ตร.รวบแล้ว 2 พี่น้อง อาร์ท-เอส มือต้มยาดองมรณะ
ขวัญ อีจัน
30 สิงหาคม 2567

วันที่ 29 ส.ค. 2567 เวลา 23.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัยผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, และเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น., บก.สส.ภ.1, ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, บก.น.3 และนักเรียนสืบสวนรุ่น 115 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวสองพี่น้องมือต้มยาดองมรณะ
1.นายสุรชัย หรือ อาร์ท อินสาม อายุ 43 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 6 ม.2 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูงกทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่จ.1169/2567 ลงวันที่ 28 ส.ค. 67
2.นายสุรศักดิ์ หรือเอส อินสาม อายุ 46 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 6 ม.2 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูงกทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่จ.1169/2567 ลงวันที่ 28 ส.ค. 67

โดยทั้งสองถูกออกหมายจับในข้อเดียวกันคือ “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใดเพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ หรือจำหน่าย หรือเสนอขายสิ่งเช่นว่านั้นเพื่อบุคคลเสพหรือใช้จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันผลิตและจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุมตัวได้ที่ ม.10 ต.บ่อตาโล่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์กล่าวคือ จากกรณีเหตุสลด “คลัสเตอร์ยาดองมรณะ” ที่มีผู้ป่วยทยอยเสียชีวิตจากการดื่มยาดองที่เปิดขายที่ร้านแห่งหนึ่งในพื้นที่มีนบุรี ล่าสุดเสียชีวิตไปแล้ว 6 ราย โดยผลจากการตรวจสอบในทางวิทยาศาสตร์ของกรมสรรพสามิต พบว่าในสุราที่นำมาใช้นั้นมีสาร “เมทานอล” และสารไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (Isopropyl alcohol : IPA) เจือปน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 เร่งสืบสวนสอบสวนจนทราบ “มือผสมยาดอง” คือ สองพี่น้องเอส-อาร์ท โดยล่าสุดศาลได้อนุมัติหมายจับทั้งสองในข้อหาหนัก “ร่วมพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ” หลังศาลออกหมายจับ สองพี่น้องมือผสมไหวตัวหลบหนีออกจากพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ ออกไปกบดานในพื้นที่ต่างจังหวัด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ส่งชุดสืบนครบาลไล่ล่าไปจนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา กว่าครึ่งค่อนวันแต่ก็ยังไม่พบตัว เพราะแหล่งกบดานคนร้ายเป็นพื้นที่ชนบทและมีป่ารอบทิศ

กระทั่งในช่วงค่ำที่การค้นหาเริ่มยากลำบาก ได้มีการสนธิกำลังระหว่างชุดสืบนครบาล ชุดสืบภาค 1 และ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กว่า 50 ชีวิต ปูพรหมค้นหาในพื้นที่ กระทั่งโชคได้เข้าข้างชุดสืบสวนที่ได้พบกับชาวบ้านที่กำลังส่องกบอยู่ริมทางได้ให้เบาะแสถึงแหล่งกบดานของสองพี่น้อง หลังทราบเบาะแสชุดสืบสวนไม่รอช้า บุกเข้าไปตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด
ในชั้นจับกุมทั้งสองพี่น้องยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยที่อ้างว่า “วัตถุดิบที่สองพี่น้องจำหน่ายให้กับเจ๊ปูนั้น มาจาก เอทิลแอลกอฮอล์ ร้อยละ 95 ผสมกับน้ำดื่ม ในอัตราส่วนเฉพาะที่ทั้งสองพี่น้องได้คิดค้นสูตรขึ้นมา โดยทั้งนายสุรศักดิ์ฯและนายสุรชัยฯยังคงยืนยันใน คุณภาพของเอทิลแอลกอฮอล์ ร้อยละ 95 ที่ทั้งสองนำมาใช้เป็นส่วนผสม ว่าเป็นวัตถุดิบซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ในการอุตสาหกรรมประกอบอาหาร มนุษย์สามารถที่จะรับประทานได้ ทั้งสองพี่น้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุของคดีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งยังให้การว่า ทั้งสองคนไม่ทราบ และเกี่ยวข้องกับการกระทำใด ๆ ของเจ๊ปูแต่อย่างใด ทั้งสองคนเป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบและนำไปจำหน่ายในราคาส่งให้กับเจ๊ปูเพียงเท่านั้น”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “เรายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสอง เพราะจากการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมาของ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3ด้วยความทุ่มเท จนนำไปสู่การพบพยานหลักฐานจำนวนมาก ที่บ่งชี้ไปที่สองพี่น้องผู้ต้องหารายนี้ จนกระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับทั้งสองในข้อหาหนัก หลังจากนี้จะมีการขยายผลโดยละเอียดต่อไป และผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียมา ณ ที่นี้ เราขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะมีการดำเนินการสืบสวนหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด และหากท่านใดมีเบาะแสในลักษณะนี้สามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาได้ที่ เพจ สืบนครบาล IDMB ได้ตลอด 24 ชม.” หลังจับกุมขยายผลได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีต่อไป
