จับแล้ว ไอ้มอส พ่อเลี้ยงเหี้ยม! สารภาพตีเมีย ตีเด็กจริง แต่ไม่ได้จับทุ่มพื้น
ตาต้า อีจัน
15 มกราคม 2569

จับแล้ว! ไอ้มอส พ่อเลี้ยงเหี้ยม ตีเมีย ตีลูกเลี้ยงเจ็บหนัก
หลังหนีไปกบดานอยู่บ้านแม่ พื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม
เจ้าตัวโวยสื่อ ลงข่าวเกินจริง รับตีเด็กจริง กัดลูกเลี้ยงเป็นปกติ
วันนี้(15 ม.ค. 69) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.มัญจาคีรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.ประภาส ระวินู รองสารวัตร (สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายจักกฤษ์ นันทะแพง หรือ นายมอส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 2 จุด คือ บริเวณหน้าบ้าน และบริเวณที่นาของผู้ต้องหา



โดยทันทีที่นายมอส เห็นผู้สื่อข่าว ก็บอกทันทีว่าไม่ต้องเซ็นเซอร์หน้า ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าจำได้หรือไม่ว่าทำร้ายลูก นายมอสบอกว่า ยอมรับว่าตีลูกแต่ไม่ได้จับฟาดลงพื้น ซึ่งภรรยาตนเองเป็นพยานให้ได้ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับภรรยาจะพูด ซึ่งมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ที่บ้านเพียงแต่มุมกล้องส่องไม่ถึง ทำให้ดูเหมือนเป็นการจับฟาด แต่จริงๆ แล้วจับโยนไปให้ภรรยาที่นั่งอยู่ตรงนั้น และที่อยู่ที่นาก็ไม่ได้มีการจับลูกทุ่มลงพื้นตามที่ถูกกล่าวหา และยอมรับว่ากัดลูกจริง ซึ่งก็กัดปกติ เรียกร้องความสนใจ ประชดเมีย

โดยการทำแผนในจุดแรกนั้น เป็นบริเวณหน้าบ้านของนายมอสที่มีคลิปวงจรปิดเผยแพร่ในสื่อโซเชียล นายมอสยอมรับว่าทำร้ายภรรยาและลูกตรงจุดนี้ เป็นตอนที่ภรรยาถือกระเป๋าเดินมาถึงหน้าบ้าน จึงเข้าไปลากแขนภรรยาเหวี่ยงลงพื้น แล้วปากระเป๋าลงพื้นซึ่งมีโทรศัพท์ที่แตกอยู่แล้วอยู่ในกระเป๋า แล้วเข้าไปตบภรรยา โดยมีลูกยืนร้องไห้อยู่ใกล้ๆ ตนเองจึงเข้าไปจับขาลูกโยนไปให้ภรรยาที่นั่งอยู่ที่พื้น ไม่ได้มีการฟาดลงพื้นแต่อย่างใด แล้วก็ตบหน้าภรรยาซ้ำอีก มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้แต่มุมภาพมองไม่เห็นจังหวะที่โยนไปให้ภรรยารับ ก่อนที่จะมียายที่มีบ้านอยู่ละแวกใกล้เคียงเดินมาห้าม ตนเองจึงนำบุ้งกี๋พลาสติกตียายจนบุ้งกี๋แตกแล้วออกไปที่นาพร้อมกับภรรยาและลูก

จากนั้นตำรวจคุมตัวนายมอส ไปทำแผนต่อที่กระท่อมเถียงนา ที่ป้าของนายมอสให้การว่าเห็นนายมอสจับเด็กทุ่มพื้นในวันที่ 7 ม.ค.69 ซึ่งเป็นวันถัดมาจากเหตุการณ์ในจุดแรก โดยนายมอสยืนยันว่าในจุดนี้ไม่ได้มีการทำร้ายเด็กหรือจับเด็กทุ่มลงพื้นแต่อย่างใด ยืนกรานว่าในจุดนี้ไม่รับสารภาพ ไม่ยอมรับเพราะไม่มีหลักฐาน ก่อนจะเถียงกับภรรยาทำนองตัดพ้อว่า “เพราะแบบนี้แหละกูถึงไม่อยากพูดกับมึง มึงรู้ความจริงแต่มึงไม่พูด” ก่อนจะยืนยันกับตำรวจว่าในจุดนี้ไม่มีการทำร้ายเด็กเพียงแต่มีการกัดหู เพราะภรรยาทำอะไรชักช้าไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงกินข้าว แต่ภรรยาช้าไม่มานั่งกินสักที เลยกัดหูลูกให้ร้องไห้เพื่อประชด เรียกร้องความสนใจ ภรรยาจึงรีบมานั่งกินข้าวด้วย ยืนยันว่ากัดจริงแต่ไม่ได้กัดแรงขนาดนั้น ที่เลือดออกเพราะหูเด็กน้อยมันบาง
ซึ่งผู้กำกับ พยายามสอบถามว่าเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง กัดหูลูกใช่หรือไม่ นายมอสไม่ตอบคำถามและปิดกระจกหมวกกันน็อกลงยืนเงียบไม่พูดอะไร ก่อนจะย้อนถามเมียว่า มีอะไรก็พูดไปตรงตรงไม่ต้องมามายืนอึ้ง แล้วบอกภรรยาอีกว่า “ถ้ามึงรักกูมึงก็ไม่ทำแบบนี้หรอก” ก่อนที่ตำรวจจะคุมตัวมาจุดที่นายบอสบอกว่ากัดหูลูก บริเวณหน้าเถียงนา และยืนยันว่าไม่ได้มีการทำร้ายภรรยามีเพียงกัดหูลูกเท่านั้น ส่วนบาดแผลรอยช้ำอื่นเป็นบาดแผลรอยช้ำที่เกิดขึ้นตอนที่อยู่หน้าบ้านในวันที่ 6 ม.ค. 69 เพียงเหตุการณ์เดียวเท่านั้น
ด้าน พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.มัญจาคีรี เผยว่า ภายหลังประสานตำรวจ สภ.สามพราน เข้าจับกุมตัวตามหมายจับภายในบ้านของแม่นายมอส ที่จังหวัดนครปฐม เมื่อวานที่ผ่านมา ก่อนจะคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้ ซึ่งนายมอสรับสารภาพว่าทำร้ายภรรยาและลูกจริงที่บริเวณหน้าบ้าน แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายภรรยากับลูกที่บริเวณที่นา ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การ แต่อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนก็จะต้องทำการสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งภายหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พนักงานสอบสวนก็จะทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะส่งฟ้องศาลจังหวัดขอนแก่นในวันพรุ่งนี้(16 ม.ค. 69) เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้ง 4 ข้อหา ประกอบด้วย กรรโชกทรัพย์, ทำให้เสียทรัพย์, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และ เสพยาเสพติด