ป่วนทั้งโรงพัก! หนุ่มเกย์ หิ้วยาบ้าขึ้นสน. ตัดพ้ออยากหาเพื่อนในคุก
พอลลี่ อีจัน
11 กุมภาพันธ์ 2569

งานนี้หนักเเล้วพ่อหนุ้มเอ้ย!
เมื่อวันที่ 10 ม.ค.69 เวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สส.สภ.บางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สารวัตรสืบสวน และ ทีมงานตำรวจชุดสืบสวน กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องสืบสวน ในโรงพัก สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีชายไทย ลักษณะเป็น LGBTQ+ (เกย์) ถือยาบ้า และ ยาไอซ์ มายื่นให้กับตำรวจแล้วบอกว่า ช่วยจับหนูเข้าคุก ถ้าไม่จับ หนูจะไปทุบกระจกที่ว่าการอำเภอ ซึ่งอยู่ข้างๆ ติดกับโรงพัก ทำเอาตำรวจ ชุดสืบสวนกำลังนั่งทำงาน พากันงงไปตามๆกัน

ต่อมาตำรวจได้ทำการจับกุม ชายดังกล่าว ทราบชื่อต่อมา คือ นายวชรกุลณฉัตร อายุ 25 ปี หรือชื่อเล่นว่า ออมสิน ชาวมหาสารคาม พร้อมกับยึดยาบ้า 6 เม็ด และ ยาไอซ์ 0.01 กรัม ( 1 จี ) ที่ถือมามอบให้กับตำรวจ โดยเจ้าตัวมีท่าทีเรียบเฉย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับศาลอาญาจังหวัดขอนแก่น ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
โดย นายออมสิน ยอมรับว่าตัวเองเป็นกลุ่มชายรักชาย (เกย์) LGBTQ+ เพิ่งจะพ้นโทษและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษพัทยา (หนองปลาไหล) เมื่อวันที่ 5 ก.พ.69 ที่ผ่านมา หลังจากถูกปล่อยตัวไม่มีที่ไป และเดินเตะฝุ่นมา 5 วัน ประกอบกับ คิดถึงเพื่อนกะเทย ที่ยังถูกต้องโทษขังอยู่ในเรือนจำพิเศษพัทยา จึงตัดสินใจ ไปซื้อยาบ้าและยาไอซ์ ย่านจอมเทียน ในราคาเกือบ 2,000 บาท ก่อนจะมามอบตัวกับตำรวจเพื่อให้ตำรวจจับ และถ้าหากตำรวจไม่จับ ก็จะหาวิธีต่างๆ ที่ทำให้ตัวเองถูกจับเข้าคุกและส่งตัวไปเรือนจำ โดยตอนแรกตั้งใจว่าจะไปทุกระจก ที่ว่าการอำเภอบางละมุง


ผู้สื่อข่าว พยายามสอบถามว่า คิดดีแล้ว่เหรอที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังยังคงยืนยันว่า ต้องการแบบนี้ ต้องการจะกลับเข้าไปหาเพื่อนในเรือนจำ เพราะการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกไม่มีความสุข ถึงแม้ในอดีตตัวเองเคยเป็นถึงพนักงาน ภาคพื้นดิน ของสายการบินแห่งหนึ่ง ต่อมาแฟนหนุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จนเป็นข่าวโด่งดัง จากนั้นตนเอง ก็กลายเป็นแพนิค เข้าขั้นเป็นโรคซึมเศร้า กลัวว่าใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกจะฆ่าตัวตาย จึงตัดสินใจขอกลับเข้าไปติดคุกดีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกการจับกุม ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า , ยาไอซ์ ) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จากนั้นส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เอาจริงๆเเล้วเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เเปลกมากนะคะ
ที่จู่ๆก็อยากให้ตัวเองโดนจับ เเต่พอได้ฟังเหตุผลก็สงสารเเละเข้าใจเหตุผลของเขาเป็นอย่างดีค่ะ
เเล้วลูกเพจล่ะคะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง?


