อีกหนึ่งใจกลางกรุง “สำนักเรียนวัดอรุณฯ” บาลีที่ยังมีลมหายใจ
ต่อ อีจัน
31 มกราคม 2568

วัดอรุณราชวราราม หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่า “วัดแจ้ง” เป็นหนึ่งในวัดสำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยวัดนี้เป็นที่รู้จักด้วยพระปรางค์อันสง่างาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศไทยที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมมาเยี่ยมชม



ยิ่งช่วงเทศกาลไม่ต้องพูดถึง ผู้คนมากมายจะแห่กันมาเที่ยวที่นี่อย่างไม่ขาดสายและนอกจาก “วัดอรุณ” จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่มีบทบาทสำคัญทางจะพุทธศาสนา คือการเป็น “สำนักเรียนบาลี”

พระเมธีวชิรกวี อริยญาโณ อาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดอรุณราชวราราม กล่าวว่า วัดอรุณฯ มีการเรียนนักธรรม เรียนภาษาบาลี และสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็คือการเรียนสามัญ (ม.1-ม.6) ที่มีเรียนสามัญก็เพราะว่า มีเด็กที่หลุดจากระบบมาบวช จึงต้องจัดให้พวกเขาได้เรียนเท่าที่จะสามารถจัดให้ได้ เพื่อให้ได้มีวุฒิการศึกษาเทียบเท่าได้



“ถ้าเกิดเราขาดบาลีไป เราก็จะเหมือนต้นไม้แห้ง ไม่มีดอก ไม่มีผล แล้วข้างในมันก็อาจจะกลวงไม่มีแก่น แต่ถ้าหากเรารักษาภาษาบาลีไว้ เราก็เท่ากับรักษาพระพุทธศาสนาต่อไป และนี่แหละคือภารกิจสำคัญ”
พระเมธีวชิรกวี อริยญาโณ
อาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดอรุณราชวราราม

ทำไม? ต้องเรียนภาษาบาลี
ภาษาบาลีถือเป็นรากฐานสำคัญของพระพุทธศาสนาในเถรวาท การเรียนบาลีไม่เพียงช่วยให้เข้าใจพระไตรปิฎกและหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง แต่ยังเป็นการสืบทอดและรักษามรดกทางศาสนาให้คงอยู่ในสังคมไทย
สำนักเรียนบาลีวัดอรุณราชวราราม ไม่เพียงเป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาบาลีที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาและสืบทอดพระพุทธศาสนาในสังคมไทย บทบาทของสำนักเรียนแห่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป เพื่อสร้างพระสงฆ์และบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในธรรมะ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการนำพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต
พระเมธีวชิรกวี กล่าวอีกว่า ยังมีเด็กๆ ที่ไม่ได้รับการเข้าถึงการศึกษาอีกมาก บ้างก็หลุดจากระบบการศึกษาด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ “พวกเขาน่าสงสาร” ซึ่งด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้การที่ทางวัดรับเด็กมาบวชเณรแล้วก็ฝึกสอนให้เรียนบาลีนั้น ก็เหมือนได้สงเคราะห์พวกเขาเหล่านั้นไปได้ในตัว ซึ่งตอนนี้ทางวัดอรุณฯ ก็กำลังทำที่พักเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับสามเณรได้มากขึ้น















