“บิ๊กเต่า” ลุยสงขลา จ่อสอบลูกเรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำ ย้ำชัดมีตำรวจเอี่ยวเรือหาย
อีจัน อ้วน
17 มิถุนายน 2567

สืบเนื่องจากกรณีที่เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนพร้อมน้ำมัน 330,000 ลิตร จำนวน 3 ลำ ที่ตกเป็นของกลางในคดีลักลอบขนน้ำมันเถื่อนเครือข่าย “เสี่ยโจ้ น้ำมันเถื่อน” หรือ “โจ้ ปัตตานี” จอดอยู่ที่ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 3 ลำ ก่อนที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.67 โดยได้รับแจ้งจาก สว.ส.รน.3 กก.5 บก.รน. ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบเรือของกลาง จำนวน 3 ลำ ในคดีอาญาเลขที่ 102/2567 ลงวันที่ 20 มี.ค.67
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (17 มิ.ย.67) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (08.00 น.) พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้เดินทางขึ้นเครื่องบินที่กองบินตำรวจ หรือ บน.3 เดินทางไปจังหวัดสงขลา เพื่อสอบปากคำลูกเรือที่ขโมยเรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำ ซึ่งของกลางในคดีหลังถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเปิดเผยกับทีมข่าวก่อนขึ้นเครื่องว่า ขณะนี้ได้ยึดเรือของกลางไว้ได้แล้ว 3 ลำ และอยู่ระหว่างการลากจูงเข้ามาเทียบท่าเรือสงขลา คาดว่าจะถึงฝั่งประมาณ 14:00 -15.00 น. วันนี้ (17 มิ.ย.67) โดยนำชุดสืบสวนสอบสวนไปสอบปากคำคลี่คลายคดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบเก็บหลักฐานทางคดี เพื่อให้เกิดความชัดเจน
“ส่วนการขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังวงการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นตำรวจมีแนวทางการสืบสวนอยู่ ซึ่งต้องสอบปากคำซักถามรายละเอียดกับลูกเรือผู้ต้องหาก่อน”พลตำรวจตรีจรูญเกียรติกล่าว
พลตำรวจตรี พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยถึงการตรวจสอบวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้องว่า พลตำรวจตรีจรูญเกียรติฯ กำหนดกรอบเวลาต้องให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ยืนยันว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องแน่นอน อยู่ระหว่างสอบสวนว่ามีกี่นาย

ขณะเดียวกัน บรรยากาศที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. ที่ได้ออกหมายเรียกลูกเรือของเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำ มารายงานตัว หลังได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ รวม 28 คน ล่าสุดผู้ต้องหาบางส่วนจำนวน 11 คน พร้อมทนาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ส่วนใหญ่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน มีเพียงรายเดียวที่บอกเพียงว่า “ผมอยู่แต่ในเรือ ไม่ได้ไปด้วย” ก่อนจะเข้าห้องไป
พันตำรวจเอกชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ) เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ปิดหมายที่บ้านพักของนายประกันและยังเป็นทนายความในคดีให้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 28 คนมารายงานตัว และโทรศัพท์แจ้งทนายความตั้งแต่ออกหมาย โดยมีผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัววันนี้ 11 คน และจากที่สอบถามทนายพบว่ามีอีก 2 คนไม่ได้เดินทางมา โดยในจำนวนนี้ 1 คนยังอยู่บนเรือ ซึ่งได้เร่งรัดนายประกันให้นำตัวมา ส่วนอีก 15 คนยังไม่พบคาดว่าอยู่บนเรือน้ำมัน 3 ลำที่หายไป

พันตำรวจเอกชัชวาล กล่าวว่า สำหรับคนที่ไม่มา ตำรวจก็จะดูว่าใครหลบหนีไปบ้าง หรือคนที่ไม่มามีเหตุจำเป็นใด เพื่อจะพิจารณาเพิกถอนประกันตัว และจะพิจารณาออกหมายจับกลุ่มที่ไม่มารายงานตัวต่อไป ส่วนการสอบปากคำเพิ่มเติมนั้น จะยังไม่มีการสอบปากคำในวันนี้ เนื่องจากจุดที่จับกุมเป็นพื้นที่เขตเศรฐกิจจำเพราะทางทะเล จึงเป็นคดีนอกราชอาณาจักร แต่ทำผิดตามกฎหมายไทย ทำให้ตำรวจต้องสอบปากคำร่วมกับอัยการภายหลัง

“สาเหตุที่ตำรวจให้ให้ประกันตัวไปรอบแรก เพราะมีเรือ 1 ลำกำลังจะจม ต้องสูบน้ำออกตลอด มิฉะนั้นน้ำมันของกลางบนเรืออาจรั่วลงทะเล จะทำให้เหตุการณ์บานปลาย จึงต้องให้ประกันผู้ต้องหาให้กลับไปดูแลเรือ โดยมีเจ้าหน้าที่กำกับดูแล”พันตำรวจเอกชัชวาลกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับผู้ต้องหา 28 คนนี้ เป็นลูกเรือทั้งสัญชาติไทยและเมียนมา ที่ถูกตำรวจน้ำและตำรวจ บก.ปอศ. เข้าจับกุมได้บนเรือ 5 ลำที่บรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 แสนกว่าลิตร บริเวณอ่าวไทย ใกล้เเท่นขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียม เมื่อวันที่ 19 มีนาคม และถูกเเจ้งข้อหาร่วมกันพยายามนำเข้าหรือส่งออกของที่ยังไม่ผ่านวิธีทางศุลกากร ฐานร่วมกันซ่อนเร้นพาไปเสียในทรัพย์ (น้ำมัน) อันเป็นของเกี่ยวเนื่องในความผิด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ เเละร่วมกันบรรทุกของลักลอบหนีศุลกากรหรือมีไว้ซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต ก่อนที่เรือ 3 ลำจะหายไป โดยมีลูกเรือ 2-3 คนที่อยู่ประจำเรือ 3 ลำดังกล่าว แต่ไม่ได้ไปกับเรือดังกล่าวด้วยเพราะเมา
คลิปอีจันแนะนำ
บิ๊กเต่า ประกาศชัด เราคือคู่กัด เสี่ยโจ้ เรือน้ำมันเถื่อน