ปกครองบุกจับ ร้านคาราโอเกะ นำเด็กต่ำกว่า 18 แฝงค้ากามใช้หนี้

อีจัน อ้วน

อีจัน อ้วน

14 มิถุนายน 2567

ปกครองบุกจับ ร้านคาราโอเกะ นำเด็กต่ำกว่า 18 แฝงค้ากามใช้หนี้

บุกจับ ร้านคาราโอเกะนรก แฝงค้ากามเด็กต่ำกว่า 18 บังคับเป็นหนี้ดอกโหด หักค่าตัว 80%

วันที่ 13 มิ.ย. 67 เวลาประมาณ 21.40 น. ชุดปฎิบัติการพิเศษกรมการปกครองนำกำลังเข้าบุกตรวจค้น ร้านแรดคาราโอเกะ ในพื้นที่ ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร หลังสืบทราบว่าร้านดังกล่าวลักลอบให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ค้าประเวณี จากการตรวจค้นภายในร้านพบพนักงานจำนวน 3 คน กำลังให้บริการลูกค้าอยู่ภายในร้าน โดยมีนางสาวจุฑารัตน์ อายุ 33 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน 

ส่วนอีกจุดหนึ่งเป็นอพาร์ทเม้นท์ตั้งอยู่ภายใน ซ.ลาดปลาเค้า 75 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าบุกตรวจค้นห้องภายในอพาร์ทเม้นท์ จำนวน 3 ห้อง พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี 3 คน อยู่กับสายลับ หลังมีการล่อซื้อบริการจากร้านคาราโอเกะดังกล่าว 

นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นร้านดังกล่าว ได้รับแจ้งข้อมูลจาก มูลนิธิเอ็มมานูเอล และมูลนิธิเดสตินี เรสคิ้ว ว่า ร้านดังกล่าวมีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาให้บริการ จึงได้ให้สายลับเข้ามาทำการล่อซื้อ จนกระทั่งยืนยันได้ว่า ผู้ให้บริการเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน และมีการเสนอขายบริการทางเพศให้กับสายลับ โดยพนักงานดูแลร้านอีกคนหนึ่ง คอยสนับสนุน และพาไปเปิดห้องพักที่อพาร์ทเม้นท์ ใน ซ.ลาดปลาเค้า 75 ก่อนที่สายลับจะส่งสัญญาณให้ชุดปฎิบัติพิเศษเข้าตรวจค้นจับกุม   

จากข้อมูลการสืบสวนยังทราบว่าเจ้าของร้านได้นำเยาวชนมาให้บริการเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้วซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ภูมิลำเนาเดียวกันกับเจ้าของร้าน และมีการบังคับให้เป็นหนี้โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือนซึ่งถือว่าเป็นอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยังถูกหักค่าดื่มและค่าตัวสูงถึงร้อยละ 80  

ด้านเจ้าร้านรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของร้านจริงเพราะจำนนต่อหลักฐาน หลังพบธนบัตรจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นธนบัตรฉบับเดียวกันกับที่สายลับใช้ล่อซื้อ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีกับเจ้าของร้าน 2 ข้อหาคือความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนพนักงานคนอื่นที่เหลือตำรวจได้เชิญตัวไปสอบปากคำว่ามีส่วนรู้เห็นหรือร่วมสนับสนุนการกระทำความผิดด้วยหรือไม่  

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินคดีกับเจ้าของอพาร์ตเมนต์ในข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาสนับสนุน หรือสมคบการค้ามนุษย์หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่าก่อนหน้านี้ได้มีการนำเยาวชนกลุ่มอื่นมาให้บริการอีกหรือไม่ รวมถึงขยายผลต่อไปว่ามีขบวนการค้ามนุษย์อยู่เบื้องหลังหรือเปล่า สำหรับเยาวชนทั้ง 3 คนที่ตกเป็นเหยื่อ ทางเจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่ขบวนการฟื้นฟูเยียวยา โดยจะเชิญสหวิชาชีพมาสอบข้อเท็จจริง ตามขบวนการกฎหมาย 


คลิปอีจันแนะนำ

พญาเสือ แกะรอยล่า ยึดไม้พะยูงท่อนและแปรรูป จำนวน 117 ท่อน