โปรดเกล้าฯ อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดคนที่ 20
บวรวัฒน์ อีจัน
15 สิงหาคม 2568

(14 ส.ค. 68) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศวุฒิสภา เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด สํานักงานอัยการสูงสุด ให้ดํารงตําแหน่ง อัยการสูงสุด สํานักงานอัยการสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568
ประกาศ ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา

ก่อนหน้านี้ (15 ก.ค. 68) ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ได้มีมติให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553
โดยมีการเสนอชื่อ นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด พร้อมผลคะแนนให้ความเห็นชอบ 172 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 0 คะแนน งดออกเสียง 14 คะแนน จึงได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด

สำหรับ นายอิทธิพร แก้วทิพย์ สำเร็จการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาสัยธรรมศาสตร์, เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 35 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณทิตยสภา, นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จากนั้น เริ่มรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย เมื่อ พ.ศ. 2530 และดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย ดังนี้
– พ.ศ. 2543 อัยการจังหวัดประจำกรม สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี
– พ.ศ. 2547 อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดนครนายก
– พ.ศ. 2548 อัยการจังหวัดคดีเยาวขนและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์
– พ.ศ. 2549 อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนครสวรรค์
– พ.ศ. 2550 อัยการจังหวัดสีคิ้ว
– พ.ศ. 2551 อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคดีศาลแขวง
– พ.ศ. 2558 อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 สำนักงานคดีอาญา
– พ.ศ. 2562 รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา
– พ.ศ. 2563 อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
– พ.ศ. 2564 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา
– พ.ศ. 2565 รองอัยการสูงสุด
นอกจากนี้ ยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในช่วงปี พ.ศ. 2563 – 2565 และด้วยประสบการณ์การทำงาน ทำให้นายอิทธิพร ได้รับบทบาทสำคัญคือ ประธานคณะทำงานกำหนดแนวทางการบังคับใช้กฎหมายในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112