ศบ.ทก. ซัดเขมร! ปมสาวอุ้มเด็กไปรื้อรั้วที่ชายเเดน

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

26 สิงหาคม 2568

ศบ.ทก. ซัดเขมร! ปมสาวอุ้มเด็กไปรื้อรั้วที่ชายเเดน

ไทยขอประณามเขมรอย่างถึงที่สุด! 

วันนี้(26 ส.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา โดย นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดย มีการพูดถึง 2 ประเด็น ดังนี้  

1.สถานการณ์บริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว  ช่วงเมื่อวันที่ 25 ส.ค.68 ที่ผ่านมา  ฝั่งกัมพูชาได้ใช้พลเรือนซึ่งมีทั้งผู้หญิงและผู้สูงอายุ มารื้อลวดหนามบริเวณชายแดนไทย รวมทั้งก่อความวุ่นวายบริเวณบ้านหนองจาน  ซึ่งไทยขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า  บ้านหนองจานตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งเคยเป็นที่พักพิงของชาวกัมพูชาที่อพยพมาจากสงครามภายในประเทศ  เมื่อสงบครามสิ้นสุดชาวกัมพูชาก็ได้ขยายอาณาเขตออกไป  ถือเป็นการละเมิด MOU  ปี  2543 ซึ่งไทยได้คัดค้านและได้ประท้วงมาโดยตลอด  ซึ่งต้องบอกว่าการวางลวดหนามของไทย ทำไปเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนไทย เพื่อไม่ให้เกิดความลุกล้ำของฝั่งกัมพูชาเพิ่มเติม  

ในส่วนของคลิปเหตุการณ์เมื่อวาน 25 ส.ค.68 ที่ผ่านมา มีหลักฐานชัดเจนว่า ทหารกัมพูชาได้มีการปล่อยให้ประชาชนกัมพูชาทำการรื้อถอนรวดหนามของไทย และสร้างสถานการณ์ที่มีการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง เช่นการตะโกนด่าทหารไทย และภาพสาวเขมรอุ้มทารกเข้าไปเผชิญหน้ากับทหารไทย ซึ่งไทยยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรนอกจากอดทน และได้รู้เพิ่มเติมว่า ทหารกัมพูชาได้ปล่อยให้ประชาชนกัมพูชาเป็นผู้รับหน้าแทนทหาร แทนที่ทหารจะอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องประชาชน  จึงได้ขอประณามเขมรว่าใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์  ซึ่งไทยได้ส่งหนังสือตอบโต้ฝั่งกัมพูชาอย่างเป็นทางการแล้ว 

2. การดำเนินการของฝ่ายไทยในเวทีระหว่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปนครเจนีวา และจะอยู่จนถึง 28 ส.ค.68  เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่กัมพูชาลอบวางระเบิดสังหารบุคคล ทำให้ทหารไทยเหยียบระเบิดแล้วหลายครั้ง  โดยจะมีการนัดพบกับ ข้าหลวงใหญ่มนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อย้ำว่า  การดำเนินการทั้งหมดของไทยตั้งอยู่ในกฏหมายทั้งหมด  และจะทำให้เห็นว่าฝั่งกัมพูชาที่ไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม  อย่างเช่น คลิปวีดีโอ สาวอุ้มเด็ก อย่างที่เป็นกระแส รวมถึงการยั่วยุและใช้ประชาชนมาเป็นโล่มนุษย์ ซึ่งก็มีหลักฐานอย่างชัดเจน   

อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากันอย่างต่อเนื่องนะคะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา  https://www.facebook.com/share/v/19WWbsfkFY/