“ผบ.ตร.” สั่งเข้ม! ปลดล็อกบัญชีผู้บริสุทธิ์ภายในครึ่งวัน
แพทตี้ อีจัน
17 กันยายน 2568

ในช่วงที่ “บัญชีม้า” ระบาดหนัก เจ้าหน้าที่ได้มีมาตรการอายัดบัญชีเพื่อหยุดยั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่มาตรการที่เข้มข้นนี้กลับกลายเป็นดาบสองคม สร้างผลกระทบ หลายกรณี ทั้งผู้บริสุทธิ์และร้านค้าก็ถูกอายัดโดยไม่ได้ตั้งใจ
วานนี้ (16 ก.ย. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เรียกประชุมตํารวจระดับผู้บัญชาการทั่วประเทศผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามและสั่งการเร่งแก้ปัญหาการปลดล็อคบัญชี

โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า เบื้องต้นให้ใช้คำว่าระงับบัญชีเฉพาะก้อนเงินที่พบความเกี่ยวข้องกับบัญชีผู้กระทำผิดไม่ใช่การอายัดทั้งบัญชี ซึ่งเป็นการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นก็จะให้ผู้บริสุทธิ์ยืนยันหรือแสดงตัวตน 4 ประการ ประกอบด้วย
1.ชื่อนามสกุล
2.เลขบัตรประชาชน
3.เลขบัญชีธนาคาร
4.ธนาคารที่เจ้าของบัญชีใช้

หากยืนยันและตรวจสอบพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้อง ก็จะปลดล็อคให้ภายในครึ่งวัน โดยจะเริ่มวันนี้ (16 ก.ย.68) เป็นวันแรก ซึ่งสามารถแจ้งความได้ที่สถานีตํารวจใกล้บ้านในพื้นที่ และขอเรียนว่านี้ไม่ใช่การผลักภาระให้กับประชาชน แต่เป็นเพียงการยืนยันตัวตนเพื่อความบริสุทธิ์กับทุกฝ่าย
โดยกระบวนการทั้งหมดพนักงานสอบสวนจะเร่งรัดประสานกับศูนย์ PCT ก่อนรวบรวมส่งไปให้ทาง AOC ที่เป็นศูนย์ใหญ่จัดการกับเรื่องนี้ โดยยึดการบริหารงานที่ตำรวจเคยมีประสบการณ์ในคดีใหญ่ๆ มาแล้ว ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะต้องรวดเร็วที่สุด และมาตรการนี้จะสามารถลดภาระให้กับศูนย์ AOC ที่คู่สายปัจจุบันมีไม่เพียงพอต่อการรองรับกับผู้เสียหาย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการกำชับไปที่ 191 และ 1559 ให้ช่วยรองรับในการแก้ปัญหาให้กับผู้เสียหายที่เกิดขึ้นในขณะนี้

สําหรับกระบวนการนี้ยอมรับว่ามีการเรียกร้องจากพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ในเรื่องของภาระสำนวนที่มากขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นการบริหารภายในองค์กร ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนที่ต้องพบกับอาชญากรรมรูปแบบที่เปลี่ยนไป ดังนั้น การบริหารจะต้องเปลี่ยนตามหรือเพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวนให้มากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ส่วนที่กระแสสังคมเรียกร้องว่า กระบวนการดังกล่าวจะทำให้มิจฉาชีพใช้โอกาสนี้ในการฟอกตัวหรือสร้างปัญหาให้กับประชาชนในหลายรูปแบบนั้น ตำรวจก็จะนำมาตรการเหล่านี้เข้ามาควบคุมเพื่อปิดกั้น ไม่ให้เกิดช่องว่างสำหรับมิจฉาชีพ ซึ่งจากการคัดกรอง 2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีการแจ้งความประมาณ 1,300 คู่สาย ตรวจสอบยืนยันความบริสุทธิ์ได้ 300 สาย ยืนยันไม่ได้ 1,000 สาย และจัดการปลดล็อคแล้ว 30 ราย
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่าตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ในการปลดล็อคบัญชีกับผู้เสียหาย หากมีหลักฐานให้ส่งข้อมูลมาให้ แล้วจะตรวจสอบว่าการเสียเงินนั้นเป็นไปตามกฎหมายหรือตามข้อบังคับหรือไม่ แต่หากไม่มีกฎหมายรองรับก็จะดำเนินการอย่างไม่ละเว้น
