“ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง”สสส.–สคอ. ผนึกภาคี เตือนสติคนไทยรับปีใหม่ 2569
จ๊ะจ๋า อีจัน
22 ธันวาคม 2568

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ภายใต้แนวคิด “ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง” ตอกย้ำว่าอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ไม่ได้จบแค่ผู้ขับขี่ แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างถึง “คนข้างหลัง” ทั้งครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคมในระยะยาว

ปีนี้ สคอ. ขับเคลื่อนมาตรการเชิงพื้นที่ร่วมกับภาคีเครือข่าย ตั้ง “ด่านชุมชนปากหวาน” ใน 10 จังหวัด 45 อำเภอ และขยาย “ด่านหวังดี” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็น 12 เขต 72 ชุมชน รวม 61 ด่าน เพื่อดูแลความปลอดภัยทางถนน ควบคู่การสร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบปลอดแอลกอฮอล์
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงวันหยุดยาว มีการเดินทางจำนวนมาก แม้สถิติอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยจะมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่ลดลงกว่า 30% แต่ยังคงน่าเป็นห่วงในกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่สาเหตุหลักของอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ ยังคงมาจากการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย

ข้อมูลจากการเฝ้าระวังของ สคอ. พบว่า กว่า 50% ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เกิดเหตุในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากบ้านหรือที่พัก อีกทั้ง “ความเร็ว” เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ รถที่ใช้ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแรงปะทะเทียบเท่าการตกตึก 8 ชั้น และที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าการตกตึก 13 ชั้น จึงย้ำว่า ลดความเร็ว คือการลดความสูญเสีย
ด้าน นายพรมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า ผลกระทบจากการดื่มแล้วขับ ลุกลามเป็นลูกโซ่ แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ครอบครัวสูญเสียเสาหลักและรายได้ ระยะกลาง ต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชย และระยะยาว อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง ค่าสินไหม และการล่มสลายของครอบครัว โดยสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ ผู้ที่ไม่ได้ดื่ม แต่ต้องมาเสียชีวิตหรือพิการจากความประมาทของผู้อื่น
ขณะเดียวกัน สคอ. ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 100 เครือข่าย และหน่วยงานภาครัฐ เร่งขยายการทำงานเชิงรุกในพื้นที่จัดงานเทศกาลทั่วประเทศ เฝ้าระวังกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกฉลองปีใหม่อย่างปลอดภัย หากดื่มควรหาทางกลับบ้านที่ปลอดภัย เช่น ใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือแอปเรียกรถ เพื่อให้ปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ไม่ใช่ความสูญเสียของคนข้างหลัง




































