“อัจฉริยะ” มั่นใจ! “ทนายตั้ม” ไม่ได้ประกันตัว ลั่น! มีนักโทษรอเพียบ

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

7 พฤศจิกายน 2567

“อัจฉริยะ” มั่นใจ! “ทนายตั้ม” ไม่ได้ประกันตัว ลั่น! มีนักโทษรอเพียบ

วันนี้ (7 พ.ย.67) หลังจากศาลอาญารัชดา ออกหมายจับ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ในข้อหา ฉ้อโกง , ฟอกเงิน , ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด ฐานฟอกเงิน ขณะที่ นางปทิตตา เมียทนายตั้ม ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน โดยสามารถควบคุมตัวได้ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ขณะกำลังจะเดินทางไปที่จังหวัดสระแก้ว  



ล่าสุด นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมั่นใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องจะออกมาเป็นแบบนี้ เพราะพฤติกรรมร้ายแรง และมียอดมูลค่าความเสียหายสูง โดยพฤติกรรมของผู้ที่รู้กฎหมายแต่ทำตัวเป็นโจร ตนเองต่อสู้กับทนายตั้มมาถึง 6 ปี รู้พฤติกรรมดีว่าเป็นคนอย่างไร พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ได้เกิดแค่กับมาดามอ้อยเท่านั้น แต่ทำพฤติกรรมแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว 

นายอัจฉริยะ ยืนยันว่าเงินจำนวน 39 ล้านบาท “น้องมี่” เป็นคนไปเบิกเงินจำนวนนี้มาให้กับทนายตั้ม และทนายตั้ม ได้ไปทั้งหมด 29 ล้านบาท ส่วน “นายนุ” ได้ไป 10 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าออกแบบโรงแรมที่กินหัวคิวมาดามอ้อยด้วย ลักษณะเหมือนต้มตุ๋น เพราะจำนวนเงินค่าออกแบบโรงแรมแจ้งว่า 9,000,000 บาท แต่จำนวนจริงเพียง 3,500,000 บาทเท่านั้น โดย “น้องมี่” รู้รายละเอียดในเรื่องนี้ดี ซึ่งตำรวจกันไว้เป็นพยานแล้ว 

นายอัจริยะ กล่าวอีกว่า กรณีหมายจับของทนายตั้มที่ออกมา ทางตำรวจกองปราบได้ส่งชุดไปเฝ้าที่หน้าบ้านตั้งแต่เมื่อคืน (6 พ.ย.67) ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งตัวทนายตั้ม ก็เหมือนจะรู้ว่า ตัวเองกำลังถูกออกหมายจับ พยายามวิ่งเต้นไปหาผู้ใหญ่หลายๆ คน เพื่อให้เคลียร์ให้ แต่ไม่มีใครที่จะช่วยทนายตั้มแล้ว ส่วนตัวยังมั่นใจว่าวันนี้หากทนายตั้มถูกจับแล้วจะไม่ได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากมีพฤติการณ์ร้ายแรง มีมูลค่าความเสียหายสูง มีความเสี่ยงที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน  

ส่วนการไปปรากฏตัวที่กองปราบก่อนหน้านี้ ตนเคยพูดแล้วว่าไม่มีผล เพราะศาลพิจารณาจากพฤติการณ์ในคดี และการที่เค้าไปแถลงข่าวที่หน้ากองบังคับการปราบปราม มีผลร้ายกับเขามากขึ้น ที่ไปให้สัมภาษณ์ว่ามีตำรวจไปคุกคามและตำรวจไปอุ้มพยานมาสอบ ซึ่งการไปให้สัมภาษณ์ลักษณะนี้ เป็นเหมือนแทรกแซงการทำงานของตำรวจ และเข้าข่ายเหมือนกับการไปข่มขู่พยาน หากได้รับการประกันตัวออกไป อาจจะไปข่มขู่มาดามอ้อย 

ส่วนกรณีทนายเดชาที่ตีตัวออกห่างทนายตั้มแล้ว นายอัจฉริยะ บอกว่า ตนได้ไปบอกกับทนายเดชาเองว่า ไม่รู้ข้อเท็จจริง เป็นผู้ใหญ่ขออย่าไปพูดเลย จะเป็นการเปลืองตัว เพราะความเป็นจริงแล้ว ทนายตั้มเป็นผู้รับเงิน 29 ล้านบาท มีพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายยืนยัน 

เมื่อถามต่อว่า ที่เห็นภาพปรากฏก่อนหน้านี้ว่า ไปคืนดีกับทนายตั้ม สรุปแล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอัจฉริยะ บอกว่า การจับมือกันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่กรณีนี้เป็นเรื่องส่วนรวม ถ้าตนเองรู้แล้วไม่พูดเท่ากับเป็นการช่วยทนายตั้ม และเรื่องนี้ตนมองว่า “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” สิ่งที่ทนายตั้มทำผิดกฏหมายก็ต้องได้รับกรรม และตนเองเคยพูดแล้วตอนที่จับมือกัน “ไม่ว่ามึงหรือกู ในภายภาคหน้าหากเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับสภาพให้ได้”  

นายอัจฉริยะ ย้ำอีกว่า เรื่องที่ทนายตั้มพูดเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์ ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของมาดามอ้อย ต้องแนะนำสิ่งดีๆ ให้กับลูกความ แต่สิ่งที่ทำกับมาดามอ้อยเป็นเรื่องหลอกลวงและแสวงหาผลประโยชน์ ด้วยความที่ไม่รู้กฎหมาย จึงหลงเชื่อ ซึ่งทนายมีการวางแผนมาตั้งแต่ต้น  

ส่วนกรณีครั้งนี้ ภรรยาภรรยาของทนายตั้ม โดนออกหมายจับด้วยนั้น นายอัจฉริยะกล่าวว่า ภรรยาของท่านตั้ม เวลาไปไหนมาไหนภรรยาก็ตามไปด้วยทุกครั้ง ลักษณะทำกันเป็นขบวนการ โดยทนายตั้มเป็นผู้วางแผน และเมียเป็นผู้รับถ่ายโอนเงินให้เครือญาติ ให้รอดูได้เลยหลังจากนี้จะมีเรื่องรถยนต์หรูยี่ห้อ Ferrari ออกมาอีก มั่นใจว่านี่เป็นเพียงแค่ภาค 1 เท่านั้น หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลภาค 2 ภาค 3 อีกต่อๆ ไป เพราะจำนวนเงินไม่ใช่เพียงเท่านี้ เนื่องจากมาดามอ้อยเข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมาโดนต้มมาตลอด 

ส่วนที่วันนี้ทนายตั้มถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินนั้น นายอัจฉริยะ บอกว่า คดีฉ้อโกง เป็นปกติธุระ มีมูลฐานความผิดฐานฟอกเงิน เพราะนำเงินที่ได้มาแปลงเป็นทรัพย์สินทั้งรถ ทั้งบ้าน พร้อมกันนี้ ยังเชื่อว่าหากทนายตั้มได้ติดคุกในเรือนจำสมุทรสาคร นครปฐม ราชบุรี มีนักโทษรอทนายตั้มอยู่เต็มไปหมด ตนเชื่อว่าหลายคนต้องถูกจำคุกเพราะทนายตั้ม เนื่องจากไปหลอกลวงว่าสามารถช่วยคดีได้ 

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ ยังเปิดประเด็นใหม่ ว่า ทนายตั้มมีคดีที่ 5 ซึ่งตัวเองมีพยานหลักฐานชัดเจน เป็นเรื่องค่าออกแบบ บ้านพักส่วนตัวของสามีมาดามอ้อยมูลค่า 3 ล้านบาท ที่จะเข้าข่ายเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร โดยไม่รู้ว่าจ่ายจำนวนจริงเป็นเงินเท่าไหร่ 

ในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย.67) 10.00 น. ตัวเองจะมีการเปิดเรื่องของทนายตั้ม ไปวิ่งเต้นปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อต่ออายุราชการ โดยมีข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ และหลังจากนี้ ยืนยันว่าจะเปิดเรื่องของทนายคนนี้เรื่อยๆ เพื่อให้สังคมเป็นผู้พิจารณา และยังมีเรื่องที่ทนายตั้มมีพฤติกรรมซื้อสำนวน ในคดีหวย 30 ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่า ลอตเตอรี่ไม่ใช่ของทั้งคู่ 

อย่างไรก็ตามนายอัจฉริยะ ยังพูดถึงการคืนดีกับทนายตั้ม และไปออกรายการด้วยกันว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่นี่เป็นเรื่องส่วนรวม ที่ตนทำวันนี้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เรื่องส่วนตัวเขากับตนมีการฟ้องกัน ตนถอนหมดแล้ว แต่เค้ายังไม่ถอน พร้อมบอกเหตุผลที่มีการกลับมาคืนดีกันว่า ตนไม่ใช่คนโง่ มาจับมือตนทำไม เพราะเขารู้ตัวอยู่ว่าจะโดนคดี และตนจะแฉ เพราะรู้ความลับเขามากที่สุด พร้อมบอกว่า ตนเป็นคนติดต่อตั้มเอง แต่ที่จับมือตน เพราะกลัวว่าตนจะแฉ 

หากมีความคืบหน้า ‘อีจัน’ จะอัปเดตให้ทราบ 

ขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก: สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว