อลเวงเชียงราย! จัดงานศพเป็นแสน สุดท้ายไม่ใช่ลูก ขุดศพคืนญาติวุ่น
จ๊ะจ๋า อีจัน
26 มกราคม 2569

กลายเป็นเรื่องช็อกส่งท้ายเดือนมกราคม เมื่อครอบครัวหนึ่งในตำบลเทอดไทย ต้องขุดศพคืนญาติวุ่น หลังจัดงานศพและทำพิธีฝังไปแล้วกว่า 10 วัน แต่กลับพบว่าลูกชายตัวจริงยังไม่ตาย
จุดเริ่มต้นบัตรประชาชนใบเดียวที่อยู่ผิดที่
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ประสานไปยังหมู่บ้านพญาไพรเล่ามา จ.เชียงราย ว่าพบผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ จ.เชียงใหม่ โดยในตัวศพพบเพียง บัตรประชาชนของ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี เพียงใบเดียว ด้วยสภาพศพที่ไม่สามารถระบุรูปพรรณสันฐานได้ชัดเจน แต่มีรอยแผลเป็นที่ตรงกัน และประกอบกับนายเอหายออกจากบ้านไปนานหลายปีติดต่อไม่ได้ ญาติจึงเชื่อโดยสนิทใจว่าผู้ตายคือลูกชายของตน
ไทม์ไลน์ความอลเวง จากความโศกเศร้าสู่ความงุนงง
- ช่วงต้นเดือนมกราคม: ญาติไปรับศพจากเชียงใหม่มาประกอบพิธีตามความเชื่อของชาวอาข่า แม้จะเอะใจเล็กน้อยว่า “รอยสัก” ที่แขนหายไป แต่ก็คิดว่าอาจจะจางไปตามสภาพศพ
- 9 มกราคม 2569: ครอบครัวทำพิธีฝังศพตามประเพณีอย่างยิ่งใหญ่ มีการฆ่าหมูเลี้ยงแขก หมดเงินไปนับแสนบาท
- 21 มกราคม 2569: “ความจริงปรากฏ” เมื่อพี่ชายของนายเอออกตามหาน้องจนเจอตัวที่ จ.เชียงใหม่ และให้วิดีโอคอลมายืนยันกับพ่อว่า “ผมยังอยู่ดี ไม่ได้ตาย”
- 24 มกราคม 2569: ครอบครัวต้องทำเรื่องขุดศพขึ้นมา เพื่อส่งมอบคืนให้กับญาติที่แท้จริง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
นายอาย้วย พ่อของนายเอ เผยว่าตนเองทั้งงงและตกใจที่ลูกชายยังมีชีวิตอยู่ แต่ในเมื่อพิธีกรรมดำเนินการไปแล้วก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามความเชื่อ โดยค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมดรวมๆ แล้วอาจถึง 2 แสนบาท ซึ่งทางครอบครัวก็ต้องรับผิดชอบกันเอง
ส่วนปมเรื่องบัตรประชาชนนั้น นายเอระบุว่าจำไม่ได้ว่าไปอยู่ที่คนตายได้อย่างไร แต่คาดว่าอาจจะเคยนำไปวางประกันของไว้ในกลุ่มเพื่อน แล้วเพื่อนคนดังกล่าวเก็บไว้จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต จนทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดระดับจังหวัดในครั้งนี้







