รองโจ๊ก เข้าพบ กงสุลอังกฤษ ยืนยัน ไม่มีการวางยาและข่มขืน
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ (30 ส.ค.61 ) รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล เข้าพบกงสุลใหญ่ประเทศอังกฤษ ประจำประเทศไทย โดยนำเอกสาร หลักฐานรวมถึงภาพถ่ายคืนวันเกิดเหตุ ส่งมอบให้กับกงสุลใหญ่ประเทศอังกฤษ ประจำประเทศไทย (คุณพอลเคย์) พร้อมยืนยันว่า หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ อ้างว่าถูก มอมยา-ข่มขืน ยังไม่พบข้อเท็จจริงดังกล่าว

พร้อมโชว์ภาพถ่ายในคืนวันเกิดเหตุ ริมทะเลบริเวณร้านอาหาร ฟิชโบน ที่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษอ้างว่า นั่งอยู่ในคืนวันเกิดเหตุ โดย รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อธิบายว่า คืนเกิดเหตุ เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง และมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ ที่ว่า คืนวันเกิดเหตุได้ไปดื่มบริเวณริมหาด ก่อนจะถูกมอมยา และพาไปข่มขืนบริเวณโขดหินซึ่งอยู่ห่างออกไปจากร้านประมาณ 300 เมตร


และคืนนั้น การเดินไปยังโขดหิน ต้องลุยน้ำทะเลไป ซึ่งจะเป็นจุดสนใจ ประกอบกับคืนดังกล่าว มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก จึงมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณริมชายหาด ซึ่งไม่น่าจะรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้ เพราะจะผิดสังเกต และมีพิรุธ

เบื้องต้นจากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบ จึงทำให้สามารถสรุปได้ว่า ไม่มีการวางยาและการข่มขืนเกิดขึ้น
นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังได้ นำหลักฐานหนังสือการรายงานผลตรวจสอบทั้งวัตถุพยาน นิติวิทยาศาสตร์ จากการลงพื้นที่ตามเวลาเสมือนที่เกิดเหตุ มามอบให้ด้วย


จากนี้ ทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย จะประสานไปยังผู้เสียหาย เพื่อให้ส่งมอบหลักฐานต่างๆ ที่อ้างว่าถูกข่มขืนมาให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ เช่น เสื้อผ้าที่มีคราบอสุจิติดอยู่ รวมถึงคำให้การของหญิงสาวชาวอังกฤษที่ให้ไว้กับตำรวจอังกฤษมาตรวจสอบเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา ประมาณภายใน 1 เดือน
ส่วน แม่ของผู้เสียหาย ที่จะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีทางพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ระบุว่า แม่ของผู้เสียหายนั้นไม่ใช่พยานบุคคลที่สำคัญ จึงไม่มีผลต่อรูปคดี และหลังจากนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งตั้งคณะทำงาน เพื่อเดินทางไปสอบปากคำหญิงสาวชาวอังกฤษหรือประเทศอังกฤษ


ทั้งนี้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับเจ้าของเพจ 2 เพจ ที่โพสต์ข้อความ และ เหตุการณ์ดังกล่าวจนสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์ตัวตนของเจ้าของเพจได้แล้ว -เช่นเดียวกันว่า หากมีการตรวจสอบพบว่าหญิงสาวชาวอังกฤษมีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จก็จะดำเนินการตามข้อกฎหมายของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และกฎหมายอาญาของประเทศไทย พร้อมทั้งออกหมายเรียกคนกดไลค์ แชร์ และคอมเม้นท์ ในความผิดเดียวกัน ส่วนการติดต่อไปยังเพจทั้ง 2 เป็นกระบวนการของการสืบสวนต่อไป