เจ้าของ แจงปมดราม่า หมาถูกเทปกาวมัดปาก แค่หาวิธีอยู่ร่วมกัน ยัน! ไม่ได้ทำร้าย
แพทตี้ อีจัน
9 กันยายน 2567

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพสุนัขถูกมัดปากด้วยเทปกาว พร้อมข้อความ ระบุว่า…
“พอดีไปส่งของแถวนั้น เลยสงสัยว่าพันปากทำไม บางตัวพันเทปพันสายไฟแน่น #ปราสาทศรัทธรรม”
ซึ่งการกระทำนี้ทำให้ผู้ที่รักสัตว์เข้ามาแชร์ และวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำเป็นการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่?

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ภายในซอย12 พัทยา-นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบสุนัขพันธุ์ไทยถูกเทปกาวพันปากเกือบ 10 ตัว บางตัวมีขวดบรรจุน้ำมัดห้อยคอ ทำให้เดินไปเดินมาด้วยความทุลักทุเล

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เล่าว่า สุนัขทั้งหมดมีคนคอยดูแล แต่จะต้องถูกพันปากอยู่ตลอดเวลาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน โดยจะถูกถอดออกแค่ตอนกินน้ำกับอาหารเท่านั้น ส่วนสาเหตุคาดว่าสุนัขน่าจะเห่า และไล่กัดนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านบริเวณแถวนั้น อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบว่าการกระชำเช่นนี้เป็นการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่
ล่าสุด วันนี้ (9 ก.ย.67) เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักปลัดเมืองพัทยา และ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานสัตวแพทย์ สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวภายในซอยนาเกลือ 12 เมืองพัทยา โดยพบกับนางสาวกัลยรัตน์ อายุ 38 ปี และลูกชาย พร้อมกับสุนัขทั้งหมด
นางสาวกัลยรัตน์ ได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การทารุณกรรมสัตว์ แต่เป็นการป้องกันไม่ให้สุนัขเหล่านี้สร้างปัญหาให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว
โดยนางสาวกัลยรัตน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยสัญชาตญาณของสุนัขมันไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใคร มันก็จะเห่าเขา โดยเฉพาะเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บริเวณนี้ สุนัขมันก็ไม่ชอบเด็กมันก็จะวิ่งไล่เด็ก ส่วนสาเหตุที่มัดแบบนั้นไว้เพราะ 1.ไม่เห่าใคร 2.ไม่วิ่งไล่ใคร 3.ไม่ไปกัดใคร และจะไม่เป็นอันตรายกับใครในบริเวณนี้

ซึ่งเมื่อก่อนเป็นตะกร้อ แต่มันก็ยังเห่าได้สร้างเดือดร้อนให้นักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว และเห่าทั้งคืนจริงๆ ซึ่งวิธีช่วยได้คือใช้ถุงเท้านักเรียนเก่าๆ ซึ่งมีความยืดหยุ่นรวมทั้งเทปกาวสีดำก็มีความยืดหยุ่น ในการที่เราใช้เราก็ต้องยืดก่อน ซึ่งเราจะทำการสวมเวลาประมาณ 22.00 น. และแกะออกในตอนเช้าประมาณ 7.00 น. ซึ่งก่อนใส่ก็น้องๆ ก็จะกินข้าวเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งการใส่ถุงเท้าครอบปากแบบนี้น้องๆ ก็สามารถกินอาหารได้ตามปกติเช่นกัน
นางสาวกัลยรัตน์ เล่าต่อว่า สุนัขดังกล่าวเป็นสุนัขที่ชาวต่างชาติ ที่เก็บมาเลี้ยงแล้วตั้งท้อง พอเขาก็กลับประเทศ เราเห้นมันท้องออกลูกมา จึงเก็บมาเลี้ง พอเลี้ยงแล้วก็รักมันก็ต้องดูแลมัน ไม่ได้ทารุณกรรมสัตว์ เพราะสุนัขอยู่ได้คนอยู่ได้ ซึ่งเราก็ป้องกันทุกอย่างไม่ให้มีผลกระทบกับใครในบริเวณนี้

ด้าน สพ.ญ. อภิชญา ธุระงาน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ เมืองพัทยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ที่ดูแลสุนัขเหล่านี้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเห่าส่งถึงดัง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในละแวกนี้ ทางนี้ก็รับผิดชอบโดยการเอาถุงเท้ามาสวมปาก จึงมีกระแสออกมาว่าถ้าการนำถุงเท้าไปสวมปากน้องจะกินอาหารไม่ได้กินน้ำไม่ได้ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่าน้องหมาเหล่านี้สามารถกินอาหารได้ดื่มน้ำได้ตามปกติ



