ชาวนายิ้ม ราคาข้าวพุ่งเกินตันละหมื่น สูงสุดรอบ 17 ปี มีลุ้นขยับขึ้นอีก

ขวัญ อีจัน

ขวัญ อีจัน

16 มีนาคม 2567

ชาวนายิ้ม ราคาข้าวพุ่งเกินตันละหมื่น สูงสุดรอบ 17 ปี มีลุ้นขยับขึ้นอีก

ถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวนาและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกคน หลังราคารับซื้อข้าวเปลือกปรับตัวสูงขึ้นในรอบ 17 ปี และมีแนวโน้มว่าอาจจะขยับตัวสูงขึ้นได้อีก 

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 67 นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ของราคาข้าวในตอนนี้ว่า ราคาข้าวเปลือกทุกชนิดในตอนนี้นั้น มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเกินตันละ 1 หมื่นบาทแล้ว ถือว่าปรับขึ้นสูงที่สุดในรอบ 17 ปี เลยทีเดียว จากที่เดิมทีราคาข้าวเปลือกนาปรังในช่วงนี้จะอยู่ที่ 7-8 พันบาทต่อตันเท่านั้น 

สำหรับการคาดการณ์ราคานั้นอาจจะขยับเพิ่มสูงขึ้นได้อีก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความแห้งแล้งจากสภาวะเอลนีโญที่เกิดขึ้นในปี 2566 โดนตอนนี้อยู่ในช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปรังรอบแรกปี 2567  

โดยล่าสุดข้าวเปลือกปทุมธานี เกี่ยวสด(ความชื้นเกิน 25%) ขายได้ 12,800 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้าขาวทั่วไปขายได้ 10,800-11,000 บาทต่อตัน ถ้าเป็นข้าวเปลือกเจ้าแห้ง ปทุมธานี ขายได้ 15,000-16,000 บาท ข้าวขาวทั่วไปขายได้ ไม่น้อยกว่า 14,000 บาท และมีแนวโน้มที่ว่าราคาจะทรงตัวหรือขยับสูงได้อีก โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องสภาพอากาศ และปริมาณน้ำ หากร้อน แล้ง และน้ำน้อย ก็จะมีผลต่อผลผลิตที่อาจเกิดความเสียหายได้บ้าง 

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจนาปรังในรอบแรกนี้ มีการเก็บเกี่ยวกันมาแล้วกว่า 2 เดือน โดยน่าจะเพิ่มมากขึ้นก่อนสงกรานต์ หากไม่มีปัญหาความแห้งแล้ง และการขาดน้ำ ผลผลิตข้าวนาปรังจะมากเพียงพอสำหรับการบริโภคและส่งออกเป็นไปตามเป้า ส่วนสิ่งที่เสนอรัฐบาล และ ก.เกษตร คือ การจัดเตรียมแหล่งน้ำ พัฒนาพันธุ์ข้าวที่ทนต่อโรค และเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นไม่เกิน 95-100 วัน ควรจะ 75-80 วัน โดยเฉพาะข้าวพื้นนุ่มต้องมีการพัฒนาที่สามารถเพาะปลูกได้ดี เพราะพันธุ์ข้าวที่เราใช้ปลูกยังพบเรื่องการไม่ทนกับโรค และมีคุณภาพที่ไม่ดีหลังเก็บเกี่ยว อีกทั้งผลผลิตต่อไร่นั้นยังไม่เทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยในเดือนเมษายนนี้ ทาง ก.เกษตรฯ จะมีการเปิดตัวสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับการพัฒนา 10 สายพันธุ์ด้วยกัน