4 บ.ยักษ์ เปิดสมรภูมิ AI ทุ่มลงทุนรวมกว่า 320,000 ล้านดอลลาร์
น้ำฝน อีจัน
10 กุมภาพันธ์ 2568

ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตของมนุษย์ เข้าไปอยู่ในทุกความหลากหลายทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ AI เติบโตเร็วและเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจและโลกกายภาพมากขึ้น จากการรายงานของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ได้ระบุว่า AI ในยุคแรกที่คนใช้กัน คือ Machine Learning และได้ถูกพัฒนาต่อยอดไปสู่ Deep Learning ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น สำหรับในระยะข้างหน้ามองว่าเทรนด์ AI จะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการตอบโต้กับโลกกายภาพได้มากขึ้น อาทิ
- ยานยนต์ไร้คนขับ ที่เป็นระบบการขับขี่โดยไม่มีมนุษย์ควบคุม
- เทคโนโลยี Digital Twin ที่สร้างแบบจำลองเสมือนจริงของวัตถุทางกายภาพ
- Avatar AI ที่เป็นการสร้างตัวแทนบุคคลเสมือนจริง ส่งผลให้ตลาดของเทคโนโลยี AI ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
จากข้อมูลของ Statista คาดว่า มูลค่าตลาดของเทคโนโลยี AI มีแนวโน้มเติบโตราว 27.6% ต่อปีในช่วงปี 2025-2030 มาอยู่ที่ 8.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2030

กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จาก AI
1) ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ นับตั้งแต่ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับผลิตชิปขั้นสูงอย่าง ASML ผู้ผลิตและออกแบบชิป (NVIDIA) ผู้รับจ้างผลิต (TSMC) ไปจนถึงกลุ่มให้บริการแพ็กเกจ ประกอบและทดสอบชิป
2) อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ซึ่งปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ ได้เริ่มนำเอาซอฟต์แวร์ AI มาใช้ในการประมวลผลข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น เช่น ธุรกิจ Healthcare ที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลด้านสุขภาพ วินิจฉัยและรักษาโรค รวมถึงการดูแลผู้ป่วย เป็นต้น ทั้งนี้ Gartner คาดการณ์ว่าตลาดซอฟต์แวร์ AI มีแนวโน้มจะเติบโตเฉลี่ยราว 19% ต่อปีในช่วงปี 2023-2027
3) ธุรกิจ AI applications ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT และ Google Gemini
นอกจากความต้องการบริโภค AI ที่แข็งแกร่งแล้ว ความท้าทายจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการผูกขาดทางการค้ายังส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตของ AI อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากเม็ดเงินลงทุนที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ต่างทุ่มเทให้กับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะไม่น้อยลงเลยในปี 2025
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Meta, Amazon, Alphabet และ Microsoft มีแผนใช้เงินลงทุนพัฒนา AI และสร้างศูนย์ข้อมูลในปี 2025 รวมกันสูงถึง 320,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าปี 2024 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยจากการให้สัมภาษณ์ของบรรดาซีอีโอในช่วงต้นปีนี้ และรายงานผลประกอบการในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

Amazon : วางแผนจะใช้เงินลงทุนมากที่สุดจำนวน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้ โดยจะใช้เงินลงทุนส่วนใหญ่ไปกับ AI สำหรับแผนก Amazon Web Services ขณะที่ Microsoft เปิดเผยว่าในปี 2025 บริษัทจะลงทุนราว 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับการพัฒนา AI โดยเฉพาะ และครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินลงทุนดังกล่าวจะถูกใช้ในสหรัฐฯ

Alphabet : บริษัทแม่ของ Google ตั้งเป้าการใช้จ่ายเพื่อปัญญาประดิษฐ์ไว้ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะใช้จ่ายราว 16,000 – 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่จะถูกใช้เพื่อโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค เซิร์ฟเวอร์ ศูนย์ข้อมูล และระบบเครือข่าย

Meta : มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของ Meta เผยว่าบริษัทได้กำหนดงบประมาณสำหรับ AI ไว้ที่ 60,000 – 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับเดือนมกราคม โดยบอกว่าปีนี้ คือปีแห่งการกำหนดทิศทางของ AI และการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกนวัตกรรมทางประวัติศาสตร์ รวมถึงขยายความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา
และในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การมาเข้ามาของ DeepSeek จากจีนได้สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านต้นทุนการพัฒนา AI ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเครื่องมือแบบ Open Source ทำให้ต้นทุนของ DeepSeek คิดเป็นแค่เศษเสี้ยวของคู่แข่งบางรายในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการลงทุนของ Amazon, Google และ Microsoft จะส่งผลดีอย่างมากต่อธุรกิจคลาวด์ของพวกเขา ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ และจะมีความต้องการบริโภคที่แข็งแกร่งในอนาคต