! หลังมีคนผ่าท้องอึ่งไข่ เจอซากศพทหารเขมร?
แพทตี้ อีจัน
8 สิงหาคม 2568

อวสานต้มอึ่งไข่ ซดน้ำแซ่บๆ หลายคนถึงขั้นเลิกกิน เมื่อได้ยินเรื่องนี้…
วานนี้ (7 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ บริเวณพื้นที่ใกล้แนวชายแดนที่มีการปะทะ พบว่าตามหมู่บ้านต่าง ๆ เงียบเหงา บ้านแต่ละหลังล็อคกุญแจปิดเงียบ เนื่องจากทางการยังไม่ให้กลับเข้าพื้นที่ในช่วงนี้ ชาวบ้านจึงต้องอยู่ต่อที่ศูนย์อพยพที่ทางรัฐจัดให้ตามพื้นที่ต่างๆ
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก ช่วงนี้ก็ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องติดต่อกัน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนจะมีฝนเทลงมาตลอดเกือบจะทั้งคืน ฝนที่ตกลงมาทำให้อึ่งไข่ร้องระงมเรียกหาคู่ผสมพันธุ์ ซึ่งหากเป็นช่วงปกติที่ผ่านมาชาวบ้านจะพากันไปส่องหาอึ่งนำมาประกอบอาหารกินกันแล้ว แต่พอมาช่วงนี้ไม่มีใครที่จะกล้าหามาทำกิน

นายอภินพ อนุทูล ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ชายแดน เล่าย้อนความให้ฟังว่า เมื่อปี 54 หลังไทย-กัมพูชา ปะทะกันเสร็จแล้ว พื้นที่สงบได้ไม่นาน ไทยและกัมพูชาก็สามารถไปมาหาสู่กันได้ในพื้นที่เส้นทางแถวปราสาทตาเมือนธม มีการนำสินค้ามาซื้อขายเปลี่ยนกันระหว่างชาวกัมพูชากับชาวบ้านฝั่งไทยในเขตชายแดนติดต่อกัน ช่วงนั้นก็เป็นช่วงฤดูฝนชาวกัมพูชาก็ได้จับอึ่งนำมาขาย ชาวบ้านเราเห็นอึ่งตัวใหญ่สมบูรณ์ท้องโตคงมีไข่เต็มท้อง จึงได้พากันซื้อกลับมาทำกินกัน ปรากฏว่าเมื่อนำอึ่งไปย่างจนสุกแล้วแกะผ่าท้องดูพบว่าภายในพุงอึ่งที่ชาวบ้านคิดว่าเป็นไข่อึ่ง กลับกลายเป็นเส้นผมและเศษเมือกคล้ายผิวหนังคน ที่ตายเน่าเปื่อยจนเนื้อหนังหลุด คาดว่าน่าจะเป็นศพทหารกัมพูชาที่ตายจากการปะทะ แล้วทางฝั่งกัมพูชานำกลับไปไม่หมดถูกทิ้งให้เน่า อึ่งก็คงจะไปแทะไปกินก่อนที่ชาวบ้านจะไปจับมาขายให้ฝั่งไทย ตอนนี้ชาวบ้านก็เลยไม่กล้ากินเมื่อนึกถึงภาพอึ่งที่ติดตาช่วงเมื่อปี 54 ที่ผ่านมา

โดยวันนี้ก็ได้มีชาวบ้านที่อพยพออกไปพักยังศูนย์พักพิง หลายคนโทรมาสอบถามตนว่าจะสามารถกลับเข้ามาได้วันไหน ตอนนี้ก็ต้องรอคำสั่งจากทางการว่าจะให้กลับมาได้ตอนไหน แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถเข้ามาพักถาวรได้ อนุญาตได้เพียงแค่เข้ามาตรวจสอบบ้านและดูสัตว์เลี้ยง เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นแล้วให้กลับไปคืน ซึ่งต่างก็ลุ้นระทึกกันอยู่ว่าผลการประชุม GBC จะออกมารูปแบบไหน

ส่วนตัวประเมินตามที่อยู่ในเหตุการณ์ตรงนี้มานาน ไม่เชื่อใจกัมพูชาอยู่แล้ว แต่เดิมเข้าใจด้วยที่ว่าเรามีคุณธรรมพอที่เห็นคนลำบาก มีความเมตตาสงสาร แต่พอมาเจอหนัก ๆ แบบนี้ เจอผลกระทบกับตัวเองกับชาวบ้านที่มีการปะทะกัน โดยได้เจรจาแล้วแต่กัมพูชาไม่ยอมหยุด ตนมองว่าการที่จะดูแลกันในอนาคตคงจะค่อนข้างยากหลังจากนี้ เรามั่นใจว่าประเทศไทยเราอยากจะยุติ แต่ทางฝั่งกัมพูชาจะยุติกับเราไหมแค่นั้น ตนมั่นใจว่าทางกัมพูชาไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้อย่างแน่นอนตนเชื่อแบบนั้น
ล่าสุด อีจันได้สอบถาม รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้ข้อมูลว่า “ที่ชาวบ้านเจอซากศพทหารเขมรในท้องอึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากไม่ตรงกับพฤติกรรมของอึ่ง เพราะสัตว์กลุ่มนี้กินแต่แมลงเป็นหลัก แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่ามันอาจเข้าไปกินแมลงที่ตอมศพ อย่างมากก็อาจจะเป็นหนอน แต่ไม่สามารถกินพวกเนื้อของซากศพได้

ส่วนกรณีที่อึ่งอ่างอาจจะไปกินแมลงหรือหนอนที่อยู่ตรงศพ แล้วลิ้นตวัดไปโดนเส้นผมนั้น ค่อนข้างยาก เพราะลักษณะของการกินของกบหรืออึ่งอ่าง จะตวัดลิ้นพุ่งออกไปจับเหยื่อแล้วตวัดเข้าลิ้นปาก โดยลักษณะระบบทางเดินอาหารเป็นแบบกระเพาะตรง หากเป็นของที่เคี้ยวไม่ได้ ก็น่าจะคายออกไป หรืออาจจะไม่ได้ตั้งใจจะกินตั้งแต่แรก
ถ้าเป็นกบเลี้ยงในบ่อเลี้ยง ที่บางทีอาจจะหิวมาก ก็อาจจะกินอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงหน้า เช่น ก้อนหินได้ แต่ในกรณีของกบธรรมชาติ ถ้าบอกว่ามีหนอนมีแมลงตอมศพเยอะ ก็คงเลือกกินของพวกนี้ก่อน
คิดว่าชาวบ้านอาจจะเข้าใจผิดไปเอง เพราะเรื่องนี้แทบไม่น่าเป็นไปได้เลย”
แล้วลูกเพจล่ะคะ คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?