น้ำตา รปภ.! กำลังพาเด็กข้ามถนน เจอหนุ่มหัวร้อน ตะโกนด่า อ้างโมโหเพราะถูกบูลลี่

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

10 กรกฎาคม 2567

น้ำตา รปภ.! กำลังพาเด็กข้ามถนน เจอหนุ่มหัวร้อน ตะโกนด่า อ้างโมโหเพราะถูกบูลลี่

หัวหน้า รปภ.สาว หลั่งน้ำตา เจอหนุ่มหัวร้อน ขี่รถเร็ว ขณะมีนักเรียนข้ามถนน หน้าโรงเรียน พอตะโกนตำหนิไป กลับถูกด่ากลับ และตามมาด่าถึงหน้าป้อม โอด มาทำด้วยใจเพราะรักเด็ก อยากช่วยให้เด็กข้ามถนนสะดวก ล่าสุด เคลียร์ใจแล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. เมื่อวาสนนี้ (9 ก.ค. 67) น.ส.สุภาพ อายุ 50 ปี หัวหน้า รปภ. องค์การทหารผ่านศึก ประจำจุดทำงานในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านนนทบุรี เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชัยยงค์ อ้วนมะโฮง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี หลังถูกนายเดียร์ อายุประมาณ 30 ปี อดีตคนขับรถเจ้าอาวาสวัดดัง ในเมืองนนทบุรี พูดจาด่าทอด้วยคำหยาบคาย พร้อมทั้งข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย จนตนเองรู้สึกไม่ได้รับความปลอดภัย เกรงว่านายเดียร์ ซึ่งเป็นขาใหญ่อยู่ในย่านนี้ จะทำร้ายจริงๆ จึงต้องเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ติดตามตัวนายเดียร์มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมายให้ตนด้วย

น.ส.สุภาพ เล่าทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่เกิดเหตุ หลังโรงเรียนเลิก ตนเองจะพาเด็กนักเรียนเล็กๆ เดินข้ามถนนจากหน้าโรงเรียนไปอีกฟากหนึ่ง โดยจุดที่พาเด็กนักเรียนข้ามก็เป็นทางม้าลาย ซึ่งตอนที่เกิดเหตุตนเองก็ทำหน้าที่ตามปกติ เพราะดูแลความเรียบร้อยในโรงเรียนมานาน แม้ว่าจริงๆแล้ว ไม่ใช่หน้าที่ของตน แต่ด้วยความเป็นห่วงเด็กนักเรียน เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยระหว่างข้ามถนน จึงมักช่วยเหลือด้วยจิตอาสาเช่นนี้เป็นประจำ

ระหว่างที่ทำหน้าที่อยู่ ได้มีนายเดียร์ขี่รถจักรยานยนต์ สีฟ้าเข้ม ผ่านทางม้าลายไปโดยไม่ได้หยุดรถหรือชะลอ ตนจึงตะโกนตำหนิไปว่า “อ้วน ทำไมไม่หยุดรถล่ะ” ซึ่งตนก็พูดไปโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะเห็นว่ารู้จักกัน สุดท้ายนายเดียร์ได้วนรถกลับมา และด่าตนหยาบคายเสียๆหายๆ ว่ามาบูลลี่เขาทำไม นอกจากนี้ยังพูดจาข่มขู่ให้ตนเองระวังตัวให้ดีๆ เดี๋ยวได้โดนแน่ ตนเองก็รู้สึกตกใจและเสียใจ ที่เขามามีความรู้สึกที่ไม่ดีกับตนแบบนี้ ทั้งๆที่ตนเองก็ช่วยเหลือเด็กๆด้วยใจ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการให้ด้วย

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ หน้าโรงเรียนดังกล่าว และได้รับการเปิดเผยจากคุณแอร์ อายุ 40 ปี ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนรายหนึ่ง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หัวหน้ารปภ.หญิงคนนี้ ทำงานดี มีจิตเมตตา ทุกเช้า-เย็น เวลาที่มาส่งลูก ก็จะเห็นเขาช่วยเหลือเด็กๆพาเด็กๆข้ามถนน เรื่องที่นายเดียร์มาทำแบบนี้ ตนรู้สึกไม่โอเค อยากให้เขามาขอโทษ และยังบอกว่า ควรมีน้ำใจให้กับเด็กๆนักเรียน หากวันไหนเกิดมีการชนเด็กขึ้นมา แล้วนายเดียร์เองจะเป็นฝ่ายเสียใจ

จากนั้น ช่วงเช้าของวันที่ 10 ก.ค. 67 นายเดียร์ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ พร้อมด้วยแม่ กลับมาด่าพี่รปภ. ถึงป้อมยามหน้าโรงเรียน อีกครั้ง

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายเดียร์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายเดียร์ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไปต่อว่าหัวหน้ารปภ.สาว คนดังกล่าวจริง เพราะตอนที่เกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าโรงเรียน ใช้ความเร็วประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตอนนั้น ก็ได้ดูแล้วว่า เด็กนักเรียนเดินข้ามถนนอย่างดีหรือไม่ เพราะปกติผ่านบริเวณนี้บ่อย และรู้อยู่แล้วว่า มีนักเรียนข้ามถนน ตอนที่ถูก รปภ.สาวคนดังกล่าวตะโกน ต่อว่า “อ้วนขับรถให้มันดีๆหน่อยได้ไหม ไม่เห็นหรอว่ามีนักเรียนอยู่” ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ติดใจในประเด็นขับรถเร็ว แต่ติดใจที่ใช้คำพูดบูลลี่ ทั้งที่ไม่สนิทสนมกัน และพูดแบบนี้กับตนมาแล้ว 2-3 ครั้ง ส่วนสาเหตุที่แม่ของตนมาด่าด้วย เพราะรปภ.คนดังกล่าว โทรไปแจ้งที่วัด ทำให้หลวงพี่ที่วัดโทรมาว่าตน หาว่าตนไปหาเรื่องเขา มีผลต่อหน้าที่การงาน แม่รู้จากทางวัดจึงเดินทางไปต่อว่ารปภ.คนดังกล่าว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากให้บานปลายถ้าอยากให้เข้าไปขอโทษก็ยินดีทั้งตนและแม่พร้อม เข้าไปขอโทษเคลียร์ปัญหาให้จบ

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (10 ก.ค. 67) ร้อยตำรวจเอกชัยยงค์ อ้วนมะโฮง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ได้เชิญตัวน.ส.สุภาพ อายุ 50 ปี รปภ. และนายเดียร์ คู่กรณี มาเจรจาไกล่เกลี่ย โดยระหว่างเจรจาพูดคุยกันในวันนี้นายเดียร์รู้สึกสำนึกผิด ในการกระทำจึงได้ยกมือไหว้ขอโทษตลอดเวลา และยืนยันว่าจะกลับไปพูดคุยกับคุณแม่ของตนเองให้เข้าใจ เพื่อไม่ให้มีปัญหากันอีก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปโดยไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด

ใจเย็นๆกันนะครับ ใช้สติให้มากขึ้น จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันอีก