สสส. เตือยภัย! 4 หลุมดำ ที่เด็กเยาวชนไทยอาจตกเป็นเหยื่ออบายมุข

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

19 กันยายน 2567

สสส. เตือยภัย! 4 หลุมดำ ที่เด็กเยาวชนไทยอาจตกเป็นเหยื่ออบายมุข

4 หลุมดำ ภัยร้าย ล่อ ลวง พราง เยาวชนไทย!
จะดีกว่าไหมถ้าเราหันมาสนใจใส่ใจกันตั้งแต่วันนี้ ป้องกันไม่ให้เด็กไทยตกหลุมพรางของ บุหรี่ไฟฟ้า-เหล้า-พนัน-กัญชา ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป…

วันนี้(16 ก.ย. 67) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “4 หลุมดำ ที่เด็กเยาวชนไทยอาจจะตกหลุม(พราง)” ที่ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น กรุงเทพฯ

โดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในเด็กและเยาวชน เป็นสิ่งกัดกร่อนต้นทุนทางชีวิตที่ไม่สามารถประเมินความสูญเสียได้ ทั้งบุหรี่ แอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด และพนัน ถือเป็นหลุมดำที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุด ถึง 26.1% รองลงมาคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับ แม้การดื่มสุราในเยาวชนมีแนวโน้มลดลงจาก 29.5% ในปี 2558 ลดเหลือ 20.9% หรือ 1.9 ล้านคน ในปี 2564 แต่ยังพบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุบนถนนมาจากการดื่มแล้วขับในช่วงเทศกาลสูงถึง 33.06% ทำให้ผู้ขับขี่และผู้ที่อยู่ในยานพาหนะได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่การพนันในปี 2566 มีคนรุ่นใหม่อายุ 15 – 25 ปี เล่นพนันออนไลน์ 2.9 ล้านคน ในจำนวนนี้ 1.4 ล้านคน เสียงเป็นนักพนันหน้าใหม่สูงถึง 700,000 คน ที่ติดการพนันมีความเสี่ยงเกิดภาวะซึมเศร้าและใช้สารเสพติดสูงกว่าคนทั่วไป 2-5 เท่า ซึ่งการเล่นพนันมีผลต่อสมองของเด็ก ยิ่งเล่นยิ่งติดยิ่งขาดความยับยั้งชั่งใจ ส่งผลให้กลายเป็นคนลักขโมยเพราะต้องการเงินไปเล่นพนัน อีกทั้งอลยุทธ์ของสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย ทำให้เด็กและเยาวชนถูกหลอดลวงง่ายขึ้น

ด้าน ผศ.ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า เด็กไทยต้องเผชิญกับภัยและความเสี่ยงใหม่ที่น่ากลัว 4 หลุมพราง คือ

  1. บุหรี่ไฟฟ้า ในรูปแบบที่มีลวดลายตุ๊กตา สีสันสดใสดึงดูด หรือ toy pod เป็นบุหรี่ไฟฟ้าประเภทใช้แล้วทิ้ง
  2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบเหล้ากระป๋องหรือค็อกเทลกระป๋องราคาถูกแค่ 20 บาท วางขายในร้านแฟรนไชส์จากต่างประเทศ ซึ่งมีแอลกอฮอล์สูงถึง 4-5%
  3. กัญชา พบว่ามีขายผ่านช่องทางออนไลน์ มีการส่งเสริมการขายทั้งราคสที่ถูกและจัดส่งเดลิเวอรี่ พร้อมขายและพร้อมส่งจำนวนหลายร้าน
  4. การพนัน เว็บพนันหันมามุ่งเป้าเด็กและเยาวชน โฆษณาเงินเดิมพันหรือขั้นต่ำในการเล่น เริ่มที่ 5-10 บาทก็เล่นได้ ใช้กลยุทธ์การตลาดเป็นรูปแบบการ์ตูนแบบพนันสล็อตให้เหมือนการเล่นเกมการ์ตูน
    ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง และโรงเรียน ต้องระมัดระวังสอดส่องดูแลลูกหลาน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ 4 หลุมพราง ที่ทั้งทำร้ายทำลายชีวิตเด็กไทย

ขณะที่ ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า ขณะนี้เด็กและเยาวชนไทยได้รับการมอมเมาเพื่อให้หลงไปเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ผลสำรวจปี 2565 โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา พบเยาวชนไทยอายุ 13 – 15 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้า 17.6% โดยเฉพาะเยาวชนหญิงสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 15% มากกว่าการสูบบุหรี่มวนหลายเท่าตัว และพบว่ามีการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าตามตลาดนัด และสื่อออนไลน์ที่เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเยาวชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญปราบปรามการลักลอบนำเข้าและการขายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งกฎหมายให้หมดไปจากสังคมไทย

นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ วิเคราะห์โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา พบเยาวชนอายุ 15 – 19 ปีเป็นนักดื่มหน้าใหม่ถึง 9.6% ที่อาจมีแนวโน้มดื่มจนติดตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งปัจจัยแวดล้อมมีผลต่อการดื่มของเด็กมากกว่าเรื่องความรู้ วิจารณญาณส่วนบุคคล โดยเฉพาะอิทธิพลจากการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สร้างค่านิยมการดื่มเป็นเรื่องปกติผ่านสื่อออนไลน์ เป็นปัจจัยที่เอื้อให้เด็กตกอยู่ในหลุมดำของภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น

นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการ กล่าวว่า ข้อมูลสถานการณ์ผู้ใช้สารเสพติดในไทย โดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 พบผู้ใช้สารเสพติดถึง 1.9 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยกัญชากลายเป็นสารเสพติดที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่วนใหญ่เพื่อนันทนาการ ส่งผลให้เบาวชนอาจยกระดับพฤติกรรมไปสุ่การใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย และมีความเสี่ยงที่เข้าสู่วงจรผลประโยชน์ของธุรกิจสีเทาและยาเสพติด

นายธนากร คมกฤศ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวเสริมด้วยว่า ขณะนี้ประมาณการว่าคนไทยติดการพนันเกิน 1 ล้านคน ในจำนวนนี้ 10% เป็นเด็กและเยาวชน สาเหตุสำคัญมาจากการขยายตัวของเว็บพนันออนไลน์ ด้วยกลยุทธ์ ล่อ ลวง พราง ด้วยเงินรางวัลเป็นช่องทางหารายได้ วางกับดักไปทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ มีทั้งวัยรุ่น อินฟลูเอ็นเซอร์ในโซเชียลที่รับงานโปรโมทเว็บพนัน ร่วมกันให้ข่าวลวงแก่เด็ก และพยายามพรางตัวว่าไม่ใช่การพนันแต่เป็นรูปแบบเกมอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ หากรัฐมีนโยบายเพิ่มการพนันในสังคมเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จะกลายเป็นการเปิดหลุมดำบนดินที่เพิ่มพื้นที่เสี่ยงแก่เด็กและเยาวชน

ในตอนท้าย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวเสริมอีกว่า

“สสส.มีความมุ่งมั่ยในจุดยืนสร้างเสนิมสุขภาวะในเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลอบายมุข ทั้ง 4 ด้าน โดยเร่งผสานพลังภาคีเครือข่ายทำงานเชิงรุก ทั้งขับเคลื่อนนโยบาย พัฒนาวิชาการ รณรงค์ประขาสัมพันธ์ และมุ่งทำงานเชิงพื้นที่ตามยุทธศาสตร์ ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างเกราะป้องกันเยาวชนให้เติบโตอย่างปลอดภัย ป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ตกเป็นเหยื่อ 4 หลุมดำอีกต่อไป ช่วยสร้างให้เกิดสังคมปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งสถาบันครอบครัวยังคงเป็นด่านแรกที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลาน”