เจ้าของแจง! ควายติดเชื้อแอนแทรกซ์ ชำแหละเนื้อขาย 50 คน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

2 มิถุนายน 2568

เจ้าของแจง! ควายติดเชื้อแอนแทรกซ์ ชำแหละเนื้อขาย 50 คน

จากกรณี (1 มิ.ย. 68) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ได้รับแจ้งจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี พบผู้ป่วยติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์รายแรกของจังหวัด เป็นชายวัย 53 ปี มีอาการตุ่มแผลบริเวณศีรษะ ด้านหลังคอ แขน และขา จากการซักประวัติพบว่า ผู้ป่วยมีพฤติกรรมเสี่ยง คือ ดื่มสุราเป็นประจำทุกวัน และชอบบริโภคก้อย ซอยจุ๊ เนื้อดิบเป็นประจำ

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (2 มิ.ย. 68) เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และทีมสอบสวนโรคจากสำนักงานสาธารณสุข ร่วมลงพื้นที่สอบสวนโรคที่ห้องประชุม รพ.สต.บ้านคลองผักขม ต.ท่าแยก อ.เมืองสระแก้ว โดยมีการนำตัว นายวุฒิพงษ์ อายุ 38 ปี เจ้าของควายตัวที่แพร่เชื้อโรคแอนแทรกซ์ มาสอบสวนด้วย

เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ จ.สระแก้ว ได้เข้าตรวจสอบคอกควายของ นายวุฒิพงษ์ อายุ 38 ปี เจ้าของควายตัวที่แพร่เชื้อโรคแอนแทรกซ์ โดยสั่งห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายควายและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมออกคำสั่งกักกันสัตว์ไว้เบื้องต้นเป็นเวลา 1 เดือน แต่หลังจากนั้นถ้าผลเพาะเชื้อไม่มีอะไร จะมีการนำวัคซีนและฉีดยาให้กับสัตว์ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมด พร้อมขอความร่วมมือเจ้าของคอกควายให้หยุดกิจกรรมทั้งหมดไว้ก่อน

ขณะเดียวกัน ทางด่านกักสัตว์สระแก้ว เตรียมเร่งเข้าเก็บตัวอย่างในพื้นที่พบการเกิดโรค และมีการตั้งด่านในพื้นที่ จ.สระแก้ว 3 จุดทั้งหมด เพื่อห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ในช่วงนี้ รวมทั้งประสานเพื่อนำรถฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้ามาในพื้นที่ บ้านคลองผักขม ม.8 ต.ท่าแยก อ.เมืองสระแก้ว

โดยจุดแรก เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปฉีดพ่นในพื้นที่บริเวณคอกควายตัวที่พบเชื้อ ส่วนฟางที่อยู่ในจุดที่มีการชำแหละเนื้อควาย ให้มีการนำไปเผาทิ้ง ส่วนกระดูกทราบว่า มีการนำไปต้มเพื่อบริโภคแล้ว จากนั้นได้เคลื่อนรถฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไปในจุดที่ควายตาย บริเวณป่ายูคาลิปตัส ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณบ้านและคอกควายมากนัก โดยเจ้าหน้าที่เข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้ครบทุกจุด

นายวุฒิพงษ์ เจ้าของควายตัวที่แพร่เชื้อโรคแอนแทรกซ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยบอกว่าก่อนป่วย ได้กินเนื้อควายจากของเรา ซึ่งตนได้ฆ่าควายตัวนี้เมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ ประมาณวันที่ 9 เม.ย. ผ่านมาประมาณเดือนเศษ โดยเจ้าหน้าที่สอบสวนหาไทม์ไลน์ที่มาของควาย และช่วงเวลาที่มีการฆ่าและพื้นที่ที่นำไปขาย รวมทั้งให้ไปดูพื้นที่ที่ชำแหละว่า ต้องให้ยาหรือฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อหรือไม่ เพราะอยู่ในพื้นที่เขตเฝ้าระวัง ซึ่งควายตัวดังกล่าว ไม่มีอาการอะไร ปกติดี ซื้อมาจาก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

ส่วนสาเหตุที่ต้องฆ่า เพราะควายดื้อลวด ออกจากลวดที่ล้อมและพยศหนีจากฝูง จึงใช้ปืนสังหารกลางป่ายูคาลิปตัส ก่อนนำมาชำแหละขายในพื้นที่

นายวุฒิพงษ์ กล่าวอีกว่า ควายตัวนี้หลังจากชำแหละแล้ว มีคนที่ซื้อไปกินและบริโภคไม่ถึง 50 ราย โดยเป็นคนในกลุ่มหมู่บ้านคลองผักขมและใกล้เคียง ประมาณ 20-30 กว่าคน แต่คนที่บริโภคหรือกินแต่ละบ้านที่ซื้อไป อาจจะมีมากกว่า 1 คนต่อบ้าน โดยตนเองยินดีให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกอย่าง

ทั้งนี้ หลังจากนั้นทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคเพิ่มเติม โดยค้นหาผู้สัมผัส ในกิจกรรมและพื้นที่เสี่ยง , ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม โดยการทบทวนเวชระเบียนของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองผักขม มีแผนจัดระบบเฝ้าระวังโรคต่อเนื่อง รวมถึงค้นหาผู้ป่วยหรือสัตว์ตายผิดปกติ ในพื้นที่ตำบลท่าแยก และทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อม และสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อ โดยปศุสัตว์จะดำเนินการส่งตรวจตามระบบต่อไป