อนุทิน สั่งทุบตึก สน.สามเสน เหตุเสาหักเพิ่ม อาคารหลุดศูนย์
บวรวัฒน์ อีจัน
4 ตุลาคม 2568

จากเหตุสุดระทึก (24 ก.ย. 68) ถนนทรุดตัวเป็นวงกว้าง บริเวณพื้นที่ ถ.สามเสน – แยกซังฮี้ กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ใกล้เคียง สถานีตำรวจนครบาลสามเสน ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของอาคารสถานีตำรวจอย่างมาก เนื่องจากพื้นใต้อาคารทรุดตัวหายไป

ตลอดระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงสร้าง ด้วยวิธีการต่าง ๆ อาทิ ใช้รถแบ็คโฮตักทรายถมเติมเข้าพื้นที่เหนือคอนกรีตด้านใต้ของ ตึกสถานีตำรวจนครบาลสามเสน จากเดิมที่ไหลหายไปกว่า 8,000 ลูกบาศก์เมตร รวมถึงมีการใช้ เสาเข็มสั้น 3 ต้น เป็นตัวค้ำยันชั่วคราว ทำให้ก่อนหน้านี้ ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าจะสามารถคืนผิวถนนสามเสนได้ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2568 นี้

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (4 ต.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยภายหลัง (3 ต.ค. 68) ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า พบว่าอาคารมีสภาพไม่ปลอดภัย และจำเป็นต้องรื้อถอนทั้งหมดเพื่อสร้างใหม่ ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างก่อสร้าง
นายกฯ อนุทิน กล่าวว่า เสาเข็มของอาคารหลายต้นเกิดขาด เนื่องจากการสไลด์ตัวของดิน ที่ดินชั้นใต้พื้นผิวมีความอ่อนตัวและไหลลงหลุมยุบ ทำให้อาคารเกิดการเอียงและหลุดจากจุดศูนย์กลาง
เบื้องต้น ได้มีการหารือร่วมกับผู้ว่าฯ รฟม. และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า ควรจะต้องรื้อถอนอาคารทั้งหมดและก่อสร้างใหม่ เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดต่อความมั่นคงปลอดภัย
ทั้งนี้ คอยติดตามว่าการคืนพื้นถนนจากกำหนดเดิม 9 ตุลาคม 2568 จะมีการปรับเปลี่ยนแผนหรือไม่ ?

ล่าสุดวันนี้ (4 ต.ค. 68) เวลา 12.52 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการรื้อถอนอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสนแห่งใหม่ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องจักร สำหรับดำเนินการรื้อถอนแล้ว
ก่อนเริ่มงานได้มีการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคลที่จอดภายในพื้นที่ สน.สามเสนแห่งใหม่ออกทั้งหมดกว่า 70 คันเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
นายสุริยชัย ระบุว่า สภาพอากาศและฝนไม่เป็นอุปสรรค เนื่องจากสามารถดำเนินงานได้ในทุกสภาวะ ขณะเดียวกัน การคืนผิวจราจรจะดำเนินควบคู่ไปกับการรื้อถอนอาคาร โดยยึดหลัก “ความปลอดภัยสูงสุด” เป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุกรอบระยะเวลาเสร็จสิ้นของการรื้อถอนอาคารได้อย่างชัดเจน