“พิชัย” แจงชัด ไม่ได้เปลี่ยนให้ปลูกกล้วยแทนทำนา
น้ำฝน อีจัน
7 มีนาคม 2568

วานนี้ 6 ม.ค.68 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบกระทู้สด ของนายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาราคาข้าวและการส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรไทย

นายพิชัย ระบุว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือชาวนา รัฐบาลจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ โดยราคาข้าวในตลาดที่อยู่ระหว่าง 8,500 – 8,800 บาทต่อตัน จะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้รวมเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชาวนาส่วนใหญ่พึงพอใจ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดของมาตรการ และคาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยต้องขอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้แนวทางช่วยเหลือครอบคลุมทุกมิติ
และนายพิชัยได้ ระบุอีกว่า กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดันส่งออก กล้วย หลังพบว่าญี่ปุ่นมีความต้องการนำเข้ากล้วยสูงถึง 1 ล้านตันต่อปี แต่ไทยสามารถส่งออกได้เพียง 2,000 – 3,000 ตัน จากโควตาทั้งหมด 8,000 ตัน โดยขณะนี้มีการทดลองปลูกกล้วยในจังหวัดนครราชสีมาแล้ว 150,000 ต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่เพาะปลูก โดยคาดว่าหากดำเนินการสำเร็จ เกษตรกรไทยจะมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 100,000 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับชาวนาและเกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกไปสู่พืชที่มีมูลค่าสูงขึ้น
โดยวันนี้ 7 มีนาคม 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ชี้แจงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและชาวนา พร้อมยืนยันว่า ไม่มีนโยบายให้เปลี่ยนจากการปลูกข้าวเป็นการปลูกกล้วย
นายพิชัย ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด คิดเสมอว่าทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ต้องเร่งแก้ปัญหาทันที ราคาข้าวตกต่ำ เกิดจากอินเดียผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่กลับมาส่งออกอีกครั้ง ได้รวบรวมความเห็นของชาวนากลุ่มต่างๆ แล้วนำเข้าสู่ที่ประชุม นบข. ออกเป็นมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน โดยในระยะสั้น รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือชาวนาโดยสนับสนุนเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ต่อครัวเรือน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่มาจากชาวนา เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ ขณะที่ในระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลเร่งพิจารณาแนวทางเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยการวางระบบการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและศักยภาพของแต่ละพื้นที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า การกล่าวถึงการปลูกกล้วยเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกล้วยญี่ปุ่นที่มีมูลค่าทางการตลาดสูง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายให้ชาวนาเปลี่ยนจากการปลูกข้าวไปปลูกกล้วยทั้งหมด แต่เป็นการเสนอทางเลือกเพิ่มเติมให้กับเกษตรกรในพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีการทดลองปลูกกล้วย 150,000 ต้น เพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรเห็นถึงโอกาสในตลาดต่างประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนจากการปลูกข้าวเป็นกล้วยทั้งหมด
“ไม่ได้เปลี่ยนจากปลูกข้าวเป็นปลูกกล้วย แต่หมายถึงว่าที่ไหน บริเวณไหน ปลูกกล้วยได้แล้วได้ราคาสูง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ก็ปลูก ไม่ได้ว่าให้เปลี่ยนอย่างนั้น แค่คิดก็ผิดแล้ว เพียงให้เป็นทางเลือกกับเกษตรกรที่จะปลูก” นายพิชัยกล่าว
นายพิชัย ยังกล่าวถึงแนวทางเพิ่มผลผลิตข้าว โดยรัฐบาลมุ่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้สามารถให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น เช่นเดียวกับประเทศเวียดนามที่สามารถผลิตข้าวได้ 1.3-1.5 ตันต่อไร่ ขณะที่ข้าวไทยยังมีผลผลิตเฉลี่ยเพียง 600-800 กิโลกรัมต่อไร่ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังดำเนินการขยายตลาดข้าวไทยไปยังประเทศจีนและแอฟริกา โดยล่าสุดมีคำสั่งซื้อจากจีน 280,000 ตัน และจากตลาดแอฟริกา 390,000 ตัน


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการกระตุ้นราคาข้าว ทั้งการเจรจากับประเทศผู้ส่งออก เช่น อินเดียและเวียดนาม เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาตลาดโลก รวมถึงการทำข้าวถุงขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด เพื่อช่วยดูดซับปริมาณข้าวในตลาดและพยุงราคา รัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยไม่เพียงแต่ช่วยเหลือในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำเท่านั้น แต่ต้องวางรากฐานให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านการพัฒนาผลผลิตและการขยายตลาดส่งออก
นายพิชัย ยังกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับปัญหาราคาข้าวและติดตามข้อมูลราคาสินค้าเกษตรเป็นรายวัน โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า การพูดถึงพืชทางเลือก เช่น กล้วย หรือพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เป็นเพียงแนวทางในการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกร แต่ไม่ได้มีนโยบายให้เปลี่ยนจากการปลูกข้าวเป็นกล้วยทั่วประเทศ ข้าวยังคงเป็นพืชหลักของประเทศไทย และรัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชาวนามีรายได้ที่มั่นคง