“ปวีณา” รุดช่วย! เด็ก 9 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับ ต้องรักษาตัวเป็นปี พ่อไร้งาน-แม่ป่วยจิต 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

18 กันยายน 2568

“ปวีณา” รุดช่วย! เด็ก 9 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับ ต้องรักษาตัวเป็นปี พ่อไร้งาน-แม่ป่วยจิต 

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! เด็กชายวัยเพียง 9 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับขา ก้นฉีก กระดูกขาหัก 5 ท่อน กระดูกไขสันหลังหัก ทนทุกข์ทรมานนานเป็นปี ซ้ำ แม่ป่วยจิตเวชรักษาตัวอยู่ใน รพ. ส่วนพ่อผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ไร้งานทำ  

วันนี้ (18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รุดลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี นางสาวอนินทิตา รุจิประภา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ ช่วยเด็กชาย 9 ขวบ ที่ถูกรถบรรทุกทับขาบาดเจ็บ ก้นฉีก กระดูกขาหัก 5 ท่อน กระดูกไขสันหลังหัก เมื่อวันที่ 29 เม.ย.67 ที่ผ่านมา 

ซึ่งทำให้เด็กไม่ได้ไปเรียนหนังสือ 1 ปีกว่าแล้ว ขระที่พ่อก็เพิ่งออกจากคุกยังตกงาน ส่วนแม่ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ครอบครัวยากจน อาศัยอยู่เพิงพักผุพังหลังคารั่ว จึงขอ “ปวีณา” ช่วยเหลือสังกะสี 5 แผ่น ซ่อมหลังคาบ้าน รวมถึงช่วยให้เด็กน้อยได้กลับไปเรียนหนังสือ  

ปวีณาจึงจับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือครอบครัว ซ่อมบ้าน ให้เด็กได้กลับไปเรียนหนังสือ หางานให้พ่อได้มีเงินเลี้ยงครอบครัว 

สืบเนื่องจากวานนี้ 17 ก.ย.68 พ่อของเด็กชาย 9 ขวบ โทรสายด่วน 1134 ร้องทุกข์ต่อ มูลนิธิปวีณาฯ ขอความช่วยเหลืออยากได้สังกะสีเพียง 5 แผ่น เพื่อนำไปซ่อมเปลี่ยนหลังคาที่รั่วเพราะช่วงนี้หน้าฝน มีฝนตกลงมาทุกวันนอนกันไม่ได้ นอกจากนี้พ่อยังได้เล่าเรื่องความทุกข์ยากและความทุกข์ใจที่ลูกชายบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต้องรักษาตัวยาวนานกว่า 1 ปี จนไม่ได้ไปเรียนหนังสือเหมือนด็กคนอื่นๆ ส่วนพ่อเคยหลงผิดถูกดำเนินคดียาเสพติดออกจากคุกมาหลายเดือนแล้วแต่ยังหางานไม่ได้ อยากขอโอกาสให้ได้ทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว และภรรยาก็ป่วยจิตเวชขณะนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 

เมื่อนางปวีณา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือ พบว่าสภาพบ้านเป็นเพิงพักผุพัง ไม่มีฝาบ้านมีเพียงผ้าและแผ่นพลาสติกแปะไว้ หลังคาสังกะสีมีรอยรั่ว เวลาฝนตกน้ำรั่วลงมาเจิ่งนองเต็มพื้น ส่วนอาการของเด็กชายยังเดินไม่ปกติ ขาผิดรูป และไม่สามารถอุจจาระทางทวารได้ แพทย์ต้องเจาะรูที่หน้าท้องทำ “ทวารเทียม” ไว้ขับถ่ายของเสียและต้องระวังการติดเชื้อ เด็กน้อยเคยเรียนอยู่ชั้นป.1 อยากกลับไปเรียนหนังสือเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ  

นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องได้นัดหมาย ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี นางสาวอนินทิตา รุจิประภา พมจ.สมุทรปราการ ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือ โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะประสานกับทางโรงเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอนให้เด็กในช่วงที่ยังรักษาตัวอยู่ และมูลนิธิปวีณาฯ จะประชุมร่วมกับ พมจ.สมุทรปราการ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือซ่อมบ้าน และประสานกระทรวงแรงงานเพื่อหางานที่เหมาะกับพ่อได้ทำเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวต่อไป  

พร้อมกันนี้ นางปวีณา จะประสาน น.ส.จิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา (ผอ.สชง.) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อพิจารณาช่วยเหลือเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอุบัติเหตุรถทับต่อไป 

ซึ่งในการเยี่ยมบ้านเด็กชาย 9 ขวบรายนี้ นางปวีณา ได้นำข้าวสารอาหารแห้งและมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือครอบครัว จากนั้นนางปวีณา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และครอบครัวของเด็กชาย 9 ขวบซึ่งมีพ่อและย่า ได้เดินทางไปที่ สภ.บางพลี เพื่อประชุมผ่านแนวทางการช่วยเหลือครอบครัวนี้ โดยได้ข้อสรุป ดังนี้ 

1.เรื่องการศึกษา ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะมอบหมายทางโรงเรียนให้มีการวางแผนเรื่องการเรียนการสอนของน้อง หากเดินทางมาโรงเรียนและมีปัญหาสุขภาพ ทางโรงเรียนก็พร้อมจะนำการศึกษาไปส่งน้องที่บ้าน 

2.การรักษาของเด็ก ในวันที่ 20 ต.ค.68 ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะพาเด็กชาย 9 ขวบไปพบแพทย์ที่ รพ.เด็กตามนัดและประเมินเรื่องการรักษาต่อเนื่อง ให้หมอพิจารณานำลำไส้ที่อยู่หน้าท้องที่เป็นทวารเทียม กลับเข้าไปอยู่ในช่องท้องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 

3.การซ่อมแซมบ้าน วันนี้มูลนิธิปวีณาฯ มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นในการซ่อมแซมหลังคาบ้าน และทางนายก อบต.บางพลีใหญ่ จะเสนอเรื่องการช่วยเหลือเข้าที่ประชุมในปลายเดือนนี้หรือไม่เกินเดือนหน้าจะทราบผล 

4.กรณีพ่อขอโอกาสทำงาน นางปวีณา ขอให้ พมจ.สมุทรปราการ ประสานจัดหางานจังหวัด ช่วยหางานให้ และทาง ผกก.สภ.บางพลีจะประสานการช่วยเหลือให้ได้งานทำ 

ทั้งนี้ นางปวีณา ได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้บูรณาการร่วมกันให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้ หากลำพังมูลนิธิปวีณาอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ครอบครัวนี้น่าสงสารมาก ในการช่วยเหลือต้องให้พ่อมีงานทำเพื่อเลี้ยงครอบครัวต่อไปได้ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือครอบครัวนี้ร่วมกับทุกหน่วยงานต่อไป