เปิดไทม์ไลน์ “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง” เสร็จเมื่อไหร่ คนไทยจะได้ใช้ตอนไหน?

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

9 ตุลาคม 2568

เปิดไทม์ไลน์ “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง” เสร็จเมื่อไหร่ คนไทยจะได้ใช้ตอนไหน?

(วันนี้ 9 ต.ค. 68) กว่า 10 ปีที่แนวคิด “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง” เดินทางผ่านเสียงถกเถียง และการศึกษานับครั้งไม่ถ้วน วันนี้โครงการเริ่มเห็นเส้นทางชัดเจนมากขึ้น พร้อมกรอบเวลาที่เป็นรูปธรรม

จุดเริ่มต้นของแนวคิด

ปี 2555 – คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับ อพท. ศึกษาความเหมาะสมของโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จังหวัดเลย

ปี 2559 – ครม. รับทราบผลการศึกษาความเป็นไปได้ และมอบหมาย ทส. ดำเนินการต่อโดยคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

ฟื้นโครงการหลังหยุดชะงัก

ปี 2566 – ครม. อนุมัติงบ 28 ล้านบาท สำหรับการออกแบบโครงการและทำรายงาน EIA

ปี 2567 – สงป. (สำนักงบประมาณ) ขอให้ อพท. ทบทวนรายละเอียดการออกแบบให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อเตรียมขั้นตอน “Design and Build”

เป้าหมายของโครงการ โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก

1. ด้านอนุรักษ์ – เพิ่มประสิทธิภาพในการขนย้ายขยะและของเสียจากยอดภู ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเจ้าหน้าที่ในการดูแลผืนป่าและควบคุมไฟป่า

    2. ด้านท่องเที่ยว – เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงภูกระดึงอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ ลดความจำเป็นในการค้างแรมบนภู

    3. ด้านเศรษฐกิจชุมชน – สร้างแรงเหวี่ยงทางเศรษฐกิจใหม่ให้ท้องถิ่นเลย เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงและแนวพัฒนาลุ่มน้ำโขง–ลาว

    ระบบและเส้นทางกระเช้า

    รูปแบบ Mono Cable Detachable Gondola (MDG) ความยาวเส้นทาง 4.4 กิโลเมตร

    ต้นทางตั้งใกล้บ้านห้วยเดื่อ ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐานราว 3.5 กม.

    ปลายทางอยู่ระหว่าง ผาหมากดูก – หลังแป ห่างกันราว 600 เมตร

    จำนวนตู้โดยสาร 32 ตู้ รองรับผู้โดยสารได้ 8 คนต่อตู้ ปรับเปลี่ยนได้ทั้งขนคนและขนของ

    เส้นทางดังกล่าวผ่านการคัดเลือกจาก 4 เส้นทาง โดยยืนยันว่า “ไม่บดบังทัศนียภาพ และไม่กระทบสิ่งแวดล้อมหรือวิถีสัตว์ป่า”

    ความคืบหน้าล่าสุด

    มิถุนายน 2568 – นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต รมว.ท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ติดตามโครงการและรับฟังเสียงชาวบ้าน

    สิงหาคม 2568 – กรมอุทยานฯ และ อพท. หารือจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MoU)

    กันยายน 2568 – ลงนามสัญญาจ้างออกแบบกับ บริษัท เทสโก้ จำกัด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงเงิน 25 ล้านบาท สัญญาเริ่ม 1 ตุลาคม 2568 สิ้นสุด 27 มิถุนายน 2569

    อพท. และกรมอุทยานฯ เตรียมลงนาม MoU จำนวน 2 ฉบับ ในเดือนตุลาคม 2568

    1.ความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว

    2.ความร่วมมือบูรณาการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่อุทยานภูกระดึง

    แผนดำเนินงาน 2 ปีครึ่ง (2568–2570)

    โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง แบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ใช้เวลารวม ประมาณ 2 ปี 6 เดือน

    ระยะที่ 1 (พ.ค. 68 – มี.ค. 69): ทำรายงาน EIA ครอบคลุมสิ่งแวดล้อม–ชุมชน พร้อมเวทีรับฟังความคิดเห็น

    ระยะที่ 2 (เม.ย. – ส.ค. 69): เสนอรายงาน EIA ต่อ สผ. และขออนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

    ระยะที่ 3 (ก.ย. 69 – พ.ย. 70): เริ่มก่อสร้าง ใช้เวลาราว 12 เดือน

    เสาต้นแรก – ธันวาคม 2569

    อพท. คาดว่าจะเริ่ม “วางเสาต้นแรก” ของกระเช้าไฟฟ้าได้ใน เดือนธันวาคม 2569

    หากทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผน คาดเปิดให้บริการได้ภายใน ปลายปี 2570 หรืออย่างช้าที่ ต้นปี 2571

    วงเงินก่อสร้างเบื้องต้น ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยจะมีการศึกษาเพิ่มเติมใน 3 ด้าน

    1. การบริหารจัดการบนยอดภู
    2. จุดเปลี่ยนถ่ายจราจรด้านล่าง
    3. การเชื่อมโยงพื้นที่ใกล้เคียง

    ทั้งหมดจะถูกรวมเป็น “มาสเตอร์แพลนฉบับเดียว” เสนอ ครม. ในไตรมาส 4 ปี 2569

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้าง แต่คือโอกาสใหม่ของชุมชน เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยที่เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”