สระแก้ว แถลงจี้ “เขมร” อพยพออกจากพื้นที่รุกล้ำ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

20 กันยายน 2568

สระแก้ว แถลงจี้ “เขมร” อพยพออกจากพื้นที่รุกล้ำ

เหตุการณ์บริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา ยังคงไม่มีท่าทีสงบลง หลังจาก 3-4 วันที่ผ่านมา ประชาชนกัมพูชา รวมตัวประท้วง ด้วยการใช้อาวุธป้องกันตัว อาทิ ไม้ ก้อนหิน มุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เป็นเหตุให้ฝ่ายไทยต้องตอบโต้ตามหลักสากล ด้วยการใช้แก๊สน้ำตายิงใส่มวลชนกัมพูชา ทำให้ความวุ่นวายยังคงปะทุต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ (20 ก.ย. 68) จังหวัดสระแก้ว ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุม ระหว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียร์เมียนเจีย (กัมพูชา) ซึ่งกัมพูชายื่น 4 ข้อเสนอให้เคารพข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงห้ามฝ่ายไทย ติดตั้งรั้วลวดหนามเพิ่มเติม โดย จังหวัดสระแก้ว ตอบกลับข้อเสนอ ให้ประชาชนกัมพูชาที่รุกล้ําพื้นที่อ้างสิทธิ์ อพยพออกไปให้พ้นแนวทุกพื้นที่ ก่อนประชุม GBC 10 ต.ค. 68 นี้ ย้ำ ทำตาม 6 ข้อเสนอของสระแก้ว ไม่อย่างนั้น จะไม่มีการเจรจาระดับจังหวัดอีกต่อไป

แถลงการณ์ระบุว่า

ตามที่ได้มีการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียร์เมียนเจีย เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมด่านตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต จังหวัดบ็อนเตียเมียนเจีย ราชอาณาจักรกัมพูชา ผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียเมียนเจย ได้นําเสนอข้อเสนอของจังหวัดบ็อนเตียเมียนเจีย ราชอาณาจักรกัมพูชา เกี่ยวกับพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศด้านจังหวัดสระแก้ว และจังหวัด บ็อนเตียเมียนเจย ดังนี้

1. ขอเสนอให้คงสภาพเดิมไว้โดยเคารพข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 และผลการ ประชุม GBC สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ผลการประชุม RBC ที่ผ่านมา และผลการประชุมพิเศษ GBC เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 และไม่ขยายขอบเขตของปัญหาหรือความขัดแย้ง โดยรอมติจาก คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศ คือ กัมพูชา – ไทย ในอนาคต

2. เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบันทึกความเข้าใจร่วม MOU ปี 2543 และ TOR ปี 2546 ฝ่ายไทยต้องอนุญาตให้ประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางกลับไปในพื้นที่ของตนเองได้ และจะต้องทําการรื้อถอนลวดหนาม ผ้าสแลน และยางรถยนต์ออกจากพื้นที่ที่ไทยได้วางไว้

3. ขอให้ฝ่ายไทยงดเว้นการกระทําใดๆ เช่น การติดตั้งรั้วลวดหนามเพิ่มเติม การออกหนังสือถือครอง กรรมสิทธิ์ การทําลายบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ติดรั้วลวดหนาม และการกระทําใด ๆ ในพื้นที่ หรือบริเวณพื้นที่ที่คณะกรรมการ JBC ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงกัน

4. กรณีที่ไม่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของจังหวัด จะต้องส่งเรื่องไปยัง GBC หรือ JBC

จังหวัดสระแก้วได้พิจารณาข้อเสนอของผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียเมียนเจย ราชอาณาจักรกัมพูชา แล้ว และได้มีหนังสือตอบข้อเสนอดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. จังหวัดสระแก้วขอให้ประชาชนชาวกัมพูชาที่รุกล้ําอพยพออกไปให้พ้นแนวพื้นที่อ้างสิทธิ์ตลอดแนว ชายแดนจังหวัดสระแก้วทุกพื้นที่ โดยให้ส่งแผนการอพยพให้จังหวัดสระแก้วก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดน ทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย – กัมพูชา ครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้นภายในวันศุกร์ที่
10 ตุลาคม 2568 นี้

2. ให้จังหวัดบ็อนเตียเมียนเจีย ปฏิบัติตามข้อเสนอของจังหวัดสระแก้วทั้ง 6 ข้อ ที่ได้เสนอในการประชุมร่วม ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียเมียนเจย เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 หากไม่ดําเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว จังหวัดสระแก้วจะแจ้งในการประชุมคณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ในระหว่างวันที่ 25 – 27 กันยายน 2568 และจะไม่มีการเจรจาในระดับจังหวัดอีกต่อไป

3. จังหวัดสระแก้ว พร้อมดําเนินการกับผู้ที่รุกล้ําอธิปไตย ทําลายหรือขโมยทรัพย์สินของทางราชการ ทําร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนคนไทยตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างเด็ดขาด ในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย