รุกล้ำข้ามเขตอาจโทษสูงสุด! ‘สมช.’ เคาะ 3 มาตรการ รับมือ ‘โดรน’ ป่วน ‘สุวรรณภูมิ’
พอลลี่ อีจัน
22 ธันวาคม 2568

เอาเเล้วสิ! กัมพูชาเริ่มลามมาถึงตรงนี้เเล้วหรอ?
วันนี้(22 ธ.ค.68) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดย นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ออกมาเผยว่า วันนี้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรณีพบ ‘โดรน’ เข้ามาในพื้นที่จุดสำคัญต่างๆ ทั้ง พื้นที่สนามบินและจังหวัดชายแดน ซึ่งที่ประชุมมีมติที่สำคัญ 2 ส่วน คือ มาตรการระยะเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว

ทั้งนี้ ภายหลังมีการถูกพิสูจน์พบโดรนจำนวนหนึ่ง เข้ามาในพื้นที่ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือน ได้ออกประกาศกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดชายแดน และสนามบินสำคัญทั่วประเทศ
สำหรับมาตรการเร่งด่วน ประกอบด้วย
1.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าอากาศยาน , กรมการบินพลเรือน , สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สนับสนุนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการจัดการกับโดรนเป้าหมายที่เข้ามาในพื้นที่ต่างๆ รวมไปถึงมีการกำหนดมาตรการในการป้องกัน สืบสวนสอบสวน และแอนตี้โดรนต่างๆ เพื่อประสานงานอย่างใกล้ชิด และให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2.ให้กระทรวงกลาโหมผ่อนคลายมาตรการในการอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าอากาศยานและหน่วยอื่นๆ สามารถจัดหาแอนตี้โดรนได้ เนื่องจากเป็นยุทธภัณฑ์ จึงต้องขออนุญาตกองทัพ เพื่อเตรียมการให้มีไว้ป้องกันพื้นที่
3.ให้มีการเข้มงวดในการนำเข้า และตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโดรนในพื้นที่ชั้นใน และพื้นที่อื่นๆ อย่างเข้มงวด
4. ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าการบินโดรน เข้ามาในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ความมั่นคงมีโทษร้ายแรงโดยเฉพาะสนามบิน ที่มีมีโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต จึงอยากสื่อสารให้ทุกฝ่ายเข้าใจ และหากมีการใช้โดรน และพบว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ถือว่ามีมีความผิดตามกฎหมายอาญาด้วย


ส่วนมาตรการระยะยาว ก่อนหน้านี้ มติสภาความมั่นคงแห่งชาติ เคยมีมติให้กองทัพอากาศเป็นหน่วยงานหลัก ในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเอกภาพ โดยการดำเนินการจัดตั้งเป็นองค์กรขึ้นมา คือ ”ศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไม่มีคนขับแห่งชาติ“
2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆที่ทันสมัยในอนาคตรวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการใช้เครื่องมือดังกล่าวซึ่งเป็นทักษะขั้นสูง
3. เห็นชอบทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเรื่องของการเพิ่มโทษในกรณีที่มีการใช้โดรนที่กระทบต่อความมั่นคง
นายฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเพื่อพูดถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาวันนี้ ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายต่างๆ เข้ามาขับเคลื่อน แต่ที่ประชุมได้ยืนยันหลักการตามที่เคยมีมติ สมช.ไปแล้วว่า เป้าหมายปลายทางสุดท้ายต้องเป็นการหารือทวิภาคีไทยกัมพูชา
เมื่อถามว่าการจบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ต้องจบที่การหารือระหว่างไทย-กัมพูชา ใช่หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ใช่ครับ
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่น่าห่วงเเละควรป้องกันไว้ก่อนตั้งเเต่เนิ่นๆ หากว่ามีการรุกรานในพื้นที่ส่วนของกรุงเทพเเละพื้นที่ที่ไม่ใช่ชายเเดนที่มีเหตุปะทะกันอยู่จริง อาจต้องใช้ยาเเรงเพื่อป้องกันการรุกรานจากฝั่งกัมพูชา ขอให้ตอนนี้ทางหน่วยงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ก่อนค่ะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว