ชัยวัฒน์ ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร หลังศาลยกฟ้อง ปม ส่วยในห้องทำงาน
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
19 พฤศจิกายน 2567

ชัยวัฒน์ เปิดใจ หลังศาลยกฟ้อง ปมสร้างหลักฐานเท็จ กรณีส่วยในห้องทำงาน ระบุ ไม่ได้มีเรื่องโกรธแค้นอะไร และไม่ได้กลั่นแกล้ง
ภายหลังจากศาลอาญา รัชดา พิพากษายกฟ้อง กรณีที่ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นโจทก์ฟ้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ในข้อหาแจ้งความเท็จ ทำพยานหลักฐานเท็จ แจ้งความเท็จให้ต้องรับโทษทางอาญา หมิ่นประมาท และแจ้งให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี กรณีจับส่วยในห้องทำงาน เหตุเกิดเดือนธันวาคม 2565

โดยศาลพิพากษา ให้ยกฟ้อง ซึ่ง ศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่า จำเลย คือนายชัยวัฒน์ ได้เข้าเเจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ว่า โจทย์ (นายรัชฎา) มีพฤติการเรียกรับเงิน ตำรวจจึงวางเเผนร่วมกัน โดนบันทึกธนบัตร 98,000 บาท ใส่ซอง 3 ซอง เพื่อให้จำเลยนำไปมอบให้ โจทย์ ในวันเกิดเหตุ โดยมี เจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช., ป.ป.ท., รวมถึง ตำรวจ บก.ปปป. ร่วมด้วย จำเลยกระทำไปตามหน้าที่ มิได้หมิ่นประมาท หรือมิได้สร้างพยานหลักฐานเท็จ จึงตัดสิน ยกฟ้อง
ภายหลังเสร็จสิ้นการฟังคำพิพากษา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยาน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดใจภายหลังฟังคำพิพากษา ของศาลอาญารัชดา ที่ยกฟ้อง กรณีอดีตอธิบดีกรมอุทยาน ฟ้องว่านายชัยวัฒน์ มีการใช้หลักฐานเท็จ และสร้างพยานหลักฐานขึ้น เพื่อเอาผิดอธิบดีกรมอุทยาน ในกรณีรับส่วยในห้องทำงาน

โดยนายชัยวัฒน์กล่าวว่า อดีตอธิบดีกรมอุทยาน พยายามไปแจ้งข้อกล่าวหา พยานทางฝั่งของตนเอง ว่ารู้เห็นและสมรู้ร่วมคิด ซึ่งหลังจากศาลอาญารัชดา มีคำพิพากษาในวันนี้แล้ว ตนจะนำคำพิพากษานี้ เอาไปประกอบกับการเข้าให้ปากคำ กับพนักงานสอบสวน ตามที่ถูกเรียกไว้ เพราะคำพิพากษาที่ถูกอ่านในวันนี้ ค่อนข้างชัดเจน ว่าไม่มีใครกระทำการตามที่ถูกกล่าวหา เพราะเหตุการณ์นั้นเกิดจริง ส่วนจำนวนเงินนอกเหนือจาก 98,000 บาท ที่อยู่ในคดีของนายชัยวัฒน์ ศาลไม่ได้มีการพูดถึง คาดว่ากำลังอยู่ในการสอบสวนของปปช.
นายชัยวัฒน์ยืนยันว่า การสนทนาที่อยู่ในคลิปวีดีโอ ซึ่งเป็นหลักฐาน กลับคำให้การของอดีตอธิบดีกรมอุทยาน ไม่ตรงกัน ส่วนตัวไม่มีข้อโกรธเคืองกับอดีตอธิบดี เรื่องของการจับกุมผู้ที่กระทำความผิดหรือทุจริต ตนทำมานานแล้ว และไม่ได้กลัวใคร เรื่องที่จะไปกลั่นแกล้งใคร มีสำนึกอยู่ในตัวอยู่แล้ว ยืนยันผมไม่ได้กลั่นแกล้งเขา หรือทำให้เขาเกิดปัญหา สร้างพยานหลักฐานเท็จ ทุกคนคงจะได้เห็นอยู่แล้ว ว่ามีเงินจำนวนมากอยู่ในห้องทำงานนั้นจริง
อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์บอกว่า จะไม่ฟ้องกลับอดีตอธิบดีกรมอุทยาน และขอขอบคุณสื่อ ที่ทำให้กรมอุทยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำงานกันได้อย่างมีความสุข