“รัฐบาล” กันพลาดซ้ำปี 66 เร่งปฏิทินงบปี 70  หวังทันใช้ 1 ต.ค.  ช้าสุดไม่เกิน 1 เดือน

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

19 พฤศจิกายน 2568

“รัฐบาล” กันพลาดซ้ำปี 66 เร่งปฏิทินงบปี 70  หวังทันใช้ 1 ต.ค.  ช้าสุดไม่เกิน 1 เดือน

วันนี้  (19 พ.ย. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

นายภราดร กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท รายได้ 3 ล้านล้านบาท งบขาดดุล 7.88 แสนล้านบาท หรือ 3.9% ต่อจีดีพี ซึ่งลดน้อยกว่าปีงบประมาณ 2569 โดยมั่นใจจะพยายามเร่งรัดให้งบประมาณปี 2570 ออกทันใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 แต่ถ้าล่าช้าที่สุดอาจไม่เกินครึ่งเดือน หรือ 1 เดือน

ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรีกูล นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงการทำงบประมาณอาจมีความล่าช้า จึงได้เร่งรัดขยับปฏิทินการทำงบประมาณให้เร็วขึ้น จากปกติการจัดทำงบประมาณจะผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือน ก.พ.-มี.ค. แต่ในครั้งนี้ยืนยันจะทำให้เสร็จและผ่านมติครม.ภายในรัฐบาลนี้ ให้เสร็จสิ้นในเดือน ม.ค. 2569 ก่อนยุบสภา

“ปกติงบฯ ผ่านครม. ในเดือน ก.พ. – มี.ค. แต่ครั้งนี้จะให้เสร็จสิ้นเดือน ม.ค. ก่อนยุบสภา เพื่อที่จะเผื่อเวลาช่วงสุญญากาศ เพราะกว่าจะเลือกตั้งวันที่ 29 มี.ค.2569 กว่าจะได้รับรองการเลือกตั้งและกว่าจะตั้ง ครม.ใหม่ได้ อาจทำให้ปฏิทินงบฯล่าช้านิดหน่อย จึงพยายามเข็นให้ผ่านมติครม.ภายในรัฐบาลนี้ และไม่ให้ล่าช้าเหมือนอย่างตอนเลือกตั้งปี 2566 กว่าจะได้ใช้งบประมาณจริงเข้าไตรมาสสองของปีงบประมาณ ทำให้ความล่าช้าได้มีปัญหาในกระบวนการผ่านงบประมาณ และปัญหาจีดีพี” นายภราดร ระบุ

นายภราดร กล่าวถึงการเร่งรัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า ได้หารือกับสำนักงบประมาณ โดยเฉพาะงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้อนุมัติในรัฐบาลที่ผ่านมาวงเงิน 157,000 ล้านบาท แต่ใช้ไปจริงกว่า 110,000 ล้านบาท โดยพยายามเร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับจัดสรร เร่งดำเนินการให้ได้เร็วที่สุด เพราะเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจ จำเป็นต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด

“งบกระตุ้นเศรษฐกิจได้อนุมัติโครงการรัฐบาลที่แล้ว ส่วนรัฐบาลนี้มีหน้าที่ไปผลักดันให้เงินก้อนที่ตั้งใจเอามากระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่เศรษฐกิจ มีการหมุนเวียนเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด” นายภราดร กล่าวเพิ่มเติม