เปิด 3 ข้อหาคดีอาญา หลังศาลออกหมายจับหลวงพ่ออลงกต โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต? 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

26 สิงหาคม 2568

เปิด 3 ข้อหาคดีอาญา หลังศาลออกหมายจับหลวงพ่ออลงกต โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต? 

จากกรณีตำรวจเข้าจับกุม “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และ นายเสกสันน์ หรือ “หมอบี” กลางดึกวันนี้ (26 ส.ค.68) ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน  



โดยทั้ง 3 ข้อหามีรายละเอียดตามกฎหมาย ดังนี้ 

มาตรา 147 แห่งประมวลกฎหมายอาญา  

เจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด แล้วเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต 

 – ผู้กระทำต้องเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ 

 – มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของรัฐ 

 – กระทำโดยเจตนาทุจริต เพื่อให้ทรัพย์ตกเป็นของตนเองหรือผู้อื่น 

โทษ : จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตามดุลพินิจศาลตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

หมายเหตุ : พระซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินวัด ถือเป็นเจ้าพนักงานตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

มาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 

เจ้าพนักงานผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ 

 – มีเจตนาฝ่าฝืน ละเว้น หรือใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่สุจริต 

 – ทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง/ผู้อื่น 

โทษ : จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

ข้อหาฟอกเงิน  

ผู้ใดกระทำการเพื่อปกปิด หรืออำพรางแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ถือเป็นความผิดฐานฟอกเงิน 

 – โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด เพื่อปกปิดหรืออำพรางแหล่งที่มา 

 – ซ่อนเร้น หรือจำหน่ายทรัพย์สินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย เพื่อช่วยให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ 

 – ยินยอมหรือรู้เห็นในการจัดการทรัพย์ที่ได้มาจากความผิดอื่น เพื่อให้ทรัพย์นั้นดูถูกต้องตามกฎหมาย 

โทษ : จำคุก 1 -10 ปี หรือปรับสองหมื่น ถึง สองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

หมายเหตุ: หากเป็นการกระทำโดยนิติบุคคล หรือมีการสมคบกันเป็นกระบวนการ อาจมีบทลงโทษเพิ่มเติม เช่น การยึดทรัพย์ หรือการสั่งยุบกิจการ 

แหล่งอ้างอิงกฎหมาย : baanjomyut 


สรุปม้วนเดียวจบ จาก ด.ช.จอร์จ สู่ หลวงพ่ออลงกต คือใครกันแน่ ?