พระผงกระดูกผี พระเครื่องของดีในตำนาน กับความขลังที่ถูกลืม!

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

17 ตุลาคม 2568

พระผงกระดูกผี พระเครื่องของดีในตำนาน กับความขลังที่ถูกลืม!

ตำนานความขลัง ที่เกือบ… ถูกลืม

“พระผงกระดูกผี”

กับพุทธคุณที่ถูกเล่าขาน อภินิหารหนาหู

พระผงกระดูกผี ชื่อนี้อาจดูน่ากลัว แต่นี่คือวัตถุมงคลที่ถูกยกว่าเป็นของดีระดับตำนาน

ธนัท ชัยวชิระศักดิ์ หรือ พี่นัท แฟนพันธุ์แท้องค์พ่อจตุคามรามเทพ คือคนที่ได้รับฟังเรื่องราวของพระผงกระดูกผีวัดโพธิ์มาตั้งแต่เด็ก และศึกษารวบรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ที่มีปรากฏขึ้นจริงของพระผงกระดูกผี

ตำนานความขลัง “พระผงกระดูผีดวัดโพธิ์”

พี่นัท เล่าว่า ตอนเป็นเด็กผมเกิดไม่ทันคุณตา แต่คุณยายเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่า คุณตาผมเป็นทหารเรือ ที่ทำหน้าที่เป็นทหารหมอ ในยุคสมัยสงครามประมาณปี 2480 ถึงช่วงปี 2485 คุณยายผมพาคุณตาไปหาหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง จ.นครปฐม และก็ได้ให้พระสมเด็จวัดระฆังกับคุณตาไว้ด้วย ซึ่งพระสมเด็จวัดระฆังตกทอดมาจากคุณทวดอีกทอดหนึ่ง และมีพระผงกระดูกผีวัดโพธิ์ ที่คุณตาได้รับมาจากพระอาจารย์หนูที่วัดโพธ์ เรื่องเล่าของคุณตาก็คือคนอื่นมักจะเห็นว่ามีคนหลายคนเดินตามหรือคอยคุ้อมครองคุณตาอยู่ และทหารที่พกพระผงกระดูกผีวัดโพธิ์ออกไปรับ จะรอดปลอดภัยกลับมาทุกคน

จากเรื่องเล่า สู่การพิสูจน์!

พี่นัท บอกว่า เมื่อได้ฟังเรื่องราวของคุณตาแบบนี้ ก็เริ่มสงสัยและอยากรู้ว่าที่ได้ฟังมามันจริงแค่ไหน จนเมื่อปี 2551 – 2552 ผมเช่าพระผงกระดูกผีจาก คุณเข็ม เมืองนนท์ ราคาตอนนั้นประมาณ 20,000 – 22,000 บาท เป็นพิมพ์ปิดตา แล้วผมก็หยิบพระขึ้นมาอธิษฐานกับตัวเองว่าถ้าพระผงกระดูกผีนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงเหมือนเรื่องราวที่ได้ฟังมา ขอให้แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นภายใน 7 วันนี้ โดยที่ผมจะไม่ห้อยพระอื่นเลย

“ผมท้าเลย ทำยังไงก็ได้ให้ผมรู้ว่ามีผีอยู่ในนี้ มีวิญญาณอยู่ในนี้ ถ้าเกิดว่ามันไม่มีอยู่จริง ก็จบกันไป เพราะผมอธิษฐานตั้งแต่วันนั้นเลยว่า ถ้ามีอยู่จริง เราจะทำให้คนรู้จักพระผงกระดูกผีมากขึ้น”

“เมื่อท่านถูกลืม เรียกว่าเป็นของดีที่ถูกหลงลืม เพราะว่าคนกลัวผี ขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็เลยกลัวกัน”

และไม่ถึง 2 วัน ผมก็เจอปาฏิหาริย์ เป็นเรื่องราวที่เกิดกับคุณแม่ คือแม่ตกเตียงที่นอนมาทุกวัน 30 กว่าปี จนกระดูกคอร้าว ตอนนั้นคิดว่าเพิ่งเอามาห้อยก็เจอเรื่องไม่ดีเลย ตอนนั้นคุณแม่ต้องนอนโรงพยาบาล ผมก็กลับมาเอาเสื้อผ้าที่บ้านเพื่อไปนอนเฝ้า ระหว่างทางแวะกินข้าวที่ร้านข้าวต้ม ลงจากรถผมก็เดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็กลับมาที่โต๊ะ น้องที่ไปด้วยกันก็ถามว่าพี่นัทรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ ไหม พนักงานรินน้ำให้ 4 แก้วทั้งที่มากันแค่ 3 คน ตอนนั้นผมยังไม่คิดอะไร จนพนักงานเดินมาถามว่า คุณยายที่เดินไปเข้าห้องน้ำด้วยกันกับผม ทำไมยังไม่ออกมา

ตอนนั้นผมถึงได้ตกใจ แล้วถามพนักงานไปว่าเห็นอะไร พนักงานก็เล่าว่าตอนที่ผมลงจากรถมาแล้วเดินไปห้องน้ำ มีคุณยายคนหนึ่งเดินไปกับผมด้วย แต่พอผมออกมาจากห้องน้ำ ก็ไม่เห็นคุณยายออกมา ผมเลยบอกกับพนักงานไปว่า พวกผมมากันแค่ 3 คน ไม่มีคุณยายคนไหนทั้งนั้น

นาทีนั้นคิดเลยว่าอาจจะเป็นเพราะพระผงกระดูกผี ผมเลยจับองค์พระที่ห้อยอยู่ที่คอ แล้วอธิษฐานขอเลยว่าให้ช่วยแม่ผมด้วย หลังกินข้าวเสร็จกำลังจะกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า ปรากฏว่าคุณหมอโทรมาแจ้งว่าให้มารับแม่กลับได้เลย อาการดีขึ้นแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

แล้วคืนนั้นก็ฝันเห็นผู้หญิงแก่คนหนึ่ง นั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง เป็นท่าคนแก่สมัยก่อนที่ชอบนั่งกัน แล้วชี้นิ้วมาที่ผม พูดกับผมว่า “มึงรู้หรือยัง กูมาอยู่กับมึงแล้วรู้หรือยัง”

เจอของจริงถึงเชื่อ! เริ่มเก็บข้อมูลพระผงกระดูกผี

พี่นัท เล่าว่า หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมก็เริ่มหาเช่า และศึกษารรวบรวมข้อมูลของพระผงกระดูกผีวัดโพธิ์ จนรู้ไปถึงที่วัด ไปเจอทายาทที่ทำเรื่องราวเตรียมจะทำหนังสือ และได้ไปเจอหลวงพ่อท่านหนึ่งตอนนั้นท่านอายุ 70 กว่าปี ท่านทันพระอาจารย์หนู ผู้สร้างพระผงกระดูกผีวัดโพธิ์

ท่านก็เล่าว่า สมัยที่ท่านเป็นเณร พระอาจารย์หนูเคยให้ท่านกับเณรคนอื่นๆ ไปตักเอาขี้เถ้าของคนตายที่เผาแล้วในวัดสระเกศฯ มีค่าจ้างให้กระสอบละ 25 สตางค์ ซึ่งในสมัยนั้นประมาณปี 2480 -2485 โดยมีข้อแม้คือต้องเดินออกจากวัดสระเกศฯ ตอนเที่ยงคืน

พระอาจารย์หนู ผู้สร้างพระผงกระดูกผีวัดโพธิ์

พี่นัท เล่าประวัติของพระอาจารย์หนู ให้ฟังว่า พระอาจารย์หนู มีกะโหลกผีอันใหญ่ ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นเจ้าแห่งผี เป็นนายผี ที่คอยดูแลควบคุมตรงนี้ทั้งหมด แล้วก็ทำเป็นศาลไว้ในกุฏิที่ท่านอยู่ ซึ่งมีพระที่ทันเห็นกะโหลกนี้ยังอยู่ที่วัดโพธิ์หลายคนเล่าให้ฟัง จนพระอาจารย์หนูมรณะ กะโหลกก็ตกมาอยู่กับพระลูกศิษย์ท่านหนึ่ง ซึ่งต่อมาท่านเป็นท่านเจ้าคุณ แล้วก็เพิ่งมรณะไปเมื่อปี 2555 กะโหลกนี้ก็ถูกเผาไปกับท่านด้วย เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ หรือขอท่านไว้

แต่เราเคยถามท่านว่า ทำไมพระอาจารย์หนูต้องใช้ขี้เถ้ากระดูกคนตายมาเป็นมวลสาร ท่านก็เล่าว่า พระอาจารย์หนูเป็นคนสุรินทร์ เรียนกรรมฐานจนสมาธิจิตไม่ธรรมดา ท่านเดินธุดงค์มาจากสุรินทร์จะมาขอจำวัดที่วัดโพธิ์ โดยอ้างว่ามาขอเรียนพระปริยัติ เนื่องจากว่าวัดโพธิ์เป็นวัดหลวง ถ้าไม่มีข้ออ้างอันสมควรก็จะขอจำวัดยาก จึงทำให้ท่านได้อยู่ที่นั่น เหมือนท่านเจตนารู้ว่าช่วงนั้นจะมีสงคราม เมื่อมีสงครามเกิดขึ้นก็จะมีคนตาย ตายเพราะสงคราม ตายเพราะโรคห่าในยุคนั้น ซึ่งมีจำนวนมาก ก็เกิดสัมภเวสีเยอะ คนตายก่อนเวลาอันควรจะมีช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ในโลกมนุษย์ ถ้าบุคคลที่ตายไม่ได้เจริญสติ ไม่ได้เจริญพระกรรมฐาน ไม่ได้ระลึกว่าตัวเองตายอยู่ ก็จะทำให้ตัวเองหลงตาย เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองก็กลายเป็นวิญญาณสัมภเวสี มาหลอกหลอนผู้คน

พระอาจารย์หนู คือคนที่อันเชิญดวงวิญญาณเหล่านี้ผ่านสื่อคือเถ้ากระดูกของเขา ให้มาฟังพระธรรมและรับศีล 5 แล้วอธิษฐานจากดวงวิญญาณสัมภเวสี ให้มาเป็นเทวดาสถิตย์อยู่ในองค์พระ โดยมีข้อแม้ให้ผู้ที่จะบูชา ให้ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณที่สถิตย์อยู่ในองค์พระเหล่านี้ด้วย ซึ่งผมมีใบบอกหรือใบเอกสารที่ได้มาจาก คุณเอิ๊บ มรดกไทย ซึ่งในใบนี้เป็นเสมือนคู่มือบูชาพระผงกระดูกผีวัดโพธิ์ ที่มีการจดบันทึกและตีพิมพ์เอาไว้

พี่นัท บอกด้วยว่า ทุกวันนี้ผมเรียกพระผงกระดูกผีที่ห้อยอยู่ประจำว่าน้าผี ให้ดูมีความน่ากลัวน้อยลง ซึ่งเป็นพระผงกระดูกผีที่มีรูปลักษณ์เป็นทรงหัวกะโหลกไม่เหมือนพิมพ์อื่นๆ

พี่นัท ทิ้งท้ายถึงเรื่องความเชื่อนี้ว่า อย่าเพิ่งมีดราม่า เพราะถ้าย้อนกลับไปประเทศไทยสมัยก่อน เป็นการบูชาผีมาก่อน ผีบรรพบุรุษ ผีเจ้าที่เจ้าทาง ผีต่างๆ จึงมีคำพูดคำหนึ่งที่ว่า “คนดีผีคุ้ม”

ในโลกวิญญาณกับโลกปัจจุบัน มันคือโลกเดียวกัน แต่เราไม่สามารถทำจิตให้ละเอียดพอที่จะมองเห็นวิญญาณได้ แต่เราสามารถแผ่เมตตาอธิษฐาน เพื่อให้เราได้สุขใจ และเรามีบุญก็เอาบุญนี้แบ่งกัน ให้กับดวงวิญญาณทั้งหลาย ให้กับผู้มีพระคุณทั้งหลาย

การแผ่เมตตา การฝึกจิตใจให้ดี สิ่งนี้เป็นอันดับแรกที่จะช่วยตัวเราก่อน ให้ตัวเรามีจิตที่แจ่มใส มีจิตที่เบิกบาน อุทิศบุญส่วนกุศล ก็จะทำให้เราได้บุญกุศลกลับมา ดวงวิญญาณเหล่านี้เรามองไม่เห็น เราไปที่ไหนเราไม่รู้ แต่ถ้าเราทำไปก่อน ก็ไม่เดือดร้อน ไม่ได้เสียหายกับผลที่กลับมา กลายเป็นผลดีที่เราจะรู้ตัวเอง ซึ่งคงไม่มีใครอยากเจอผลเสีย

“ผมไม่อยากให้ใครเสียเงินเช่าวัตถุมงคล แต่อยากให้เข้าใจก่อนว่าถ้าเรามีจิตที่บริสุทธิ์แล้ว คิดดีก่อน แล้วเอาธรรมะของพระพุทธเจ้าในการแผ่บุญกุศล ทำบุญตักบาตร ท่องพระคาถา สวดมนต์ นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง มันคือการทำกรรมฐานในตัว แล้วจะสามารถทำให้จิตคุณสงบ แล้วคุณจะแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง ผมใช้คำว่า คุณแก้กรรมได้ด้วยตัวคุณเอง”

“วัตถุมงคลเป็นวัตถุที่เอามาเพื่อระลึก สามารถป้องกันคุณได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณชั่ว คุณเลว เขาก็ไม่ช่วยคุณ ถ้าคุณมีศีล 5 ทำบุญ สวดมนต์ กตัญญูกับบิดามารดา สิ่งนี้คุณไม่จำเป็นต้องมีวัตถุมงคลใดๆ คุณก็สามารถแก้กรรมด้วยตัวเองได้ แต่ขอให้ทำจริง”

“เรามีองค์พระ เป็นรูปพระพุทธเจ้า เพื่อให้ระลึกถึงพุทโธ ระลึกถึงความดีวามของพระองค์ ระลึกถึงธรรมะของท่าน เอาเขามาอยู่ในใจเรา และวัตถุนี้คือวัตถุที่เป็นปริศนาธรรมว่า คุณมีวัตถุนี้แล้ว คุณต้องปฏิบัติธรรม และเข้าใจธรรมะวางที่หัวใจคุณก่อน เมื่อคุณวางได้แล้ว ทุกอย่างจะง่ายมาก คุณติดขัดทั้งหมด อยู่ที่ตัวคุณเท่านั้น ไม่มีกรรมใดที่จะล่วงล้ำตัวคุณได้ เพราะกรรมส่งผลที่ใจคุณเป็นอย่างแรก มโนกรรมที่ดี ทำให้กายกรรมและวจีกรรมนั้นดี นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากทุกท่านไว้”


ทหารไทยเป็นทหารผี? ตำนานความขลัง “พระผงกระดูกผี” | อีจัน THE SERIES