เหล่าทัพ ชี้ พร้อมรับคนไทยกลับ 100% วอนกัมพูชาอำนวยความสะดวก
แพทตี้ อีจัน
11 ธันวาคม 2568

ไทยพร้อมเต็มร้อยที่จะรับ “ชาวไทยในกัมพูชา” กับประเทศ
สถานการณ์การปะทะเดือดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.68
ล่าสุดวันนี้ (11 ธ.ค.68) เวลา 10.00 น. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นำโดย พลเรือตรีสุรสันต์ คงศิริ โฆษกกลาโหม แถลงการณ์อัปเดตสถานการณ์ดังกล่าว ว่า…
ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.68) เราได้ดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทยในฝั่งกัมพูชา โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาในการช่วยเหลือประชาชนให้กลับมายังบ้านเกิด
ขณะที่ กองทัพเรือ ได้ปฏิบัติการต่อเนื่องภายใต้ปฏิบัติการที่ชื่อว่า “ตราดปราบปรปักษ์” ปัจจุบันการปฏิบัติการยังเป็นไปตามแผนงานของกองทัพเรือ และมีการตรวจพบกลุ่มผู้ต้องสงสัย ซึ่ง คาดว่าเป็น หน่วย BSQ (Bodyguard Headquarters) ซึ่งเป็นหน่วยทหารพิเศษติดอาวุธหนักของกัมพูชา เข้ามาใช้พื้นที่อาคารต้องสงสัยทำให้กองทัพเรือต้องมีปฏิบัติการเพิ่มเติมในการริดรอนสิทธิ์ความสามารถของฝ่ายกัมพูชาในการโจมตีฝ่ายเรา

ต่อมา เวลา 04.35 น. วันนี้ (11 ธ.ค.68) มีการตรวจพบฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิง BM 21 ปืนใหญ่ และโดรน ในการปฏิบัติการในพื้นที่ต่าง ๆ คือ ช่องบก ช่องอานม้า ปราสาทตาควาย และตาเหมือน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อผลักดันฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่อธิปไตยของไทย
นอกจากนี้ บริเวณพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พบว่า ฝ่ายกัมพูชามีการยิงปืนใหญ่ และยิงจรวด เข้าในพื้นที่ของประชาชนคนไทย ทำให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งบอกเหตุว่าการโจมตีของกัมพูชานั้น ตั้งใจที่จะโจมตีบ้านเรือนของประชาชนโดยไม่เลือก
และเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ ฝ่ายไทยได้เตรียมความพร้อมรอรับคนไทยประเทศ จากการประสานของกระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมา พร้อมขอวิงวอนทางกัมพูชาอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยให้กลับมายังประเทศของเขาได้
อีกประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา คือ 12.00 น. กองทัพภาคที่ 2 ผลักดันทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่ช่องละยี จ.สุรินทร์ ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ยังมีการปะทะอย่างต่อเนื่องโดยกองทัพไทยสามารถยึดพื้นที่ได้แล้ว แต่ในขณะนี้อยู่ในระหว่างผลักดันฝ่ายกัมพูชา

สถิติศูนย์พักพิง
ตอนนี้มีศูนย์พักพิงชั่วคราว 934 แห่ง ประชาชนในศูนย์พักพิง 258,617 คน ประชาชนเสียชีวิต 4 คน โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 19 แห่ง รพ.สต. ได้รับผลกระทบ 180 แห่ง
ทั้งนี้ ประเด็นปฏิบัติการเตรียมรับคนไทยกลับจากกัมพูชา ปัจจุบันพบว่ายังมีคนไทยในกัมพูชาตกค้างในกัมพูชาอีกหลายคน ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่น ๆ มีความร่วมมือในการประสานเตรียมพร้อมพื้นที่และกระบวนการรับรองคนไทยกลับมายังประเทศไทย
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบายถึงการคัดกรองนำคนไทยกลับมาประเทศ ว่า การรับคนไทยกลับโดยเฉพาะบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีความพร้อม 100% ที่จะรับคนไทยกลับ เมื่อมีการส่งตัวกลับมาแล้วก็ต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองข้ามแดน MRM ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการคัดเหยื่อค้ามนุษย์และมีการตรวจสอบข้อมูลหมายจับว่ามีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติหรือสแกมเมอร์หรือไม่
ถ้ามีจะมีการจับกุมดำเนินคดีทุกราย และในวันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมาย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ลงไปที่พื้นที่เพื่อเตรียมการจัดการอย่างเป็นระบบ หากมีการปล่อยตัวมาเราพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเสริมว่า สถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ และสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองเสียมราฐ ได้ประสานงานอย่างต่อเนื่อง และในทุกระดับกับส่วนกลางของหน่วยราชการของกัมพูชา ทั้งเมื่อวานและเมื่อเช้า
ใครสนใจกลับบ้านก็สามารถติดต่อได้เลย ส่วนข้อกังวลที่ว่าอาจจะไม่มีเอกสารหรือเอกสารไม่ครบ ทางสถานทูตสามารถออกเอกสารฉุกเฉินเพื่อการเดินทางได้ในกรณีที่มีความสามารถที่จะเดินทางช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ทางบก
ทั้งนี้ ยังได้ชี้แจงกรณีที่คนไทยในกัมพูชาไม่สามารถข้ามด่านมาบ้านเกิดได้ ว่า ช่วงเวลานี้อาจเป็นการสื่อสารไม่ตรงกัน หรือ เรื่องของกระบวนการที่จะมีของทั้งฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทย ในกรณีที่ชุมชนไทยที่อยู่ตรงนั้นที่สามารถเดินทางออกจากกัมพูชาได้ด้วยเส้นทางอื่น เช่น ทางอากาศ เราพร้อมที่จะเร่งเรื่องการออกเอกสารฉุกเฉินเดินทางฉุกเฉินให้ได้ จะได้ไม่ต้องรอกระบวนการอื่นที่เป็นของฝ่ายกัมพูชา
โดยจำนวนตัวเลขของฝ่ายไทยที่ลงทะเบียนติดต่อขอกลับมา ตอนนี้อยู่ประมาณ 100-200 คน และมีเข้ามาเรื่อย ๆ การลงทะเบียนมีเพิ่มเติมทุกวัน