เปิดคำพิพากษา ฉบับเต็ม! ศาลฎีกายกฟ้อง ชัยวัฒน์ หมิ่น สมัคร ดอนนาปี
migrator
11 มกราคม 2564

#ชุดพรางนี้ยังได้ไปต่อ
ศาลฎีกายกฟ้องชัยวัฒน์ #คดีหมิ่นสมัคร
วันนี้ที่ศาลจังหวัดตาก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ภรรยา ทนายความ และทีมพญาเสือ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีหมิ่นประมาทนายสมัคร ดอนนาปี จากเหตุให้ข่าวสัมภาษณ์สื่อมวลชนในคดีที่นายสมัครถูกนายชัยวัฒน์จับในข้อหาบุกรุกป่า
มิสก๊อก จังหวัดตาก

คดีนี้มีความน่าจับตาอย่างยิ่ง เนื่องจากจุดเริ่มต้นคดี นายชัยวัฒน์ ในตำแหน่งพญาเสือ
(ตำแหน่งในขณะนั้นนั้น) ได้นำกำลังหลายฝ่ายทั้งจากกรมอุทยานฯ รอง รมน.จังหวัด เข้าจับกุมนายสมัคร ดอนนาปี อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ
ในคดีบุกรุกป่ามิสก๊อก นายสมัคร ปฏิเสธ และต่อสู้คดี ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่านายสมัครมีความผิด บุกรุกพื้นที่ป่าเนื้อที่ 4 ไร่เศษ ศาลตัดสินให้จำคุก 3 เดือน แต่ให้รอลงอาญา มีโทษปรับ 5,000 บาท
ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
“จำเลยดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารกรมอุทยานฯ แต่กลับจงใจกระทำความผิดเสียเองไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ป่าไม้ อันเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศพฤติการณ์ณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ศาลอุทธรณ์ตัดสิน ไม่ลงโทษปรับไม่รอการลงโทษจำคุก สรุปคือ คือให้จำคุก 3 เดือน โดยไม่รอลงอาญา



คดีนี้โจทก์ คือ นายสมัคร ฟ้องจำเลย คือ นายชัยวัฒน์ และพวกอีก 2 คนว่า:
เมื่อปี 2532 นายหมง วัฒน์ศรี ยกที่ดินมีหลักฐานเป็นใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 21 ตำบลนาโบสถ์ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ปัจจุบันเป็นตำบลประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ให้แก่นายสมัคร เพื่อสร้างบ้านเลขที่ 277 บนที่ดินดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 8 กันยายน 2559 เวลากลางวันจำเลยที่ 1 คือ นายชัยวัฒน์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็น หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ และสัตว์ป่า หรือชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ต่อประชาชน ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์โทรทัศน์ และแถลงข่าวว่าได้ ค้นบ้านพักของโจทก์เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่
เรื่องเริ่มจาก นายชัยวัฒน์ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีอดีตข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่เพื่อปลูกสร้างบ้านพักตากอากาศ ผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคที่ดินให้แก่ส่วนราชการ และจำเลยที่ 2 ตีพิมพ์ข้อความลงในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ส่วนจำเลยที่ 3 ตีพิมพ์ข้อความลง ในหนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งเป็นการใส่ความโจทก์ว่ากระทำผิดกฎหมาย อาศัยตำแหน่งหน้าที่ครอบครองที่ดินชาวบ้านที่บริจาคให้ส่วนราชการ เป็นข้าราชการที่ประพฤติไม่ชอบทางธรรมาภิบาลวินัย และกฎหมาย ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
และวันที่ 9 กันยายน 2559 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1 ใส่ความโจทก์ต่อผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ซึ่งออกอากาศไปยังประชาชน โดยจำเลยที่ 1 กล่าวในรายการว่า
“นายหมงปรึกษา กอ.รมน.จังหวัด นายหมง รับว่า ไม่ได้ให้ที่ดินหลวง ไม่ได้ให้นายสมัคร นายสมัครไม่รู้จักกัน”
“ตนเองแสดงตนครอบครองที่ดินโดยชัดเจนไปแล้วขอบ้านเลขที่ ไฟฟ้า ประปาทั้งหมดและ แถลงข้อความว่าที่ดินได้จากนายหมง ทั้งๆ ที่แกก็มึนๆ เพราะที่ (น.ส.2) โอนขายไม่ได้”
“เจตนาตอนดำรงตำแหน่งอยู่ 2532 ถึง 2537 ตอนนั้นง่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปบุกรุกเนื้อที่ป่าจะไม่รับรู้อะไรกัน แต่ตอนนี้ชัดเจนมีระบบระเบียบ”
“เขาให้หลวงแต่ไม่ได้โดยตรงของนายสมัคร”
“เรื่องที่นี่ไม่ควรเกิดขึ้นถ้าเราเป็นราชการถ้ามีบุคคลนี้เป็นราชการ เอาประโยชน์ของรัฐเป็นของตน คนพวกนี้ควรอยู่ในสังคมไหม”
ข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า โจทก์เป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการครอบครองที่ดินที่ชาวบ้านบริจาค เป็นข้าราชการที่ประพฤติไม่ดี และเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 เวลากลางวันจำเลยที่ 1 ใส่ความโจทก์ต่อผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า
“ท่านเป็น ผอ.ไฟป่า มาก่อนการดำเนินชีวิตมาถูกให้ออกจากราชการไล่ออกจากราชการ” ข้อความนี้ไม่ถูกต้องเพราะโจทก์ไม่เคยถูกไล่ออกจากราชการทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง
ต่อมาวันที่ 14 กันยายน 2559 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1 ใส่ความโจทก์ต่อผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ในรายการถามตรงกับจอมขวัญ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ซึ่งออกอากาศเผยแพร่ข่าวสารไปยังประชาชน จำเลยที่ 1 ใส่ความโจทก์โดยตอบคำถามนางสาวจอมขวัญที่ถามว่า โจทย์ผิดอะไรว่า
“การให้เหมือนละคร” “การให้ต่างๆ มาแทบจะย่อยแต่ละเทปต่างกัน ถ้าบอกว่าให้ อีกส่วนหนึ่งโดยไม่ใช่ที่ไฟป่า แสดงว่าเป็นพื้นที่ป่า เลยเป็นบุกรุกป่า” “แฉคนอื่นได้ต่อ แต่ตัวท่านเองยังมีมลทินอยู่”
เมื่อนางสาวจอมขวัญถามจำเลยที่ 1 ว่ามั่นใจหรือไม่ว่าโจทก์กระทำผิด จำเลยที่ 1 ตอบว่า “ให้การเท็จทั้งหมด โกหกทุกเรื่อง สุดทางติดคุก”
ข้อความดังกล่าวหมายความว่า โจทก์กระทำผิดต่อกฎหมายอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการครอบครอง ที่ดินที่มีผู้บริจาคให้ส่วนราชการ บุกรุกป่า เป็นข้าราชการมีมลทิน ประพฤติไม่ดี ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เหตุเกิดที่ตำบลประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91,326,328
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3 เสียจากสารบบความ
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว…พิพากษายกฟ้อง!!!
โจทก์อุทธรณ์
ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จ จริง
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า…
จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 3 กระทง จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 เดือน
นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
#จำเลยที่1 ฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติ
โดยคู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับราชการตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า ตามสำเนาคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
วันที่ 8 กันยายน 2559 นายหมง วัฒน์ศรี เจ้าของใบจอง (น.ส.2) เลขที่ 21 ตำบลนาโบสถ์ หมู่ที่ 3 อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ตามสำเนาใบจองเอกสารหมาย จ.3 ได้มีหนังสือ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตากว่า…
ตน (นายหมง) ได้ยกที่ดินตามใบจองดังกล่าวให้กรมป่าไม้ เพื่อใช้ตั้งเป็นสถานีควบคุมไฟป่า แต่โจทก์นำพื้นที่บางส่วนไปปลูกสร้างบ้าน ทำสวน จึงขอให้ดำเนินการกับข้าราชการ ที่ประพฤติมิชอบ
ในวันเดียวกันเวลา 11:00 น. จำเลยที่ 1 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่โดยมี พลตรีปฏิญญา ลีลาศเจริญ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก หัวหน้าชุดตรวจสอบ และนายหมง เป็นผู้นำชี้ ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตามใบจองของนายหมง
พื้นที่บริเวณดังกล่าวเรียกว่า เขามิสก๊อก ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบล ประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก พบว่าสภาพพื้นที่เป็นภูเขามีความลาดชันและมีบ้านพักปลูกอยู่ 1 หลัง มีเพิงพักขนาดเล็ก 1 หลัง มีชื่อโจทก์เป็นผู้ขอมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า และสำเนาใบแจ้งค่าน้ำประปาค่าไฟฟ้า
หลังจากจำเลยที่ 1 และคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบ้านของโจทก์แล้ว
จำเลยที่ 1 ให้ข่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า…
โจทก์อาศัยตำแหน่งหน้าที่ทางราชการเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่เพื่อปลูกสร้างบ้านพักตาก
อากาศผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคที่ดิน ในหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสดและมติชน

ดังนั้นในวันดังกล่าวการที่จำเลยที่ 1 ให้ข่าวต่อผู้สื่อข่าว ในลักษณะยืนยันข้อเท็จจริงว่า โจทก์ปลูกสร้างบ้านบุกรุกป่าและครอบครองที่ดินของทางราชการโดยมิชอบจึงเป็นการกระทำ โดยสุจริต ให้ข่าวไปตามข้อมูลที่จำเลยที่หนึ่งตรวจสอบ หาได้มีการเจตนากลั่นแกล้ง ใส่ความโจทก์แต่อย่างใดไม่ การให้ข่าวและให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ต่างๆทั้ง 3 ครั้ง ดังกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่โดยสุจริตจำเลยที่ 1 (นายชัยวัฒน์) จึงไม่มีความผิด ฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (2)
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 8 9 และ 14 กันยายน 2559 และพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 มานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้อง ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ในการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 8, 9 และ 14 กันยายน 2559 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6
หลังทราบคำพิพากษา ญาติๆของนายชัยวัฒน์ถึงกับหลั่งน้ำตากอดกันด้วยความดีใจ รวมถึงทีมพญาเสือด้วย
ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “เมื่อศาลเมตตาก็ แปลว่า ชีวิตการทำงานผมได้ไปต่อ ที่ผมจงใจสวมชุดพรางมาฟังคำพิพากษาวันนี้ เพราะผมทำใจไว้ว่า อาจเป็นการสวม ครั้งสุดท้ายก็ได้ แต่เมื่อผลคำพิพากษาออกมาเป็นยกฟ้อง ผมรู้แล้วว่า ผมยังต้องทำงานต่อไป
และน้องๆที่เดินตามเส้นทางนี้ก็จะได้เรียนและรู้ว่า เส้นทางนี้ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง”
ในที่สุด คดีหมิ่นประมาทที่สู้กันมายาวนานถึง 3 ศาล ก็สิ้นสุดลงในวันนี้ และที่สำคัญ นายชัยวัฒน์ ในชุดลายพราง เขา…ยังได้ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง