ทหารพราน ช่วยทำคลอดสาวไทย หลังเจ็บท้องขณะข้ามแดนกลับ

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

13 กันยายน 2568

ทหารพราน ช่วยทำคลอดสาวไทย หลังเจ็บท้องขณะข้ามแดนกลับ

ชีวิตใหม่ กลางพรมแดนด่านคลองลึก มนุษยธรรมชายแดนที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน

ทหารพรานช่วยคลอดหญิงไทยวัย 32 ปี ฉุกเฉินหน้าด่านคลองลึก หลังคลอดก่อนกำหนด ประสานส่งต่อ รพ.อรัญประเทศปลอดภัย เมื่อเวลา 11.50 น.ของวันที่ วันที่ 11 กันยายน 2568 ได้เกิดเหตุการณ์หญิงชาวไทย อายุ 32 ปี เกิดอาการเจ็บท้องคลอดกะทันหัน ขณะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยบริเวณหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 1201 ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือทำคลอดอย่างเร่งด่วน

โดยในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 สังกัดกองกำลังบูรพา ภายใต้การอำนวยการของ ร.อ.อาคม มงคลนำ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1201 ได้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราความเรียบร้อยอยู่บริเวณหน้าด่านคลองลึก จู่ๆ มีหญิงสาวทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.กุลธิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สัญชาติไทย พร้อมผู้ติดตาม 1 คน ถือหนังสือเดินทางเข้ามาจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อขอเดินทางเข้ารับการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ เนื่องจากมีอาการเจ็บท้องใกล้คลอด

อย่างไรก็ตาม ขณะเดินทางข้ามแดนมาถึงหน้าด่าน น.ส.กุลธิดา ซึ่งมีอายุครรภ์เพียง 6 เดือน ได้เกิดอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดอย่างกะทันหัน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่อยู่เวรปฏิบัติหน้าที่ต้องรีบเข้าช่วยเหลือ โดยมีการจัดกำลังพลเข้าทำการปฐมพยาบาลและทำคลอดเบื้องต้นในพื้นที่ทันที จนสามารถช่วยเหลือให้แม่และทารกปลอดภัย

ต่อมาไม่นาน รถกู้ชีพฉุกเฉินจากโรงพยาบาลอรัญประเทศได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ก่อนรับตัวทั้งแม่และทารกแรกคลอดส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอรัญประเทศเพื่อทำการรักษาอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากพื้นที่ชายแดนระบุว่า การเข้ามาของผู้ป่วยรายนี้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม เนื่องจากเป็นกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพ เจ้าหน้าที่ด่านคลองลึกจึงอนุญาตให้เดินทางเข้ามารับการรักษาในประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และเด็ก

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจด้านมนุษยธรรมของเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยที่ 1201 และกองกำลังบูรพา ที่นอกจากจะปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงชายแดนแล้ว ยังพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินตามหลักมนุษยธรรม เพื่อรักษาชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ