ศิษย์เก่าอุเทนถวายฯ ออกโรงโต้ เหตุ ดวลปืนสนั่นกลางดึก เป็นการบุกยิง ไม่ใช่ดวลปืน

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

30 มกราคม 2568

ศิษย์เก่าอุเทนถวายฯ ออกโรงโต้ เหตุ ดวลปืนสนั่นกลางดึก เป็นการบุกยิง ไม่ใช่ดวลปืน

หลังจากที่ในโลกโซเชียล มีการเผยแพร่คลิปวีดิโอ เหตุการณ์ยิงกัน ที่หน้าสถาบันอุเทนถวาย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย ว่าเป็นการดวลปืนแบบไม่สนใจกฏหมาย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนแถวนั้น

ล่าสุดทีมข่าวอีจัน ได้ติดต่อไปยัง “นายกฯหัวแดง” นายศุภชัย ลิ้มพิพัฒนโสภณ นายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งนายศุภชัยก็ได้ชี้แจงว่า หลังจากที่ในโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท ของนักศึกษา 2 สถาบัน และมีการใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย หรือสถาบันอุเทนถวาย จริง แต่ไม่ใช่การดวลปืนแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ มีกลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาที่หน้าสถาบัน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาที่ด้านในสถาบัน จำนวน 5 นัด กระสุนถูกนักศึกษาของอุเทนถวายบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนที่มีภาพว่า มีกลุ่มคนวิ่งกรูกันออกไปที่หน้าสถาบันนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่กลุ่มของนักศึกษา แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีทางสถาบัน ได้ประสานขอกำลังมาดูแลความปลอดภัย เนื่องจากในวันที่ 1 ก.พ. 68 นั้น จะเป็นวันคล้ายวันสถาปนาของอุเทนถวาย ซึ่งในสถาบันก็จะมีการจัดกิจกรรม และที่ผ่านมาก็เคยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ทำให้ต้องประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัย

นายศุภชัยกล่าวว่า เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวคนที่ก่อเหตุแล้ว และคาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้ ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหน แต่ก็อยากจะชี้แจงให้สังคมได้เข้าใจว่า เหตุที่เกิดขึ้น นักศึกษาของอุเทนถวาย เป็นฝ่ายได้รับบาดเจ็บและไม่ได้มีการยิงต่อสู้กันอย่างที่เข้าใจ

นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า ทางสมาคมศิษย์เก่าฯ กำลังเร่งเดินหน้าทำความเข้าใจกับสถาบันที่มีข่าวคู่กันมาตลอดเกือบ 100 ปี คือ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ ช่างกลปทุมวัน ถึงแนวทางความเป็นไปได้ที่จะสร้าง เซฟโซน ระหว่าง 2 สถาบัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุรุนแรงเกิดขึ้นอีก ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกันหลายครั้ง และมีความเป็นไปได้ว่า จะได้ข้อตกลงกันในเร็วๆนี้ นายศุภชัยบอกว่า ถ้าเซฟโซนนี้เกิดขึ้นได้จริง เชื่อว่าจะสามารถลดการเกิดเหตุรุนแรงไปได้เกือบ 100% เลยทีเดียว

ก็ต้องรอดูกันครับ ว่าเซฟโซนที่ว่านี้ จะแก้ปัญหาได้จริงมากน้อยแค่ไหน ติดตามกันต่อไปครับ