องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยคะแนนโปร่งใส ไร้คอรัปชัน พบ ไทย ติดอันดับเดียวกับเนปาล 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

16 กันยายน 2568

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยคะแนนโปร่งใส ไร้คอรัปชัน พบ ไทย ติดอันดับเดียวกับเนปาล 

จากกรณี เด็ก Gen Z ในเนปาล รวมตัวนับหมื่นคนลงถนนประท้วงรัฐบาล ขับไล่ทำร้ายนักการเมือง และเผาสถานที่สำคัญ เนื่องจากความไม่พอใจในความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทุจริตคอรัปชัน 

ที่น่าตกใจ คือ คะแนนโปร่งใส “ไทย” เท่ากับ “เนปาล” 

โดย องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เผยดัชนีการรับรู้การทุจริต แสดงอันดับคะแนนปี 2024 พบว่า ประเทศไทย ติดอันดับ 107 ร่วมกับอีก 6 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย , บราซิล , มาลาวี , เนปาล , ไนเจอร์ , ไทย , ตุรกี 

ส่วนอันดับ 1 -10 ได้แก่  

1.เดนมาร์ก   

2.ฟินแลนด์  

3.สิงคโปร์   

4.นิวซีแลนด์   

5.ลักเซมเบิร์ก , นอร์เวย์ , สวิตเซอร์แลนด์   

8.สวีเดน   

9.เนเธอร์แลนด์    

10.ออสเตรเลีย , ไอซ์แลนด์ , ไอร์แลนด์   

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ระบุว่า การทุจริต คือ อุปสรรคต่อความก้าวหน้าสู่โลกที่ยั่งยืน ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index – CPI) ประจำปี 2024 แสดงให้เห็นว่า การทุจริตยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในทุกภูมิภาคของโลก อย่างไรก็ตามก็มีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเกิดขึ้นในหลายประเทศ 

การวิจัยเผยว่า การทุจริตเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ เพราะ ขัดขวางความก้าวหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทำให้การปรับตัวต่อผลกระทบของโลกร้อนเกิดขึ้นได้ยากขึ้น CPI จัดอันดับ 180 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลกตามระดับการรับรู้การทุจริตในภาครัฐ โดยให้คะแนนตั้งแต่ 0 (คอรัปชั่นสูงมาก) ถึง 100 (โปร่งใสมาก)แม้ว่า 32 ประเทศจะลดระดับการทุจริตลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2012 แต่ก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพราะในช่วงเวลาเดียวกัน 148 ประเทศกลับไม่มีความคืบหน้าหรือแย่ลงกว่าเดิม ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 43 และไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายปี ขณะที่มากกว่าสองในสามของประเทศมีคะแนนต่ำกว่า 50 หมายความว่ามีผู้คนหลายพันล้านคนที่ต้องอยู่ในประเทศที่การทุจริตทำลายชีวิตและบั่นทอนสิทธิมนุษยชน 

ซึ่งวิกฤตสภาพภูมิอากาศ อิทธิพลที่ไม่เหมาะสมและเงินสกปรก การทุจริตเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับหนึ่งในปัญหาท้าทายที่สุดของมนุษยชาติในขณะนี้ นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกต้องประสบกับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ขณะที่เงินทุนที่ควรนำไปใช้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือช่วยเหลือประชากรกลุ่มเปราะบาง กลับถูกขโมยหรือใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกันการทุจริตในรูปแบบของ “อิทธิพลที่ไม่เหมาะสม” ก็ขัดขวางนโยบายต่างๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม 

ส่วนการปกป้องความพยายามในการลดและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการทุจริต จะทำให้กิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาชีวิตเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ประเทศที่มีคะแนน CPI สูงจำนวนมาก มีทั้งทรัพยากรและอำนาจในการผลักดันการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศที่ต่อต้านการทุจริต หลายประเทศกลับสนับสนุนผลประโยชน์ของบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล  

นอกจากนี้ บางประเทศยังเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่รองรับเงินสกปรกจากการทุจริต การทำลายสิ่งแวดล้อม และอาชญากรรมอื่นๆ ถึงแม้ CPI จะไม่ได้วัดในมิตินี้ แต่ “เงินสกปรก” ก็เป็นปัญหาการทุจริตที่มีผลกระทบรุนแรงและขยายไปไกลเกินกว่าขอบเขตประเทศต้นทาง 

การทุจริตไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่ขัดขวางการพัฒนาเท่านั้น แต่มันยังเป็นต้นเหตุหลักของการเสื่อมถอยของประชาธิปไตย ความไม่มั่นคง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประชาคมระหว่างประเทศและแต่ละประเทศต้องให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตในระยะยาว นี่คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการต่อต้านแนวโน้มเผด็จการ และสร้างโลกที่สงบสุข เสรี และยั่งยืน แนวโน้มที่อันตรายซึ่งปรากฏในดัชนี CPI ปีนี้แสดงให้เห็นว่าทุกภาคส่วนต้องลงมือทำอย่างจริงจังโดยไม่ชักช้า เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในระดับโลกอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 

ที่มา : https://www.transparency.org/en/cpi/2024