ไขข้อสงสัย? แท้จริงแล้ว “ดวงจันทร์” เป็นสีอะไรกันแน่ ? 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

5 กันยายน 2568

ไขข้อสงสัย? แท้จริงแล้ว “ดวงจันทร์” เป็นสีอะไรกันแน่ ? 

เคยสงสัยกันมั้ย แท้จริงแล้วดวงจันทร์เป็นสีอะไรกันแน่ ?  

เตรียมเลยนะคะทุกคน อีกประมาณ  1 วันข้างหน้า ก็จะถึงวันที่เราจะได้เห็น พระจันทร์สีเลือดกันแล้ว  ‘อีจัน’ เลยอยากพาทุกคนมาดูสีและปรากฏการณที่จะเกิดขึ้นว่า แท้จริงแล้วดวงจันทร์เป็นสีอะไรกันแน่ ?  โดย คุณดนุพล มากจาด  เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ NARIT ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า พระจันทร์ที่เราเห็น บางคนอาจบอกว่าดวงจันทร์เป็น สีขาว สีเหลือง  สีส้ม  สีแดง หรือแม้กระทั่งสีน้ำเงิน เลยอยากชวนทุกคนลองคิดคำตอบของตัวเองไว้ในใจ แล้วมาดูกันว่า แท้จริงแล้วดวงจันทร์เป็นสีอะไรกันแน่ ? 

สีที่เราเห็นบนดวงจันทร์ไม่ได้เกิดจากพื้นผิวของดวงจันทร์โดยตรง แต่เป็นผลจากปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์และชั้นบรรยากาศของโลก ที่ส่งผลต่อการมองเห็น ดวงจันทร์เองเป็นเพียงวัตถุท้องฟ้าที่ไม่มีแสงในตัว แสงสว่างที่เราเห็นมาจากแสงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับจากผิวดวงจันทร์เข้าสู่ดวงตาของเรา วันนี้ไปทำความรู้จักกับ “ดวงจันทร์หลากสี” พร้อมไขความลับว่าแต่ละสีเกิดขึ้นได้อย่างไร 

ดวงจันทร์สีขาว 

“ดวงจันทร์สีขาว” ไปจนถึง “สีเทาอ่อน” คือภาพที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด มักเห็นได้ชัดเมื่อดวงจันทร์โผล่ขึ้นสูงจากขอบฟ้าระดับหนึ่งหรือเกือบกลางศีรษะในคืนฟ้าใสไร้เมฆ แสงจากดวงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับมาจึงไม่ถูกรบกวนจากบรรยากาศมากนัก ทำให้ดวงจันทร์ดูเป็นสีขาวนวล โดยเฉพาะในช่วงดวงจันทร์ใกล้เต็มดวงหรือเต็มดวง แสงสว่างที่ส่องออกมาจะยิ่งขับให้ความขาวของดวงจันทร์เด่นชัดและสวยงามมากขึ้น 

ดวงจันทร์สีส้มและสีเหลือง 
 
ดวงจันทร์สีส้มและสีเหลือง มักปรากฏให้เห็นเมื่อดวงจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า เนื่องจากแสงจากดวงจันทร์ต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลกในระยะทางที่ยาวกว่าตอนอยู่กลางศีรษะ ระหว่างทาง แสงสีฟ้าถูกกระเจิงออกไป จึงเหลือเพียงแสงโทนเหลืองถึงส้มที่เดินทางมาถึงดวงตาของเรา ทำให้ดวงจันทร์ดูอุ่นนวลราวกับดวงโคมไฟบนท้องฟ้านั่นเอง 

ดวงจันทร์สีแดงอิฐ 
 
ดวงจันทร์สีแดงอิฐ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Blood Moon จะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่ดวงจันทร์เต็มดวงเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก หรือที่เรียกว่า “จันทรุปราคาเต็มดวง” เท่านั้น เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สามารถคำนวณการเกิดล่วงหน้าได้ สาเหตุที่ดวงจันทร์ไม่มืดดับหายไปขณะอยู่ในเงามืดของโลก แต่กลับปรากฏเป็นสีแดงอิฐ ก็เพราะว่าแท้จริงแล้วเงาของโลกไม่ได้มืดสนิท เมื่อแสงของดวงอาทิตย์ตกกระทบโลก ทำให้เกิดเงาทอดยาวไปในทิศทางตรงข้าม และเมื่อแสงผ่านชั้นบรรยากาศโลกจะเกิดการกระเจิงและหักเห แสงที่มีความยาวคลื่นสั้น เช่น สีฟ้า จะถูกกรองออกไป เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวที่สุด หักเหเข้าไปในเงามืดของโลก เมื่อแสงสีแดงตกกระทบบนดวงจันทร์ แล้วสะท้อนกลับมายังโลก ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เรืองรองเป็นสีแดงอิฐบนท้องฟ้าในช่วงจันทรุปราคาเต็มดวงนั่นเอง 
 
จุดที่เป็นไฮไลท์เลยคือ  คืนวันที่ 7 ถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายนนี้ เราจะได้เห็นจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐตั้งแต่เวลา 00:31 – 01:53 น. ของวันที่ 8 ก.ย. รวมเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง 22 นาที หากฟ้าใสไร้เมฆฝน ทุกคนสามารถชมด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศ หรือติดตามการถ่ายทอดสดได้ตลอดระยะเวลาเกิดปรากฏการณ์ 

ดวงจันทร์สีเทาดำ 

ก่อนหน้านี้ สีต่าง ๆ ของดวงจันทร์ที่เรามองเห็น ล้วนเกิดจากการมองผ่านชั้นบรรยากาศของโลก แต่หากเราได้ออกไปสังเกตดวงจันทร์จากอวกาศโดยตรง สีที่เห็นจริง ๆ จะเป็น “สีเทาดำ” หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเป็นแบบนั้น? คำตอบคือ พื้นผิวของดวงจันทร์ประกอบด้วยหินและฝุ่นที่ไม่มีสีสดใส ส่วนใหญ่มีเฉดสีตั้งแต่เทาอ่อนไปจนถึงเทาเข้ม ประกอบกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตและพื้นผิวขรุขระ ทำให้ดวงจันทร์สะท้อนแสงได้ไม่ดีนัก เมื่อมองจากอวกาศจึงเห็นเป็นสีเทาเข้มอย่างชัดเจน หลายคนอาจเข้าใจว่าดวงจันทร์ควรจะมีสีเทาอ่อนหรือเกือบขาว แต่เมื่อวัดค่าการสะท้อนแสงหรือค่าอัลบีโด (Albedo) จะพบว่ามีค่าเฉลี่ยเพียงประมาณ 12% หรือใกล้เคียงกับสีของถนนยางมะตอยเลยทีเดียว ส่วนสาเหตุไหนเราจึงมองเห็นดวงจันทร์สว่างกว่าความเป็นจริง? สาเหตุหนึ่งคือ ดวงจันทร์ตั้งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้า โดยไม่มีวัตถุอื่นที่เด่นชัดให้เปรียบเทียบ สมองของเราจึงตีความว่ามันสว่างกว่าความเป็นจริง คล้ายกับการดูภาพถ่ายขาวดำที่มีเพียงวัตถุสีขาวอยู่หนึ่งเดียวในเฟรม ซึ่งยิ่งทำให้วัตถุนั้นดูขาวสว่างเกินจริงในสายตาเรา 

ดวงจันทร์สีน้ำเงิน 

บลูมูน (Blue Moon) ไม่ได้หมายถึงดวงจันทร์สีน้ำเงิน แต่ในทางดาราศาสตร์หมายถึง ดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่ 2 ของเดือน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ปกติดวงจันทร์จะใช้เวลาเปลี่ยนเฟสข้างขึ้น-ข้างแรม เป็นระยะเวลาประมาณ 29.5 วัน ขณะที่เดือนในปฏิทินที่เราใช้มี 30-31 วัน ทำให้บางเดือนมีโอกาสที่ดวงจันทร์เต็มดวงถึง 2 ครั้ง คือช่วงต้นเดือนและปลายเดือน ซึ่งนานทีจะเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของสำนวนภาษาอังกฤษ “Once in a blue moon” ที่หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากหรือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ดวงจันทร์ที่จะปรากฏให้เราเห็นเป็นสีน้ำเงินนั้น ไม่มีอยู่จริง 

ดวงจันทร์สีชมพู 

พิงก์มูน (Pink Moon) ไม่ได้หมายถึงดวงจันทร์สีชมพู แต่เป็น 1 ใน 12 ชื่อดวงจันทร์เต็มดวงที่ชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นตัวแทนของฤดูกาลที่จะมาเยือนแต่ละเดือน และพิงก์มูนเป็นตัวแทนของ “เดือนเมษายน” ที่ท้องทุ่งต่างๆ จะเต็มไปด้วยสีชมพูของดอกฟล็อกซ์ (Phlox) นั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงเป็นแค่ชื่อเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเดือนเมษายนจะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงเป็นสีชมพู 

โดยปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าติดตามในช่วงนี้ เดือน กันยายน 2568  

-คืน 7 ถึงเช้ามืด 8 ก.ย. 68  

เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง  เวลา 22.29-03.55 น.  

คราสเต็มดวง 00.31-01.53 น. 

-21 ก.ย.68  

ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปีตลอดทั้งคืน  สามารถเริ่มสังเกตได้ทางทิศตะวันออก  

-23 ก.ย.68  

วันศารทวิษุวัต ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน 

บอกเลยว่าแต่ละสีของพระจันทร์ สวยงาม สง่ามากจริงๆค่ะ ก็ลองเข้ามาอ่านเล่นๆกันได้นะคะ เพราะความหมายกับสีก็มีความแตกต่างกันอยู่มาก แล้วยิ่งเป็นเรื่องของดาราศาสตร์ก็มีความสนใจมากที่เดียวค่ะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  

https://www.facebook.com/NARITpage/posts/pfbid0k1z5FGZXwkPNe9PbdAeN2nRJ7kFzzJSoN4b9Nn6D4Aq69ChGFbiuUMAE3fi3gFiGl