“เจ๊อ้อย” ให้ปากคำตำรวจ วันที่ 4 นานกว่า 10 ชม. ปมเงิน 71 ล้าน คาดข้อมูลครบถ้วนแล้ว
แพทตี้ อีจัน
6 พฤศจิกายน 2567

คืบหน้าคดีเดือด “เจ๊อ้อย” แจ้งความเอาผิดทนายดัง ฐานฉ้อโกงเงิน 71 ล้านบาท ก่อนที่ทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด จะออกมายืนยันว่า “เจ๊อ้อย” ให้โดยเสน่หา และดอดเข้ากองบังคับการปราบปราม เมื่อเช้าวานนี้ (5 พ.ย.67) หลังเก็บตัวเงียบมานานนับสัปดาห์
ล่าสุดเมื่อเวลา 20.50 น. วานนี้ (5 พ.ย.67) ที่หน้าอาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังการสอบปากคำ “เจ๊อ้อย” นานกว่า 10 ชั่วโมง เจ้าตัวได้เดินลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ ว่า…
“ไม่รู้สึกกังวลที่ทนายตั้มมาเปิดตัวแถลงข่าวในวันนี้ และไม่มีผลใดๆ กับตนเองทั้งสิ้น และยังไม่ได้ฟังการสัมภาษณ์อย่างละเอียด เพราะอยู่ระหว่างการสอบปากคำตลอดทั้งวัน ส่วนประเด็นอื่นๆ ไม่ขอพูดถึง และขอให้ทนายความเป็นผู้ให้ข้อมูล”
ก่อนที่ “เจ๊อ้อย” จะยกมือไหว้ขอโทษ และเดินถอยออกจากวงสัมภาษณ์ขึ้นรถตู้ไป เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามในระหว่างที่เจ๊อ้อยอยู่บนรถตู้ว่ายังสู้หรือไม่ เจ้าตัวก็มีรอยยิ้ม และยกมือ 2 นิ้ว

ทั้งนี้ ทนายเจ๊อ้อย เผยว่า กรณีที่ ทนายตั้ม กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่าเงินจำนวน 39 ล้านบาท ให้กับแก๊งสแกมเมอร์ เรื่องนี้ทนายความ ยอมรับว่ามีกรณีของสแกมเมอร์จริงๆ และมีการโอนเงินยอดดังกล่าวให้กับบัญชีของผู้หญิงชื่อขึ้นต้นด้วย ส. ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกัน คือ มีผู้เสียหายคนเดียวกัน ส่วนจะเชื่อมโยงกับคดีอีกคดีหนึ่งยังไงยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ส่วนเรื่องสัญญาว่าจ้างที่ ทนายตั้ม บอกว่าเป็นสัญญาจ้าง และเกิดขึ้นจากความเอ็นดูหรือเป็นลูกรัก เรื่องดังกล่าวต้องมองแยกกัน เพราะในสัญญาระบุว่าจ้างเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ไม่ได้ว่าจ้างให้ทำหน้าที่ในการบริหารหรืออย่างอื่น และเรื่องผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่สามารถนำมารวมกันในสัญญาว่าจ้างได้ ทั้งนี้ ให้ดูที่สัญญาว่าจ้างว่าได้ระบุไว้อย่างไร ทนายความ ยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก
ทนายเจ๊อ้อย กล่าวต่อว่า การดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าว มีการดำเนินคดีใน 2 ส่วน คือ ความผิดที่เกิดขึ้นกับตัวของเจ๊อ้อย ซึ่งในส่วนนี้ได้มีการให้ปากคำไปทั้งหมดแล้ว แต่ความผิดในเรื่องดังกล่าวยังมีความผิดต่อรัฐที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถแจ้งความเอาผิดได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ความผิดต่อรัฐเป็นข้อหาเกี่ยวกับอะไร
ทนายความ ยกตัวอย่างว่า เช่น เรื่องภาษี
นอกจากนี้ ทนายความ ยังยืนยันว่าเจ๊อ้อย จะดำเนินคดีกับทนายตั้ม ให้ถึงที่สุด ส่วนการให้ปากคำวันนี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าจะต้องเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นสีหน้าของเจ๊อ้อยค่อนข้างยิ้มแย้มกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ทนายความเปิดเผยว่าน่าจะเกิดจากความสบายใจที่ให้ข้อมูลต่างๆ ไปครบถ้วนทั้งหมดแล้ว และสิ่งที่ทนายตั้มให้สัมภาษณ์ในวันนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวของลูกความ