พ่อแม่ขอความเป็นธรรม ลูกชาย 2 คนถูกชายอ้างเป็นทหาร อุ้มไปซ้อม ดับ 1
migrator
11 มกราคม 2564

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2563 นายนิวัฒน์ ซ้ายซา อายุ 59 ปี และนางป่าน ซ้ายซา อายุ 56 ปี สองสามีภรรยาชาวบ้านยางคำ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ หลังนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ธาตุพนม ว่าลูกชาย 2 คน คือ นายยุทธนา ซ้ายซา หรือ ด่อน อายุ 33 ปี และ นายณัฐพงษ์ ซ้ายซา หรือ แดง อายุ 29 ปี ถูกชายแต่งชุดลายพรางอ้างเป็นทหารชุดปราบปรามยาเสพติด จำนวน 2-3 นาย ขับกระบะไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน เข้ามาอุ้มลูกชายทั้ง 2 คน ขณะพักอยู่กระท่อมนาใกล้สวนยางท้ายหมู่บ้าน ช่วงเวลา 20.30 น. วันที่ 17 เมษายน 2563 จนกระทั่งช่วงดึกเวลา 01.00 น. คืนเดียวกัน ได้มีโทรศัพท์ของลูกชายคนโตโทรเข้ามา โดยมีเสียงของชายไม่ทราบชื่อแจ้งว่าให้ไปดูอาการลูก เพราะลูกได้รับบาดเจ็บ ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม

ตนและสามี จึงเดินทางไปที่โรงพยาบาลดังกล่าว และพบชายแต่งกายลายพรางคล้ายทหารเดินมาหาก่อนพูดขอโทษและบอกว่าจะขอรับผิดชอบ
จากนั้นไม่นาน แพทย์ก็ได้แจ้งว่า นายยุทธนา เสียชีวิต เบื้องต้นสภาพร่างกาย คล้ายถูกทำร้าย ส่วนลูกชายคนเล็ก คือ นายณัฐพงษ์ ยังหายตัวปริศนา
ตนและสามีจึงได้นำเอกสารหลักฐาน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ด้วยเชื่อว่าลูกชายทั้ง 2 คน ถูกชายอ้างเป็นทหารทำร้ายร่างกาย จนเสียชีวิต และขอความช่วยเหลือตำรวจให้ติดตามหาลูกชายอีกคน

ส่วนที่มาร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ ก็เพื่อสะท้อนไปยังหน่วยงานทหาร ให้ตรวจสอบช่วยเหลือ เกรงว่าจะถูกอิทธิพลคุกคาม ข่มขู่ และเรื่องเงียบ หวั่นคดีล้ม ยืนยันจะเอาผิดให้ถึงที่สุด
เบื้องต้นทางตำรวจ ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น นำผลตรวจมาประกอบการดำเนินคดี พร้อมสอบสวนหาผู้กระทำผิด ดำเนินคดีตามกฎหมาย

รายงานระบุว่า ในช่วงที่สองสามีภรรยา เข้าแจ้งความที่ สภ.ธาตุพนม พบว่า มีนายทหารยศร้อยโท รวมถึงนายทหารอีก 2 -3 นาย พยายามเข้าไปติดต่อขอเจรจากับผู้เสียหาย และขอเคลียร์ไม่ให้เอาผิด พร้อมขอรับผิดชอบความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยได้กล่าวกับผู้เสียหายว่า กลุ่มคนที่เข้าไปรับตัวลูกชายทั้ง 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด ของชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ แต่ทางพ่อแม่ผู้เสียหาย ไม่ยินยอม ระบุว่า ทำเกินกว่าเหตุ และขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุดพร้อมเรียกร้องให้นำลูกชายอีกคนมาส่งคืน จนกระทั่งทหารนายหนึ่งได้กดโทรศัพท์ให้พูดคุยกับลูกชายอีกคน โดยได้บอกกับพ่อแม่ว่าตนกับพี่ชายถูกซ้อมจนพี่ชายสลบ ส่วนตนบาดเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน อยากให้เร่งช่วยเหลือ ซึ่งขณะคุยโทรศัพท์ ทางพ่อแม่ ยังไม่กล้าบอกว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้ว
นางป่าน แม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า ลูกชายของตนทั้ง 2 คน ยังไม่มีครอบครัว ยอมรับ 2 -3 ปี ที่ผ่านมา เป็นคนกินเที่ยว และเคยหลงผิดไปเสพยาเสพติดกลับเพื่อนในกลุ่ม แต่ระยะหลังไม่มีปัญหา ไม่เคยสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้พ่อแม่ ที่สำคัญ นายนิวัฒน์ สามีของตน เคยเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านมาก่อนป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ไม่สามารถทำงานดูแลครอบครัวได้ จึงต้องอาศัยลูกชายทั้ง 2 คน ช่วยทำไร่ ทำนา ทำการเกษตร สวนยาง

ทุกวันทั้ง 2 คน จะพากันพักที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน จนกระทั่งเกิดเหตุตน ไม่รู้ ว่าลูกชายมีคนมาอุ้มตัวไป มารู้ทีหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร และรู้อีกทีลูกชายถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชอำเภอธาตุพนม ยังไม่ทันได้พูดคุยเห็นหน้าลูก พอไปถึงโรงพยาบาลไม่นาน หมอก็บอกว่าลูกเสียชีวิตแล้ว หนำซ้ำมีชายคนหนึ่ง แต่งตัวคล้ายทหารมาพูดแค่ว่าขอโทษ พอตนถามถึงลูกชายอีกคน ก็ไม่ยอมบอก ตนจึงเรียกร้องให้นำลูกชายมาคืน เพราะได้คุยโทรศัพท์ลูกชาย ลูกชายบอกถูกซ้อมเจ็บมาก

เรื่องนี้ตนขอเรียกร้องความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานทหาร เพื่อเอาผิดให้ถึงที่สุด ไม่ว่าลูกตนจะเป็นอย่างไร แต่การกระทำมาจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ลูกตนเสียชีวิต แถมลูกชายอีกคนยังไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดี ยอมรับมีทหารนายหนึ่งพยายามมาไกล่เกลี่ยขอเคลียร์ที่โรงพัก แต่ตนยืนยันไปแล้ว ถ้าชดเชยเป็นเงินมา 5 ล้านบาท ตนจะยอมไม่เอาเรื่อง เพราะชีวิตคนทั้งชีวิตถามว่าคุ้มไม่คุ้ม แต่ลูกชายคนเป็นเสาหลักต้องดูแลครอบครัว ตนกับสามีต้องแบกภาระอีกมาก ถ้าจะรับผิดชอบจริง ต้องชดใช้ความผิดที่เกิดขึ้น ส่วนคดีขอให้ตำรวจทำตามขั้นตอน นางป่าน แม่ผู้ตาย กล่าว