NOAA ประกาศเฝ้าติดตามพายุแม่เหล็กโลกระดับ G4 คาด อาจทวีความรุนแรงขึ้นสู่ระดับรุนแรง G5 

ขวัญ อีจัน

ขวัญ อีจัน

10 ตุลาคม 2567

NOAA ประกาศเฝ้าติดตามพายุแม่เหล็กโลกระดับ G4 คาด อาจทวีความรุนแรงขึ้นสู่ระดับรุนแรง G5 

เป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ในอวกาศที่ต้องเฝ้าจับตาและติดตามสำหรับ พายุแม่เหล็กโลก หรือพายุสุริยะ ที่เกิดจากลมสุริยะที่มีความรุนแรงปะทะเข้ากับสนามแม่เหล็กของโลกจนทำให้เกิดความปั่นป่วน แม้การปะทะนี้จะเกิดขึ้นในอวกาศเหนือชั้นบรรยากาศโลกไป แต่ก็ส่งผลกระทบต่อโลกได้ โดย เพจเฟซบุ๊ก สมาคมดาราศาสตร์ไทย ได้โพสต์เกี่ยวกับ พายุแม่เหล็กโลก โดยระบุว่า ด่วน! NOAA ออกประกาศเฝ้าติดตามพายุแม่เหล็กโลกระดับร้ายแรง G4 คืนวันพรุ่งนี้ เผยมีโอกาส 25% ที่จะทวีความรุนแรงสู่ระดับสุดขั้ว G5 

โดยเมื่อวันอาทิยต์ที่ 8 ต.ค. 67 ดวงอาทิตย์ได้ปลดปล่อยพลังงาน ซึ่งเกิดการพวยพุ่งของมวลโคโรนา (CME) และพลังงานดังกล่าว กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วระหว่าง 1,200 ถึง 1,300 กิโลเมตรต่อวินาที และคาดว่าจะถึงโลกในช่วงเช้าวันที่ 10 ตุลาคม ของช่วงเวลา Eastern Daylight Time (EDT) ซึ่งจะตรงกับเวลาไทย นั่นคือ ช่วงหัวค่ำของวันที่ 10 ต.ค. นี้ 

Screenshot

สำหรับพายุแม่เหล็กโลกที่กำลังเดินทางมานั้นมีความรุนแรงในระดับรุนแรง G4 ซึ่งอาจส่งผลรบกวนระบบไฟฟ้า ระบบนำทางด้วยดาวเทียม และ การสื่อสารทางวิทยุ โดยเฉพาะในพื้นที่ละติจูดสูง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิด แสงออโรรา ที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึง แคลิฟอร์เนียและอะลาบามา โดยทาง NOAA คาดการณ์ว่า มีโอกาสไม่น้อยที่พายุแม่เหล็กโลกนี้ จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นระดับร้ายแรงสูงสุด หรือ G5 ได้ 25%  

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพายุแม่เหล็กโลก ว่า (จากโพสต์สมาคมฯ) “ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการปะทุบนดวงอาทิตย์ที่มีผลมาถึงโลกคือ พายุแม่เหล็กโลก เกิดจากลมสุริยะที่มีความรุนแรงปะทะเข้ากับสนามแม่เหล็กของโลกจนทำให้เกิดความปั่นป่วน แม้การปะทะนี้จะเกิดขึ้นในอวกาศเหนือชั้นบรรยากาศโลกไป แต่ก็ส่งผลกระทบต่อโลกได้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเทคโนโลยีอวกาศ เช่นดาวเทียม การส่งกำลังไฟฟ้า หรือการสื่อสารวิทยุ ส่วนผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตมนุษย์มีไม่มากนัก” 

ทั้งนี้ ระดับความรุนแรงของพายุแม่เหล็กโลกนั้น จะแบ่งออกเป็น 5 ระดับ โดยเริ่มจาก G1 ที่มีความรุนแรงน้อยที่สุดไปจนถึง G5 ที่มีความรุนแรงมากที่สุด 

G 5 รุนแรงที่สุด : ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าและระบบป้องกันเสียหายทั่ว ระบบสายส่งไฟฟ้าอาจล่มหรือดับถาวร หม้อแปลงไฟฟ้าอาจเสียหาย ยานอวกาศมีปัญหาจากประจุเข้มข้นที่สะสมที่ผิวยาน มีปัญหาด้านการสื่อสารและการควบคุมทิศ กระแสไฟฟ้าในท่อส่งน้ำอาจสูงหลายร้อยแอมแปร์ การกระจายสัญญาณความถี่สูงล้มเหลว เกิดแสงเหนือแสงใต้ลามไปถึงระดับละติจูดแม่เหล็ก 40 องศา  

G 4 รุนแรงมาก : ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าอาจเกิดความเสียหายเป็นพื้นที่กว้าง ยานอวกาศอาจเกิดการสะสมประจุขึ้นที่พื้นผิวและอาจมีปัญหาในการสื่อสารและควบคุมทิศ เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในท่อส่งน้ำ เกิดแสงเหนือแสงใต้ลามไปถึงละติจูดแม่เหล็ก 45 องศา การกระจายสัญญาณความถี่สูงขัดข้องเป็นระยะ  

G 3 รุนแรงปานกลาง : แรงดันไฟฟ้าในระบบส่งไฟฟ้าผิดปรกติ แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบปรับแรงดัน อาจเกิดการสะสมประจุในชิ้นส่วนของดาวเทียมและอาจเกิดความผิดพลาดกับระบบควบคุมทิศทาง มีปัญหากับระบบกระจายสัญญาณวิทยุความถี่ต่ำเป็นระยะ เกิดแสงเหนือแสงใต้ลามลงไปถึงระดับละติจูดแม่เหล็ก 50 องศา  

G 2 ปานกลาง : ระบบสายส่งไฟฟ้าที่ละติจูดสูง ๆ อาจเกิดความผิดปรกติของแรงดัน หากเกิดเป็นเวลานานอาจทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าเสียหาย การควบคุมทิศทางของดาวเทียมอาจเกิดความผิดปรกติแต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบรักษาทิศทาง และอาจทำให้วงโคจรเปลี่ยนแปลง สัญญาณความถี่สูงที่ละติจูดสูงอาจอ่อนกำลัง เกิดแสงเหนือใต้ลามมาถึงระดับ 55 องศา  

G 1 น้อย : เกิดความผันผวนของแรงดันในระบบส่งกำลังไฟฟ้าเล็กน้อย สัตว์ที่อพยพโดยใช้สนามแม่เหล็กในการกำหนดทิศอาจสับสน เกิดแสงเหนือใต้ที่ละติจูดสูง 

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiastro.nectec, สมาคมดาราศาสตร์ไทย, theorcasonian