สงสารจับใจ… 3 เด็กชาย ชีวิตรันทด เดินเร่เก็บขวดขายจนหมดแรง ต้องมาอาศัยนอนวัด
แมงปอ อีจัน
14 พฤศจิกายน 2568

สงสารจับใจ 3 เด็กชายชีวิตสุดรันทด บ้านยากจน ชวนกันเดินหาเก็บขวดขาย ได้ 25 บาท ซื้อข้าวเหนียวไก่ปิ้งแบ่งกันกิน สุดท้ายหมดแรง หลบมานอนที่วัด สัปเหร่อเห็นแจ้งตำรวจช่วยส่งกลับญาติ หวั่นถูกล่อลวงไปทางไม่ดี

เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.68) ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากสัปเหร่อวัดโพธิวราราม ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี พบเด็กชาย 3 คน นอนพักอยู่ภายในวัด ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.พงษ์พล ผิวผ่อง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบทันที
โดยที่ศาลาธรรมสังเวชข้างเมรุเผาศพภายในวัดดังกล่าว พบเด็กชาย 3 คน ทราบชื่อภายหลังคือ ด.ช.เติ้ล อายุ 12 ปี,ด.ช.พี อายุ 11 ปี และด.ช.เต้ย อายุ 10 ปี กำลังนอนหลับสนิทอยู่บริเวณศาลา เจ้าหน้าที่ได้ปลุกขึ้นมา สอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ทั้งสามออกจากบ้านมาเพื่อฝึกซ้อมเชิดสิงโตที่ศาลเจ้าปู่ย่า ซ้อมเสร็จได้เก็บพากันออกหาเก็บขวดและของเก่าขาย ได้เงินมา 25 บาท นำไปซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างกิน ก่อนจะมานอนพักที่วัดโดยไม่ได้กลับบ้าน เนื่องจากเดินเก็บขวดจนหมดแรง


สอบถามเพิ่มเติมทราบว่า ด.ช.พี อาศัยอยู่กับผู้ปกครองในชุมชนวัดโพธิวราราม เด็กมักจะขอออกไปซ้อมเชิดสิงโต และไม่ได้กลับมานอนบ้าน คุณตาพยายามให้คนช่วยไปรับมา เพราะไม่มีหนทางจะออกไปตามหาหลานเองได้ แต่ในใจก็ยังเป็นห่วง
ส่วนเด็กชายเติ้ลและเต้ย เป็นพี่น้องกัน และให้ข้อมูลกับตำรวจว่า พ่อมีอาชีพหาปลา ส่วนแม่นั้นถูกจับข้อหาคดียาเสพติด ไม่ได้อยู่กับครอบครัวทางแม่ ตำรวจจึงพาไปส่งที่บ้านถึงกับปวดหัวใจ เมื่อพบว่าเด็กๆ 2 คนนี้ อาศัยอยู่กับย่าภายในอาคารร้างของตำรวจรถไฟ เขตเทศบาลนครอุดรธานี สอบถามทราบว่า เด็กอยู่กับย่าและพ่อ แต่รายได้ไม่มากนัก บางวันก็ได้ไปเรียน บางวันไม่มีเงินก็ไม่ได้ไป ทั้ง 2 คนไม่มีโอกาสเรียนมากนัก ยังอ่านหนังสือไม่ได้


จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาเด็กทั้ง 3 คนส่งคืนญาติ พร้อมกำชับให้ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก
นายแดง สัปเหร่อวัดโพธิวราราม เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ขณะกำลังจะมาทำความสะอาดศาลาธรรมสังเวช เพื่อเตรียมสถานที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ พอมาถึงก็พบเด็กชาย 3 คนนอนกองรวมกันอยู่บริเวณศาลาในสภาพน่าสงสาร หนาวสั่นไปทั้งตัว จึงเข้าไปปลุกและสอบถาม ทราบว่าเด็กทั้งหมดมีบ้านและอยู่ในวัยเรียน แต่ไม่ไปโรงเรียนตามปกติ



นายแดง กล่าวต่อว่า พื้นที่ศาลาธรรมสังเวชมักมีคนไร้บ้านหรือเร่ร่อนเข้ามานอนพักอยู่เป็นประจำ จึงรู้สึกหดหู่ใจเมื่อเห็นเด็กเล็กๆ ต้องมานอนอยู่เช่นนี้ ทั้งที่ควรได้รับการดูแล เอาใจใส่ และมีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนเหมือนเด็กทั่วไป จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือและตรวจสอบทันที
ทางด้าน ร.ต.อ.พงษ์พล ผิวผ่อง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเด็กและเยาวชนมานอนค้างอยู่ภายในวัดโพธิวรารามตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จึงนำกำลังออกตรวจสอบ หลังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเด็กทั้งหมดมีที่อยู่ชัดเจน จะได้พาไปส่งคืนผู้ปกครอง พร้อมกำชับให้ดูแลเอาใจใส่บุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กในวัยนี้ยังขาดวุฒิภาวะและการตัดสินใจ อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีได้ หากผู้ปกครองปล่อยปละละเลย




โอกาสนี้ ร.ต.อ.พงษ์พล ผิวผ่อง ได้อบรมและตักเตือนผู้ปกครองของเด็กทั้งสามราย ให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะเด็กยังอยู่ในวัยเยาว์และขาดความยับยั้งชั่งใจ อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีได้