“ไอซ์ รักชนก” ขำ สตง. คว้าเบอร์ 1 ความโปร่งใส
บวรวัฒน์ อีจัน
19 สิงหาคม 2568

จากกรณี สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA (INTEGRITY AND TRANSPARENCY ASSESSMENT) ได้ 94.64 คะแนน และเป็นอันดับ 1 ประเภทหน่วยงานขององค์กรอิสระ นั้น

วันนี้ (19 ส.ค. 68) นางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงท่าทีตลกขบขันกับประเด็น สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คว้าอันดับ 1 ความโปร่งใส พร้อมไขข้อสงสัยถึงที่มาจากคะแนน ซัดแข่งกันแค่ 5 หน่วย จึงไม่แปลกใจ ขนาดปีที่แล้ว กกต. ยังได้อันดับ 1 ลั่น มีเรื่องให้ขำกันทุกปีนั่นแหละ

โพสต์ระบุว่า
วันนี้ทุกคนคงได้ขำกันไปแล้ว กับข่าว สตง. คว้าอันดับ 1 ความโปร่งใส เลยจะมาเล่าให้ฟังว่า
คะแนน ITA คืออะไร? วัดแล้วดี แปลว่าดีจริงไหม? ทำไม สตง. ได้ที่1?
คะแนน ITA คืออะไร?
ITA (INTEGRITY AND TRANSPARENCY ASSESSMENT) คือคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่ประเมินโดยสำนักงาน ปปช. เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่เขียนล็อคไว้และให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ ที่อยากทำให้อันดับและคะแนน CPI หรือ ดัชนีภาพลักษณ์การคอปรัปชั่นดีขึ้น ซึ่งเป็นการวัดที่แข่งอันดับกันทั้งโลก ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 109 จาก 180 ประเทศทั่วโลก
วัดแล้วดี แปลว่าดีจริงไหม?
การเก็บข้อมูล การประเมิน ITA เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 10กว่าปีเข้าไปแล้ว แต่เรื่องคอรัปชั่นในภาครัฐไม่มีอะไรดีขึ้นเลย สวนทางกับคะแนนของหน่วยงานที่ดีวันดีคืน เพราะอะไร คงต้องไปดูการประเมิน
มีการเก็บข้อมูลจาก 3 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใน : โดยจะให้บุคลากรทุกระดับที่ปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 1 ปี ได้แสดงความคิดเห็นต่อคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานตนเอง โดยสอบถาม การรับรู้และความคิดเห็น แล้วใครมันจะไปบอกว่าหน่วยงานตัวเองไม่ดี เผลอๆผุ้บังคับบัญชาจะออกคำสั่งเองเลยด้วยซ้ำกว่าห้ามประเมินออกมาห่วย
ส่วนที่ 2 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก : โดยให้ผู้รับบริการหรือผู้ติดต่อหน่วยงานภาครัฐในช่วงปีงบประมาณได้แสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐเกือบทั้งหมด รู้กันอยู่แล้วว่าไม่มีใครอยากทำให้คะแนนของใครต่ำลง ก็เหมือนผลัดกันเกาหลัง
ส่วนที่ 3 แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ : เป็นการตรวจสอบระดับการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่เผยแพร่ไว้ทางหน้าเว็บไซต์หลักของหน่วยงาน ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่รู้อยู่แล้วว่าจริงๆหน่วยงานควรจะต้องเปิดเผยอะไรบ้าง ธรรมภิบาลข้อมูลทำกับแค่ครึ่งเดียว และทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปิดบัง แอบซ้อนไว้อยู่แล้ว หาในเวปเท่าไหร่ก็เจอหรอกจ้า แล้วให้พูดกันจริงๆ จะมีประชาชนจริงๆมาประเมินกันสักกี่คน มันก็เป็นการบอกให้ญาติโกโหติกาของคนในนั่นแหละช่วยประเมินให้หน่อย
ปัญหาใหญ่ ๆ คือ หลาย ๆ หน่วยงานมองการประเมิน ITA เป็นภาระมากกว่าโอกาสอันดีในการแก้ปัญหาเรื่องคอรัปชั่น บางหน่วยงานถึงกับลอกข้อมูลจากหน่วยงานอื่น และ ปิดบังข้อมูลที่อาจส่งผลเสียต่อคะแนน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำให้การแม้จะวัดไปแล้วได้คะแนนดีดีออกมา แต่มันไม่ได้สะท้อนความจริงอะไรเลย!

ทำไม สตง. ได้ที่ 1 ?
ITA เป็นการประเมินหน่วยงานรัฐ 8,323 หน่วยทั่วประเทศ แต่ไม่ได้เรียงลำดับตั้งแต่ 1 ไปถึง 8,323 แต่จะจัดอันดับกันเป็นประเภท เช่น จังหวัด ก็แข่งกัน 76 จังหวัด
หน่วยงานระดับกรม ก็แข่งกัน 160 หน่วยงาน เทศบาลก็เยอะหน่อย 2247 เทศบาล
องค์กรศาล ก็แข่งกันแค่ 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานยุติธรรม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
และ องค์กรอิสระ ก็แข่งกันแค่ 5 หน่วย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.), สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (คตง.), สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ดังนั้น สตง. ได้ที่ 1 ไม่ต้องแปลกใจ ปีที่แล้ว กกต. ยังได้ที่ 1 เลย มีเรื่องให้ขำกันทุกปีนั่นแหละ
ที่ฮาจัดเลยคือเมื่อต้นปี เดือนมกราคม สตง. ก็ซัด ปปช. ว่าโครงการประเมินคุณธรรม ITA มีปัญหาเครื่องมือบางส่วนยังไม่ชัดเจน ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐเป็นหน่วยงานที่มีความโปร่งใสไม่ทุจริตได้จริง แถมด่านโยบาย No Gift Policy “งดรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด” ของ ปปช. ว่าโชว์หร่าหน้าเว็บไซต์ แต่ผู้บริหารองค์กรถูกจับกุมความผิดฐานเรียกรับผลประโยชน์ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
อ่านจบแล้วขำกว่าเดิมปะ ประเทศเราเสียเงินและเสียเวลาไปกับการทำอะไรแบบนี้แหละ ทุกสิ่งอย่างเป็นความตั้งใจอันดีหมด แต่พอทำแบบไทย ๆ มาตรฐานแบบไทย ๆ ก็เป็นอย่างที่ท่านเห็น ไม่ต้องสืบเพราะทุกหน่วยงานประเมินผ่านหมด ได้คะแนน 80-90 ขึ้นกันหมด แต่หันดูสภาพความเป็นจริงดิ คอรัปชั่นประเทศนี้ลดลงไหม? ประเมินแล้วได้อะไร?
จริง ๆ แล้ว ปปช. ก่อนจะมีหน้าไปประเมินอะไรคนอื่น ควรเริ่มที่ตัวเองก่อน บัญชีทรัพย์สินนักการเมือง ทุกวันนี้เปิดแค่ 180 วัน ถ้าใครอยากดูหลังจากนั้นต้องไปดูที่นนทบุรี อยู่เบตง อยู่เชียงใหม่ อยากดูบัญชีทรัพย์สิน สส. บ้านตัวเองต้องหอบสังขารมาที่นนทบุรีนะจ๊ะ แล้วไม่ให้ถ่ายรูป ไม่ให้ถ่ายเอกสารนะ ให้ดูด้วยตาแล้วใช้สมองจำเอา (ซึ่งเป็นผลจากการอยากปกป้องประยุทธ์ และประวิตร เพราะไม่อยากให้มีใครมาดูทรัพย์สินได้ เป็นไงล่ะ ที่นี่ประเทศไทย)
ขณะเดียวกัน สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ออกประกาศชี้แจงขั้นตอน หลังคว้าอันดับ 1 หน่วยงานขององค์กรอิสระโปร่งใส ประจำปี 2568 ด้วยคะแนน 94.64 คะแนน ชี้ 3 ข้อมูลสำคัญ การรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน/ภายนอก และการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ รับ ตัวชี้วัด “ปรับปรุงการทำงาน” ผลประเมินต่ำกว่า 85 คะแนน พร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น

ระบุว่า
ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจําปีงบประมาณ 2568
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการทุจริต ด้วยวิธีการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีการดําเนินงานป้องกัน การทุจริต โดยเป็นการดําเนินงานคู่ขนานกันไปกับมิติด้านการปราบปรามการทุจริตและมิติด้านการเสริมสร้าง ทัศนคติ ค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตในสังคมไทยเกิดผลสัมฤทธิ์ และเกิดความยั่งยืน
โดยการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เป็นเครื่องมือที่มีการเก็บข้อมูลอย่างรอบด้านและหลากหลายมิติ กําหนดระเบียบวิธีการประเมินผลที่เป็นไปตามหลักการทางสถิติและทางวิชาการเพื่อให้ผลการประเมินสามารถสะท้อนสุขภาวะขององค์กรในด้านคุณธรรมและความโปร่งใสได้อย่างแท้จริง


สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจําปี 2568 โดยในการประเมินนั้นมีการเก็บข้อมูล 3 ส่วน ดังนี้
1. ส่วนที่ 1 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1. การปฏิบัติหน้าที่ 2. การใช้งบประมาณ 3. การใช้อํานาจ 4. การใช้ทรัพย์สินของราชการ 5. การแก้ไข ปัญหาการทุจริต รวม 15 ข้อคําถาม โดยเป็นการเชิญชวนบุคลากรของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี เข้าตอบแบบสอบถามที่ Intranet ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่น้อยกว่า 400 ราย โดยมีผู้เข้าตอบจํานวน 693 ราย
2. ส่วนที่ 2 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1. คุณภาพการดําเนินงาน 2. ประสิทธิภาพการสื่อสาร 3. การปรับปรุงระบบการทํางาน รวม 4 ข้อคําถาม โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
2.1 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ส่วนที่ 1 สํานักงานการตรวจแผ่นดิน เป็นผู้เชิญชวนให้หน่วยรับตรวจ สื่อมวลชน คู่สัญญาการจัดซื้อจัดจ้างกับ สตง. เข้าตอบแบบสอบถามที่ หน้าเว็ปไซต์สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จํานวนไม่น้อยกว่า 400 ราย โดยมีผู้เข้าตอบจํานวน 501 ราย
2.2 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ส่วนที่ 2 ผู้ประเมิน (สํานักงาน ป.ป.ช.) เป็นผู้ดําเนินการจัดเก็บเอง จํานวนไม่น้อยกว่า 40 ราย โดยเข้าจัดเก็บในวันที่สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน จัดประชุมให้กับหน่วยรับตรวจ จํานวน 60 ราย และผู้ประเมินจัดเก็บเพิ่มเติมจากกลุ่มเป้าหมายจํานวน 28 ราย รวมมีผู้เข้าตอบ 88 ราย
3. ส่วนที่ 3 แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1. การเปิดเผยข้อมูล 2. การป้องกันการทุจริต รวม 28 ข้อคําถาม แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) เป็นแบบวัดที่ ให้ผู้ตอบแสดงหลักฐานว่ามีการเปิดเผยข้อมูลตามที่กําหนดต่อสาธารณชน ผ่านการระบุ URL ที่เชื่อมโยงไปยัง เว็บไซต์ของหน่วยงานลงในระบบ ITAS ซึ่งคณะทํางานเตรียมความพร้อมการเข้าร่วมโครงการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
