ผบ.ทสส. เผยในที่ประชุมอินโด-แปซิฟิก ลั่น ให้สร้างรั้วชายแดน
พอลลี่ อีจัน
27 สิงหาคม 2568

ไทยมีการเตรียมการแล้ว!
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 เวลา 16.30 น. ที่ผ่านมา พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเรือเอก Samuel Paparo ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (USINDOPACOM) และผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ได้เข้าร่วมการประชุม ASEAN Snapshot โดยมีการหารือประเด็นสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง การรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ บทบาทของอาเซียนในการต่อต้านพฤติกรรมที่เป็นอันตรายในภูมิภาค (Malign Behaviors) การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อเสริมขีดความสามารถในการทำงานร่วมกันและการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ


ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ส.ค.68 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้แนวคิด “Peace through Strength – Ensuring Security and Prosperity in the Indo-Pacific” เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตรประเทศในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง และกำหนดแนวทางรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยากต่อการคาดการ ซึ่งการพูดคุยในครั้งนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่แสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมทั้งยกระดับความร่วมมือที่แน่นแฟ้น ตลอดจนการพัฒนาความรู้และนวัตกรรม เพื่อร่วมกันเผชิญและรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคและโลกในอนาคต
ทั้งนี้ วาสนา นาน่วม ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam เกี่ยวกับเนื้อหาบางประเด็น ระบุว่า ผบ.ทหารสูงสุด ลั่น หนุน ทบ.ทุกเรื่องปฏิบัติการชายแดน ปกป้องอธิปไตย-ประชาชน และหนุนสร้างรั้ว ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้เข้มแข็ง ทั้งพื้นที่ ทัพภาค-ภาค 2 หลังส่ง “เสธ.ทหาร”ลงพื้นที่บ้านหนองจาน สระแก้ว ยัน เป็นดินแดนของไทย และจะต้องมีการสร้างกำแพงแข็งแรง ปกป้องประชาชนและปกป้องการรุกรานจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งไทยไม่ต้องการเห็นการสู้รบ จึงต้องปกป้องอธิปไตยเพราะถูกรุกราน ทหาร-ประชาชนถูกทำร้าย มีการลักลอบวางทุ่นระเบิด เผย ขอความร่วมมือหลายประเทศ หนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้ใน เขตดินแดนไทย โดยฝ่ายไทยจะต้องสื่อสารอย่างมืออาชีพบนข้อเท็จจริง และย้ำจุดยืนปกป้องอธิปไตยไม่ยอมให้ใครมารุกรานทำร้ายประชาชนได้

ขณะเดียวกัน พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวในเวที การประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดภูมิภาคอินโด- แปซิฟิก CHODs 2025 ที่กองทัพไทยและสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพร่วมที่หัวหิน โดยมี 29 ประเทศเข้าร่วม ขาดเพียงแค่กัมพูชา ที่ไม่ได้รับเชิญ ซึ่งการประชุมนี้หลายประเทศได้สอบถามถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งได้ส่งข้อมูลที่เป็นความจริงไปยังนานาประเทศที่เข้าร่วมประชุม พร้อมย้ำว่า ทุกการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นการทำหน้าที่การปกป้องผลประโยชน์ดินแดนของไทย และปกป้องคุ้มครองชีวิตของคนไทยไว้อย่างเต็มความสามารถ ภายใต้กรอบกติการะเบียบที่โลกใบนี้เพราะ ไทยไม่ต้องการเห็นการสู้รบ จึงต้องดำเนินการปกป้องอธิปไตยเพราะถูกรุกราน อีกทั้งยังบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น จึงได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น ทหาร-ประชาชนถูกทำร้าย มีการลักลอบวางทุ่นระเบิด และยังได้ขอความร่วมมือจากหลายประเทศ ให้สนับสนุนการเข้ามาเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้ในเขตดินแดนไทย ต้องบอกว่าฝ่ายไทยต้องสื่อสารอย่างมืออาชีพบนข้อเท็จจริง โดยจะไม่ยอมให้ใครมารุกรานหรือทำร้ายประชาชนได้
ส่วนการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อป้องกันการรุกราน ด้านพลเอกทรงวิทย์ เผยว่า กองทัพบกกำลังพิจารณาและนำไปปฏิบัติ ทั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 โดยเมื่อวานนี้ ได้ให้เสนาธิการทหาร ลงไปในพื้นที่ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้วและสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนั้นคือดินแดนของไทย และจะต้องมีการสร้างกำแพงที่แข็งแรง เพื่อปกป้องประชาชนและปกป้องการรุกรานจากฝ่ายตรงข้าม และตนเองจะสนับสนุนทุกการกระทำของกองทัพบก
ทั้งนี้ก็ต้องมารอดูกันนะคะว่าการสร้างรั้วที่มีการเสนอไปจะถูกทำจริงได้มั้ย หากได้จริงก็จะช่วยให้เขตของประเทศไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้นค่ะ
อัปเดตล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก กองบัญชาการกองทัพไทย ได้ออกมาเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินหน้าสร้างรั้วถาวรแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อป้องกันการรุกรานและเสริมความมั่นคง
ด้านของ พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ภายหลัง พลเอก มนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในวันนี้ (28 สิงหาคม 2568) บริเวณหลักเขตที่ 49 ต่อเนื่องถึงหลักเขตที่ 51 พื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อเตรียมดำเนินการก่อสร้างแนวรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้เริ่มก่อสร้างแนวรั้วถาวรบริเวณหลักเขตที่ 50 ถึง 51 ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดน เพราะมีคลองพรหมโหด/แม่น้ำศรีโสภณเป็นแนวเขตแดนทางธรรมชาติ โดยมีแผนในการจัดสร้างรั้วถาวรระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นอันดับแรก

สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่ยังคงมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อยุติเรื่องเขตแดน จะดำเนินการสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราว โดยการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน วางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้การเคลื่อนย้ายกำลัง การลาดตระเวนตรวจตรา และการควบคุมพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นปัญหาสำคัญ ทั้งการลักลอบเข้าเมือง การก่ออาชญากรรม รวมถึงขบวนการคอลเซ็นเตอร์และแก๊งสแกมเมอร์
การดำเนินงานดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแนวรั้วถาวรตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันการรุกราน การสกัดกั้นปัญหาความมั่นคง และการเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนในพื้นที่และประเทศโดยรวม
ทั้งนี้ หากได้รับการเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองทัพไทยจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ทันที โดยไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ และมั่นใจว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พร้อมกันนี้ กองทัพไทยจะเร่งสร้างความเข้าใจร่วมกับประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบบางส่วน โดยเชื่อมั่นว่าประชาชนจะร่วมมือและเสียสละเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ
การสร้างรั้วชายแดนจะเป็นปราการสำคัญในการรักษาอธิปไตยของไทยทุกตารางนิ้ว เพื่อความปลอดภัยของชีวิตประชาชน และเพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติไทยให้มั่นคงยั่งยืนสืบไป
ที่มาภาพ: เพจเฟซบุ๊ก กองบัญชาการกองทัพไทย https://www.facebook.com/share/p/198JFaRk2L/ , https://www.facebook.com/share/v/15ys7RybJT/
ที่มาข้อมูล: เพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam https://www.facebook.com/share/p/15q13sEAvK/