CP มอบทุนเรียนฟรี “ลูกทหารกล้า” จนจบปริญญาตรี
บวรวัฒน์ อีจัน
5 สิงหาคม 2568

จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเกิดการปะทะด้วยอาวุธสงครามของกองทัพ นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจแก่พลเรือนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเกิดความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะเหล่าทหารด่านหน้า ที่ยอมสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย

โดย เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี (CP) ได้เดินหน้าสานต่อค่านิยมองค์กร “สามประโยชน์” ประกาศมอบทุนการศึกษา และค่าครองชีพแก่บุตรและบุตรีของทหารกล้า ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเหล่านี้ได้เรียนจนจบระดับปริญญาตรี พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าทำงานในบริษัทในเครือ
ซึ่งการสนับสนุนทุนการศึกษาครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์” ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สำคัญของประเทศ สะท้อนถึงความห่วงใย และความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นใน ‘หลักสามประโยชน์’ คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กรมาโดยตลอด การตอบแทนความเสียสละของทหารกล้า ผ่านการดูแลครอบครัวของพวกเขา จึงเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจของเราที่จะยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ด้วยความเคารพอย่างสูงต่อผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดิน”
ด้านนายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ซีพีเชื่อมั่นว่าความดีต้องได้รับการจดจำและส่งต่อเป็นแรงบันดาลใจ โครงการมอบทุนในครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อคุณค่าของความเสียสละให้คงอยู่ โดยเครือฯ จะไม่เพียงรำลึกถึง แต่จะดูแลครอบครัวของวีรบุรุษเหล่านี้ให้มีโอกาสดำเนินชีวิตต่อไปอย่างสง่างาม”
ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การศึกษาคือกุญแจสำคัญของอนาคตที่ยั่งยืน บุตรหลานของทหารกล้าสมควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต พวกเขาคือครอบครัวของวีรบุรุษผู้ปกป้องประเทศ และซีพีจะไม่ปล่อยให้พวกเขาเดินลำพัง”
ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังคงยืนยันความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สิ่งดีงามเพื่อประเทศชาติและประชาชน ภายใต้ค่านิยม “สามประโยชน์” ที่เป็นหัวใจขององค์กรมาโดยตลอด