รัฐฯ แจง กต. เตรียมนำคณะทูตลงพื้นที่อุบลฯและศรีสะเกษ ในวันเสาร์นี้
พอลลี่ อีจัน
14 สิงหาคม 2568

เขมรไม่หยุด เราก็ไม่ปล่อยไว้
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เกิดเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย- กัมพูชา มาอย่างต่อเนื่อง ด้านของฝั่งกัมพูชาเองก็ได้มีการลักลอบวางทุ่นระเบิดไว้ในตามจุดๆต่างๆตามแนวชายแดนเพื่อหวังสังหารบุคคล ทำให้มีทหารลาดตระเวนของไทย เหยียบกับระเบิดเข้าไปแล้ว 5 นาย โดยมีบางคนที่ต้องสูญเสียขาตัวเองในการดูแลอธิปไตยของไทยในครั้งนี้

ล่าสุดวันนี้(14 ส.ค.68) เว็บไซต์ รัฐบาลไทย โดย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้ออกมาโพสต์ให้ชาวโลกจับตามองเขมร หลังวางทุ่นระเบิดใส่ทหารไทยไม่หยุดขณะที่ กต. เตรียมนำคณะทูตลงพื้นที่อุบลฯและศรีสะเกษในวันเสาร์นี้ โดยเปิดเผยว่า รัฐบาลไทย ขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลก เพื่อให้ กัมพูชาให้ยุติพฤติกรรม ลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ อนุสัญญาออตตาวา จริยธรรมและหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง


รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมนำคณะทูตโดยเฉพาะผู้แทนจากสถานทูตประเทศที่เป็นภาคีของ Ottawa Convention ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค.68 โดยคณะจะเดินทาง ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี และเดินทางต่อไปยังผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป และการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 ในพื้นที่ภูมะเขือ ก่อนเดินทางไปตรวจพื้นที่ความเสียหายพลเรือน ที่บ้านหนองเม็ก ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา พร้อมรับฟังบรรยายสรุปจากผู้แทน ในส่วนของกองทัพไทย ได้วางกำหนดการในการนำคณะผู้สังเกตการณ์ทางทหารชั่วคราว (Interim Observer Team : IOT) ลงพื้นที่ ระหว่าง 18-20 ส.ค.68 ด้วย
โดยย้ำว่า รัฐบาลไทยยึดมั่นในการรักษากฎหมายระหว่างประเทศ เคารพในหลักมนุษยธรรม และพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสายตาประชาคมโลก เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขสถานการณ์อย่างสันติและเป็นธรรม ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการทุกช่องทางเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทยอย่างเต็มกำลัง
อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด และขอให้ทุกอย่างสามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้โดยเร็ว
ที่มา: เว็บไซต์ รัฐบาลไทย https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/99694