ระวัง! หนุ่มแชร์อุทาหรณ์ “ติดไข้รากสาด”หลังกลับจากแคมป์ปิ้ง
แพทตี้ อีจัน
14 ตุลาคม 2568

สายท่องเที่ยวธรรมชาติต้องระวัง
ล่าสุด มีหนุ่มแชร์ประสบการณ์ติด “ไข้รากสาด” จากการไปแคมป์ปิ้ง
วานนี้ (13 ต.ค.68) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Pornpichit Chantakorn ออกมาแชร์ประสบการณ์ผ่าน กลุ่มเฟซบุ๊ก จุดกางเต็นท์ โดยระบุว่า…
ขอเล่าประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมไปตลอดชีวิต อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะไปแคมป์ใกล้ๆ ป่า ผมติด “ไข้รากสาด” จากการไปแคมป์แห่งหนึ่ง ผมไปมาวันที่ 13-14/09/25 และเริ่มมีไข้วันที่ 24/09/25 ระยะฟักตัว 10-12 วัน หมอบอกเกิดจากตัวไรหรือหมัดในป่ากัดแล้วผมก็ติดเชื้อมา

ปัญหาคือตรวจเลือดไม่เจออะไรเลย ผมไปโรงพยาบาลแทบทุกวันตั้งแต่วันที่ 24/09/25 จนได้นอนโรงพยาบาลวันที่ 29/09/25 เพราะแทบไม่มีแรง ไข้ขึ้นสูงแต่ตรวจไม่เจอ ปวดตามกล้ามเนื้อ ข้อต่อต่างๆ แต่ไม่มีน้ำมูกไม่ไอ มีแค่ไข้สูงกับปวดหัวรุนแรง เพราะ เชื้อไข้รากสาดสามารถทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ ผ่านไปจนวันที่ 1/10/25 หมอถึงเจอเชื้อไข้รากสาด ผมตรวจเลือดไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 24/09/25 – 1/10/25 ถึงเจอเชื้อจากการเอาเลือดไปเพาะเชื้อ
หลังจากเจอเชื้อ 2 วันจากนั้น ผมก็หายและกลับบ้านได้ ถือว่าผมโชคดีที่มันยังขึ้นไม่ถึงสมอง จากประสบการณ์นี้ผมจึงคิดว่ามันคงมีประโยชน์ หากเพื่อนๆ ได้รับทราบถึงไข้นี้ หากเข้าไปแคมป์ใกล้ๆ ป่า สเปรย์กันแมลงสำคัญมากๆ ผมแทบไม่รู้สึกว่าอะไรกัดผมเลย ปกติผมเป็นคนแข็งแรง ออกกำลังกายอยู่เสมอยังเป็นได้
ฝากทุกคนระวังกันด้วยนะครับ มันอันตรายถึงชีวิตจริงๆ
#ติดไข้รากสาดจากแคมป์

ในขณะที่เพจเฟซบุ๊กโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน (Hospital for Tropical Diseases) ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า…
เพิ่งไปเที่ยวป่า ออกมามีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว อย่ารอช้ารีบไปพบแพทย์อย่างด่วนเลย!
วันนี้โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนขอเสนอ โรคไข้ไรอ่อน หรือโรคไข้รากสาดใหญ่ หรือ โรคสครับไทฟัส Scrub typhus เป็นโรคเดียวกัน กล่าวคือ โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มริกเก็ตเซีย (Rickettsia) ที่ชื่อโอเรียนเทีย ซูซูกามูชิ (Orientia tsutsugamush) โดยมีไรอ่อนเป็นพาหะ เจ้าไรอ่อนจะอาศัยอยู่ตามพุ่มไม้ ทุ่งหญ้าในป่าละเมาะ เมื่อมีสัตว์ผ่านเข้าไปในบริเวณนั้นจะถูกไรอ่อนเกาะและดูดเลือดหากสัตว์เหล่านั้นมีเชื้อโรคนี้อยู่ ไรอ่อนก็จะติดโรคนี้

ถ้าบังเอิญเดินทางหรือไปพักแรมในบริเวณที่มีไรอ่อนอยู่ ไรอ่อนจะไต่ตามเสื้อผ้า เช่น ขากางเกงและมักไปหยุดดูดเลือดแถวในที่อับ ลับตาคน เช่น ที่อับชื้นใต้ร่มผ้า ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านแผลบริเวณผิวหนังที่ถูกกัด และตรงบริเวณที่โดนไรอ่อนกัดจะเป็นแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ แรกๆ จะเป็นตุ่มแดงๆ อยู่ 2-3 วัน แล้วแตกเป็นแผล พอแผลแห้งก็เป็นสะเก็ดดำๆ คล้ายรอยถูกบุหรี่จี้ ต่อมาต่อมน้ำเหลืองแถวที่ถูกกัดจะบวมเจ็บและจากนั้นก็จะมีไข้แต่แผลแบบนี้ สามารถพบในคนไข้รายเท่านั้น
โดยคนไข้ส่วนใหญ่มักมีไข้ ปวดศรีษะ ปวดตัว เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน แต่บางรายอาจมีโรคแทรกซ้อน เช่น ไอที่เกิดจากหลอดลมอักเสบ ปอดบวม สมองอักเสบ ทำให้ชักหมดสติ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทำให้เหนื่อยง่าย เป็นต้น
โดยจะรู้ว่าติดเชื้อโรคไข้รากสาดได้จากประวัติการเดินทางไปในป่าหรือพื้นที่เสี่ยงโรคแล้วมีอาการเบื้องต้นตามที่ระบุ โดยแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าเป็นโรคนี้อีกครั้ง ซึ่งโอกาสเป็นไข้รากสาดสำหรับคนที่ไม่ไปป่านั้นมีโอกาสน้อย แต่โรคนี้ก็อาจพบในชาวนา ชาวสวนที่อยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะให้ไรอ่อนอาศัยอยู่ได้เช่นกัน
โดยวิธีการป้องกันเบื้องต้น คือ ควรหลีกเลี่ยงที่เป็นแหล่งอาศัยของไรอ่อน เช่น พุ่มไม้ ป่าละเมาะ พยายามอยู่ในที่โล่งถ้าจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นป่าหรือพื้นที่เสี่ยง สวมเสื้อผ้า หรือเครื่องป้องกันให้มิดชิด หากมีไข้สูงและมีอาการตามที่กล่าวมาหลังเข้าไปในป่าควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว
หากลูกเพจคนไหนมีแพลนไปแคมป์ หรือเดินป่า เตรียมตัวให้พร้อมแต่งตัวมิดชิดกันด้วยนะคะ พอกลับมาก็อย่าลืมเช็กอาการตัวเองด้วย อย่าปล่อยให้สายเกินไป