เคลียร์ชัด! “มูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้” แถลงข่าวแจงประเด็นเงินบริจาค

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

24 ตุลาคม 2568

เคลียร์ชัด! “มูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้” แถลงข่าวแจงประเด็นเงินบริจาค

“มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” กำลังเป็นประเด็นเดือดที่หลายคนให้ความสนใจ  

โดยเฉพาะคนที่เคยร่วมบริจาค เริ่มจับตาว่า เงินที่โอนไปสรุปไปถึงใคร?   

แล้วแบบนี้… เข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงหรือไม่? 

หลังจาก “กัน จอมพลัง” หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ โพสต์คลิปอธิบายเกี่ยวกับ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” ว่า ตนไม่ได้เป็นประธาน หรือกรรมการ แต่เป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ แล้วมันผิดตรงไหน ที่มีคนตรวจสอบในองค์กรของตน แล้วการที่ไม่มีชื่ออยู่ในมูลนิธิ ผิดตรงไหน คนทำงานก็แบ่งหน้าที่กันไปทำ คนตรวจสอบก็ตรวจสอบไป  

ล่าสุด วันนี้ (24 ต.ค.68) “มูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้” ได้แถลงข่าวเพื่อแจ้งข้อมูลประเด็นเงินบริจาคของมูลนิธิเพื่อความโปร่งใส โดย น.ส.กาญจนา สถาวร ประธานมูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้ ระบุว่า… 

ขออภัยที่ออกมาตอบคำถามช้า เนื่องจากกระแสสังคมอาทิตย์กว่าๆ ที่ผ่านมา คณะทีมงานได้มีการติดตามข่าวตลอด แต่ช่วงแรกรู้สึกว่าเป็นการตั้งคำถามถึง กัน จอมพลัง โดยตรง ทางมูลนิธิจึงรู้สึกว่าไม่ได้ข้องเกี่ยวที่จะมาตอบคำถาม แต่ 2 วันที่ผ่านม าเริ่มยิงมาที่มูลนิธิโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องประธานมูลนิธิที่ไม่ใช่ กัน จอมพลัง ทางมูลนิธิ จึงออกมาชี้แจง ซึ่งคณะทำงานมีความพร้อมในเรื่องของตัวเลขอยู่แล้ว แต่กันเป็นห่วงคนที่อาจจะไม่ได้อยู่ในสื่อหรือตอบคำถามบ่อยๆ  

ประเด็นแรกเรื่องตัวเลข  

เงินตั้งมูลนิธิเริ่มต้นที่ 500,000 บาท ตามประมวลของกฎหมาย ซึ่งมาจากเพื่อนๆ ของพี่กัน มีการลงขันกัน โดย “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” เงินเข้าทั้งหมด 207,350,262.04 บาท ปัจจุบันใช้เงินไปแล้ว 117,673,106.02 บาท และเงินคงเหลือในบัญชี 90,177,156.02 บาทแต่ข้อมูลสรุปเมื่อวาน (23 ต.ค.68) และขณะนี้หน้างานยังมีการดำเนินการอยู่ 

ส่วนประเด็นประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 8 ก.ค.68 ที่มีข้อสงสัยว่าเป็นการชี้เป้าก่อนที่เพจมูลนิธิจะเปิดขึ้นมาหรือเปล่า ขอชี้แจงว่า จริงๆ มูลนิธิ พร้อมใช้ตั้งแต่ 5 ก.พ. 68 ยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับเงินก่อนที่มูลนิธิจะก่อตั้งเสร็จ  

ส่วนกระเด็นข้อบังคับมูลนิธิข้อที่ 39 ถ้ามูลนิธิต้องล้มเลิกไป ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ มูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า 

ขอแจงว่า ในการจัดตั้งครั้งแรก เราก็น้องใหม่ในการจัดตั้งมูลนิธิ อยากเร่งจัดตั้งมูลนิธิให้ไวที่สุด เพราะเคสเยอะมาก เพื่อนกันที่ช่วยกันอยู่ก็เริ่มไม่ไหวแล้ว จึงอยากเร่งจัดตั้งมูลนิธิ ซึ่งส่งเอกสารไปครั้งแรกเราถูกตีตกไป  

ซึ่งเหตุผลที่เป็น มูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า เพราะกฎหมายบังคับไว้ว่า ถ้ามูลนิธิต้องล้มเลิกไป ให้มูลนิธิหรือนิติบุคคลอื่นใดจัดการต่อ เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินส่วนหายไป อันนี้เป็นการให้รับช่วงต่อ แต่ถ้ารับต่อไปแล้วไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ก็ให้ตกเป็นของแผ่นดินไป ยืนยันว่าการตั้งมูลนิธิ เราทำตามข้อกฎหมายกำหนด  

ตอนนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินก็ยังไม่ใช่ของมูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า ตามที่หลายคนเข้าใจ ข้อกฎหมายนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อมูลนิธิเราล้มเลิกไป เรายังคงยืนยันว่าเรายังดำเนินการอยู่  

ตั้งแต่เปิดมูลนิธิมา ไม่มีการโอนเงินไปที่ มูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า ทุกกรณี ตั้งแต่เปิดมูลนิธิมามีการโอนเงินไปมูลนิธิอื่นแค่ 2 มูลนิธิ ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค คือ แจ็ค สันหวัง 

เรื่องถอนเงินสด 

มูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้ เปิด Bookbank ทั้งหมด 2 เล่ม 1 คือใช้งานทุกวันนี้ แต่เล่ม 1 ยังมีการเดินบัญชี เพราะตอนนั้นคิดว่าเผื่อแบ่งเคสการทำงาน แต่พอมาคุยกันบัญชีเดียวง่ายต่อการตรวจสอบ และข้อสำคัญของมูลนิธิไม่มีการเบิกถอนเงินสด กรรมการคนเดียวไม่สามารถถอนเงินสดจากธนาคารได้ แปลกใจมากที่บอกว่ามีกรรมการมูลนิธิออกไปถอนเงินสด 

กัน จอมพลัง กล่าวเสริมว่า หลายคนสงสัยเรื่องการถอนเงินสดออกจากบัญชีมูลนิธิ เรื่องนี้เราคุยกันตั้งแต่แรกว่าจะไม่มีการถอนเงินสดออกเลย เพราะมันสามารถนำไปทุจริตได้ อาจจะมีแต่ปัญหาตามมาในอนาคต ซึ่งคนที่พูดว่ามีการกดเงินสดออกนั้น อยากให้ท่านแสดงหลักฐาน

ด้านประธานมูลนิธิ เล่าต่อว่า สาเหตุที่เลือกมูลนิธิธรรมนัส เพราะพี่กันเคยมีความร่วมมือกัน เช่นน้ำท่วมใหญ่ๆ ก็มีการตั้งโรงครัวด้วยกัน พอเริ่มจัดตั้งแล้วต้องใส่มูลนิธิใดมูลนิธิหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้มีความสนิทสนมกับมูลนิธิอื่นๆ ที่จะต้องไปถามรายละเอียดของมูลนิธิเขา หรือขอทำตามข้อบังคับ จึงเป็นแค่ความเหมาะสมที่สุด ณ วันนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ต้องขออภัยที่คิดน้อยที่รีบจะจัดตั้งว่าคนที่บริจาคมาไม่ได้รู้ถึงข้อตรงนี้ ซึ่งคุยกันแล้วว่าจะมีการปรับแก้ไข

กัน จอมพลัง กล่าวเสริมว่า ตอนนี้มีการพูดคุยทุกคนในมูลนิธิ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้ใคร ตอนนี้ก็ไม่มีเงินไปถึงใคร เพื่อความสบายใจของทุกคนตอนนี้เราได้ประสานไปที่มูลนิธิที่มีความมั่นคงมากๆ แห่งหนึ่ง เราจะเปลี่ยนข้อ 39 ไปเป็นมูลนิธินั้น ถ้าออกมาพูดเดี๋ยวหาว่าโหนเขา หลังจากนี้เชื่อว่าทุกคนจะสามารถตรวจสอบได้ว่าเปลี่ยนไปที่มูลนิธิใด

เมื่อนักข่าวถามว่า ทำไมกันไม่มาเป็นประธานมูลนิธิ?

วันแรกที่ตั้ง ผมคิดว่าจะตั้งมูลนิธิชื่อกันจอมพลัง เพื่อวันใดที่ผมไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ชื่อของการจอมพลังก็จะสามารถช่วยคนต่อไปได้ อีกอันนึงในมุมที่ผมคิด คือ การที่ผมไม่ได้มานั่งมีอำนาจควบคุมต่างๆ มันจะเป็นความโปร่งใส แต่บางคนกลับคิดว่าการที่ผมไม่นั่งมันดูไม่โปร่งใส หลายท่านอยากให้ผมนั่งผมก็บอกว่าเดี๋ยวผมจะมานั่งเอง ไม่ใช่ประธานอีฟไม่เก่ง ศักยภาพเขาสูงมาก แต่เมื่อหลายท่านไม่สบายใจ เดี๋ยวผมมานั่งเอง

ประเด็นที่บางคนมองว่าไม่มีความโปร่งใสหรือไม่มีการบอกเบื้องหลัง จะสามารถขอเงินที่บริจาคคืนได้หรือเปล่า?

กัน จอมพลัง ตอบว่า ในส่วนของพี่ณวัฒน์ ผมเชื่อว่าเขาบริจาคมานานแล้ว เงินบริจาคของพี่ณวัฒน์คงไปทำเป็นถนนแล้ว แต่ถ้าพี่ณวัฒน์รู้สึกไม่โอเค ผมจะนำเงินส่วนตัวของผมให้พี่เองถือเป็นการรับผิดชอบ แต่ถ้าหลายท่านคิดว่าทำไมฉันได้ไม่ได้ต้องบอกว่าผมไม่ได้มีเงินเยอะแยะขนาดนั้น ผมมาช่วย ไม่เคยได้เงินจากมูลนิธิเลย เงินเดือนก็ไม่มี ประธานกรรมการทุกคนก็ไม่มีเงินเดือน ถ้าพี่สบายใจแบบนั้นผมก็ยินดีถ้าผมหมดเงินเมื่อไหร่ผมก็จะบอกทุกคนว่าตามนั้นครับ

ส่วนเรื่องการตั้งมูลนิธิ วันแรกที่ตั้งมูลนิธิไม่คิดว่าจะมาขนาดนี้ มูลนิธิที่ตั้งตอนแรกไม่มีทรัพย์สินเงินทองอะไรมากมาย เลยเช่าห้องเก็บเอกสาร การทำงานก็เป็นการทำงานลงพื้นที่ซะส่วนใหญ่ ทุกวันนี้เราขยายออกมาเรื่อยๆ ปัจจุบันเรามีเป็นโกดังเป็นฐานปฏิบัติการเลย ซึ่งมีสื่อมวลชนหลายท่านเคยไปด้วย โดยมีห้องทำงานไว้นั่งพูดคุยต่างหาก

หลายคนบอกว่ามูลนิธินี้ มีการสนับสนุนจากคุณธรรมนัส ผมถามกลับว่าถ้ามีจริงๆ ตอนเริ่มทำไมถึงอยู่ที่ห้องเล็กๆ ล่ะ ถ้ามีเงินเข้ามามากมายจะไปอยู่ที่พื้นที่เล็กๆ ทำไม แต่ทุกวันนี้ขยายตามภารกิจต่างๆ ซึ่งการจัดตั้งมูลนิธิก็มีการปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรกแล้ว

อยากให้ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง กันจอมพลัง กับ ธรรมนัส

กัน จอมพลัง ตอบว่า สนิทครับ ส่วนเรื่องรับงานผมเคยพูดไปในรายการรายการหนึ่งแล้ว ว่างานของกระทรวงเกษตร ปีนึง มี 5,000 กว่างานเป็นงานเฉพาะเจาะจง งานมีหลายรูปแบบทั้งจัดซื้อทำถนน และประชาสัมพันธ์ อย่างผมเหมาะสมเรื่องงานประชาสัมพันธ์ เขาก็เชิญผมไป จาก 5,000 งานเขาเชิญผมไปแค่ 3 งาน ถ้าบอกว่ามีความสำคัญส่วนตัวทำไมผมไม่ได้สักพันงาน แล้วงานเฉพาะเจาะจงถ้าผมไปได้จัดซื้อสิค่อยว่ากันไปอย่าง ทำถนนสิค่อยว่ากันไปอย่าง มีคนเปิดข้อมูลบางบริษัทได้ตั้ง 77 งาน ซึ่งเป็นของสื่อมวลชนบางท่านได้มากกว่าผมอีก แต่วันนี้ 77 ไม่ผิดปกติ แต่กันจอมพลังปีละ 3 งาน ผิดปกติ ต้องชั่งใจดูว่าผิดปกติไหม แต่ผมยืนยันว่าไม่ได้งานจากความสนิท

เรื่องเงินที่บอกว่ามี 90 ล้าน?

กัน จอมพลัง ตอบว่า ณ ตอนนี้เรายังมีเงินรอจ่ายในการทำถนนอยู่ และยังมีภารกิจอื่นๆที่ริมชายแดนซึ่งยังไม่เสร็จ ตอนนี้ถ้ารวมบัญชีเราจ่ายอีกประมาณ 94,450,000 บาท ถ้ากดตามเครื่องคิดเลขตอนนี้ ยังไม่รวมที่สร้างมูลนิธิด้วย เหลือ 4-5 ล้านที่เรายังติดลบอยู่ ถ้าหากจับเงินรอจ่าย

เมื่อ ไอซ์ รักชนก ถามว่า ทำไมถึงต้องโกหกออกอากาศออกสื่อ ว่าไม่สนิทกับธรรมนัส ทั้งที่พฤติกรรมที่ผ่านมาก็สนิทกันมาตลอด และคุณกันเองก็ได้รับการสนับสนุนจากธรรมนัส จนทำให้มาเป็นการจอมพลังในวันนี้ แล้วทุกวันนี้ก็ได้มีการสนับสนุนกันมาโดยตลอด ทำไมถึงได้โกหกว่าไม่สนิทกัน หรือใช้คำว่าสนิทเท่ากับนักการเมืองคนอื่น?

กัน จอมพลัง ตอบว่า ผมก็สนิท ทุกคนที่ออกงานกับผมก็สนิทเท่ากันหมด ไม่รู้ว่าคนไอซ์มองคำว่าสนิทต้องสนิทแค่ไหน ถ้าคุณไอซ์คิดว่าผมสนิทกับใครต้องไปช่วยหาเสียงทางการเมือง ยืนยันว่า สนิทแต่ไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ใคร ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบ ถ้ามาเพ่งเล็งว่าผมเป็นเครื่องมือ เป็นตัวอันตรายของนักการเมือง ผมต้องเลิกเรื่องถึงจะจบ

ในส่วนมูลนิธิการจอมพลังช่วยสู้ผมจะไปปรับตามที่ทุกคนต้องการ ทั้งเรื่องการนั่งเป็นประธาน การลงพื้นที่เดี๋ยวผมจะไม่ลง ผมจะให้นิติขับเคลื่อนไป วันนี้จากใจผมผมรู้สึกผมช้ำมากผมไม่รู้ว่าเกิดอะไร

เมื่อ ณวัฒน์ ถามว่า ทำไมคนอื่นไม่เปิดตัวตั้งแต่แรก ทำไมอยู่ข้างหลังแล้ววันนี้ถึงยอมออกมา?

ประธานอีฟ ตอบว่า อีฟอยู่มาตลอดค่ะพี่ๆ สื่อหลายคนก็เคยเจอ อีฟไม่เคยปิดบัง คนที่รู้จักกันอีฟก็เปิดตัวตลอดว่าเป็นประธานมูลนิธิ ที่ไม่มีการประกาศลงสื่อ ในทางปกติมันไม่มีใครมานั่งดูว่าใครคือประธานมูลนิธิอะไรยังไง เราโฟกัสในสิ่งที่เราพาทำอยู่แต่ส่วนตัวอีฟไม่มีการปิดบัง จะประธานหรือไม่ประธานก็เป็นอาสาสมัครคนหนึ่ง ลงพื้นที่ทำงานตามปกติ

เมื่อ ณวัฒน์ ถามว่า คุณกันจะเล่นการเมืองไหม?

กัน ยืนยันว่า ไม่เล่นครับ คนรู้จักผมดีทุกคนผมไม่เล่นการเมือง

เมื่อถามถึงการใช้ทรัพย์สินของหน่วยงาน

กัน ตอบว่า เรามีการประสานต่างๆ เพื่อช่วยชาวบ้าน ถ้าเครื่องว่างก็ขอติดไปลงให้ชาวบ้าน วันนั้นรถก็เข้าไม่ได้ เดินก็ไม่ได้ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าสิ่งที่ผมทำถูกไหม ซึ่งผมประสานไปยังอธิบดีหลายท่าน อย่างล่าสุดอธิบดีกรมฝนหลวง ปภ.

ถ้าประชาชนจะขอเงินคืน จะขอเงินคืนได้ไหม?

ประธานอีฟ ตอบว่า จะจ่ายได้หรือไม่ได้ขอปรึกษาทางทนายและกรรมการโดยจะให้คำตอบเร็วที่สุด

ขณะที่ กัน บอกว่า วันจันทร์จะให้คำตอบเรื่องนี้ และเพื่อความโปร่งใสวันนี้ 14.00 น. ผมจะเดินทางไปที่กระทรวงมหาดไทย ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบมูลนิธิการจอมพลังช่วยสู้ ว่าเป็นมูลนิธิที่ทุจริตหรือไม่ มีเงินเข้าไปหาคุณธรรมนัสหรือมูลนิธิอื่นๆ หรือไม่ มีการกดเงินสดออกมาใช้ไหม เพื่อความโปร่งใสผมยินดีให้ตรวจสอบตัวเอง

ตอนนี้มูลนิธิต้องเดินหน้าต่อตามภารกิจของมูลนิธิ ส่วนตัวผมที่ทุกคนกังวลว่าทำแล้วอาจจะนี่นั่นผมอาจจะถอย โดยผมจะนั่งประทานให้เพื่อความสบายใจของหลายๆ คน ในส่วนของการเปิดบริจาค ตอนนี้ยังมีโครงการที่คาอยู่ กรรมการต้องไปประชุมกันต่อ ว่าจะยกเลิกโครงการหรือจะเดินหน้าบริจาครับบริจาคต่อ เพื่อนำเงินไปสร้างตรงนั้นให้จบ

กัน จอมพลัง ทิ้งท้ายว่า สำหรับ FC ที่ดูผมอยู่ ทั้งคนที่รักผมและคนที่ไม่รักผม สิ่งที่ผมทำวันนี้คือผมต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าผมมีการตรวจโปร่งใสและตรวจสอบได้ สิ่งที่ผมทำลงไปอาจอาจคิดน้อยทำให้หลายคนไม่สบายใจ ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนหรือใครรู้สึกไม่โอเคกับผม ทำให้ไม่สบายใจ ผมพร้อมปรับปรุง วันนี้ผมจะนั่งประธานมูลนิธิเอง พร้อมยื่นตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ขอบคุณทุกคนที่เกิดเป็นกำลังใจพร้อมสู้ด้วยกันต่อไป ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจครับ


ณวัฒน์ จี้ถาม อีฟ กาญจนา ประธานมูลนิธิ กันจอมพลังช่วยสู้ คือใคร?