“อัจฉริยะ” บุก สคบ.ให้เวลา 3 วัน เพิกถอนใบอนุญาต “ดิไอคอน”
Phetchan
15 ตุลาคม 2567

วันนี้ (15 ต.ค.67) เวลา 13.00 น.นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อยื่นหลักฐานต่อ นายจิติภัทร์ บุญสม ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง โดยให้เวลา 3 วันในการเพิกถอนใบอนุญาตตลาดแบบตรง ของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ที่ทำธุรกิจไม่ตรงกับใบอนุญาต หากไม่ดำเนินการจะเอาผิด 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นายอัจฉริยะ ระบุว่า ที่ต้องมาร้องในวันนี้เพราะ สคบ.เป็นนายทะเบียนรับจดทะเบียนให้กับบริษัท The icon Group ตั้งแต่ 2562 คนที่รับจดคือ เลขาธิการ สคบ. และ ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรง และตลาดแบบตรง ที่รับตำแหน่งในขณะนั้น ซึ่งในการจดทะเบียน The icon Group ได้จดทะเบียนตลาดแบบตรง และดำเนินการแบบผิดกฎหมายมาตลอด ตั้งแต่ปี 62 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 5 ปีแล้ว เลขาธิการและเจ้าหน้าที่ มีอำนาจในการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่มีการจดทะเบียน แต่ทำไมถึงไม่มีการตรวจสอบ
ที่ผ่านมาบริษัท The icon Group มีแผนการตลาดอ้างว่าขายสินค้าให้กับสมาชิกที่เป็นตัวแทนจำหน่าย แต่ความเป็นจริงระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทดังกล่าวเป็นลักษณะชักชวนให้มีการหาเครือข่ายมากกว่าการขายสินค้า ซึ่งบริษัทไม่ได้เน้นการขายสินค้าเพราะสินค้าไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด และราคาแพง สิ่งที่บริษัททำคือหาเครือข่ายสมาชิกซึ่งจะผิดตาม ม.19 และ ม.46 ส่วนเจ้าหน้าที่จะมีความผิดตาม ม.39 , ม.18 , ม.40 และ ม.42 ไม่มีการตรวจสอบบริษัทไอคอนกรุ๊ปตั้งแต่จดทะเบียน และจะมีความผิดตาม ม.157 เจ้าพนักงานที่หากพบมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย
ด้านนายจิติภัทร์ ระบุว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาว่าเข้าองค์ประกอบตามมาตรา 19 หรือไม่ และจะเสนอให้กับนายทะเบียนในการเพิกถอนใบอนุญาตอีกที โดยในวันพรุ่งนี้ได้มีการนัดหมาย บอสพอล มาให้ข้อมูลในวันที่ 16 ต.ค. ส่วน กันต์ – มิน – แซม นัดหมายมาในวันที่ 17 ต.ค. วันที่ 18 ต.ค. จะเชิญบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่าย 10 บริษัทมาชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อได้ข้อเท็จจริงประกอบกับหลักฐานทั้งหมดคาดว่าจะนำเสนอนายทะเบียนเพิกถอนได้ โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุป ภายในวันที่ 18 ต.ค.

นายอัจฉริยะ ระบุเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ทางตำรวจได้มีการระบุว่า มีผู้ต้องหา 6 คน และผู้ต้องหาได้ปรากฏต่อหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา และยังไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือจะตกเป็นผู้ต้องหาได้อย่างไร ในการออกหมายในตอนนี้ทำยาก เพราะผู้เสียหายมีมากขึ้นทุกวัน ซึ่งการออกหมายจับต้อง ทำให้เสร็จภายใน 48 วัน ถ้าทำไม่ทันต้องปล่อยตัวตามสัญญาประกัน ในส่วนของ DSI เอง ต้องรอพนักงานสอบสวนทำสำนวนให้เสร็จสิ้นก่อนถึงจะรับเรื่องได้ ซึ่งทาง สคบ.ต้องไปแจ้งความ ที่ ปคบ. และ ปคบ. ออกหมายจับได้เลยเพราะโทษตามมาตรา 19 มีโทษสูงกว่า 3 ปี
นายอัจฉริยะ กล่าวเสริมว่า ไม่ต้องมาก็ได้เพราะหลักฐานปรากฏชัดเจนแล้ว มีการชักชวน มีผู้เสียหายชัดเจน ถึงไม่สอบข้อเท็จจริงก็สามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้อยู่แล้ว และถ้าภายในวันศุกร์นี้ สคบ.ไม่เพิกถอนใบอนุญาตของ The icon Group ต้นจะเดินทางไปแจ้งความกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ ปปป. เอาผิดเจ้าหน้าที่ สคบ. ตาม ม.157
เมื่อถามว่าตามคลิปเสียงที่เกิดขึ้นเทวดา ณ ที่นี้หมายถึงใคร นายจิติภัทร์ ระบุว่า เทวดาคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วแต่ความเชื่อ แต่ว่าถ้าเป็นบุคคลที่ว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ เชื่อว่าไม่มี ทั้งนี้ต้องดูเจตนาผู้พูดว่าพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงๆหรือในลักษณะบุคคล เป็นบุคคลสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้วในการขออนุญาตในช่วงปีนั้น
ในเรื่องที่ สคบ. เป็น 1 ใน 4 หน่วยงานที่รับเซ่นไหว้ ตอนนี้ได้มีการหารือกันภายในหน่วยงานแล้ว เพราะว่ากระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของ สคบ. ส่วนในเรื่องบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายที่ลักษณะต่างๆ จะมีการจัดการโดยเด็ดขาด เมื่อถามว่าตอนนี้มีนักการเมืองหรือใครติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือไหม นายจิติภัทร์ ตอบว่า ไม่มีใครติดต่อเข้ามา ไม่ว่าเทวดาหน้าไหนก็มาหยุดไม่ได้ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย