ส่งกำลังใจ! ‘น้องข้าวต้ม’ ลูกช้างป่าพลัดหลง 7 วันอาการเริ่มดีขึ้น
แมงปอ อีจัน
29 กันยายน 2568

อัปเดตอาการ 7 วัน น้องข้าวต้ม ช้างป่าพลัดหลง อยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ ตอนนี้เริ่มสดใส ลุกยืนได้บ้างแล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดยเฟซบุ๊ก หนูนา ศิลปอาชา “Nuna Silpa-archa” ได้โพสต์เรื่องราวอัพเดตอาการของลูกช้างป่าตัวนี้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2568 จนถึงปัจจุบัน
22 ก.ย. 2568 น้องข้าวต้มได้ถูกส่งตัวไปรักษาอาการต่อที่บึงฉวาก
23 ก.ย. 2568 คืนแรกของน้องข้าวต้ม ได้มีทีมสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จะเข้ามาช่วยตรวจอาการ ประเมินอาการเบื้องต้น ทำการเอ็กซเรย์ น้องขยับตัวได้ดี กินนม และน้ำข้าวได้ แต่ลุกไม่ได้ และมีโครงสร้างขาผิดปกติมาแต่กำเนิด ดำเนินการให้การดูแลตามอาการ โดยเน้นการให้อาหาร และดูแลสภาพร่างกายให้เหมาะสม
24 ก.ย. 2568 น้องข้าวต้มมีแรงมากขึ้น พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ทั้งนี้ทีมสัตวแพทย์ยังคงให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำต่อเนื่อง เพื่อเป็นการพยุงอาการ และคุณโต้งเจ้าของสวนนงนุช เจ้าของแม่พังสปาย แม่ลูกอ่อนที่เพิ่งคลอดลูกเมื่อวานได้เมตตาน้องข้าวต้มน้อยเอานมแม่สปายมาให้น้อง หน่วยสัตว์ป่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน น้องข้าวต้มมีความผิดปกติด้านการพัฒนาโครงสร้าง ส่วนเส้นเอ็นขาหน้า
25 ก.ย. 2568 คุณหมอทำเล็บเท้าให้น้องข้าวต้ม ทำการเอ็กซเรย์ ข้อขาที่งอซํ้า คณะสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้วางแผนการรักษา โดยวิธีการทำกายภาพบำบัด การใช้เครื่องอัลตราซาวด์บำบัด การทำหัตถการยืดเหยียดข้อต่อ และเครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า และประชุมปรับความเข้มข้นของนมที่น้องกิน
26 ก.ย. 2568 สุขภาพทั่วไปดีขึ้น การรักษาได้ผลดี ขาน้องที่เคยงอมากเริ่มยืดขึ้นอย่างชัดเจน มีการเสริมด้วยพลาสมา น้ำเกลือ และการปู EVA รวมถึงจะทำ “นั่งร้านต่อล้อ” เพื่อช่วยฝึกเดิน
27 ก.ย. 2568 บริเวณสะดือยังพบหนอง และเล็บมีหนอง ต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน (เนื่องจากแผลตอนน้องอยู่กับแม่) น้องข้าวต้มมีกำลังในการถีบตัวเองเพื่อให้ตัวเองยืนขึ้นบ่อยครั้งขึ้น โดยมีสัตวแพทย์และคณะเจ้าหน้าที่ช่วยพยุงตัว จับเท้ายืดเหยียด ขณะเดิน จากการตรวจอาการพบว่า ขาหน้า เริ่มคลายตัวเล็กน้อย จากการที่ได้ทำกายภาพบำบัดรักษา และมีการจิกเท้าก้าวเดินได้มากขึ้น
28 ก.ย. 2568 บาดแผลยังคงต้องทำความสะอาดทุกวัน อาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องเฝ้าดูแลใกล้ชิด เพราะยังมีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน พยายามถีบตัวลุกยืนเองบ่อยขึ้น ขาหน้าเริ่มคลายตัว จิกเท้าและก้าวเดินได้มากขึ้น
29 ก.ย. 2568 น้องข้าวต้มจะมีพี่เลี้ยง 7 คนตลอดเวลา เพราะน้องพร้อมที่จะยืนเสมอ จึงต้องมีคนคอยช่วยพยุง ปัจจุบันน้องข้าวต้มกินนมวันละ 5 กระป๋อง น้องตัวโตขึ้น จึงเริ่มมีแผลกดทับที่สะโพกและน้องเริ่มรู้สึกเจ็บ สิ่งที่คุณหมอทำก็คือน้องจำเป็นต้องถูกพลิกตัวประมาณทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาปัญหาแผลกดทับ เห็นแผลน้องที่ผิว ตรงเข่า ข้อขา เพราะผิวหนังภายนอกหลุดออก หนองที่เล็บ หมอได้เจาะไปแล้วหนึ่งเล็บ และคาดว่าจะมีแนวโน้มเป็นอีกสามเล็บ แผลเหล่านี้เกิดตอนที่แม่และพี่เลี้ยงพยายามลากพาน้องเดินไปช่วงแรก ค่าตับ ค่าไตยังสูงอยู่ อุปกรณ์รอกที่จะใช้พยุงหลวงพ่อสาครส่งมาให้











อาการโดยรวมจากวันแรกถึงตอนนี้ สุขภาพของน้องข้าวต้มยังคงทรงตัว ขาที่งอเริ่มสามารถยืดได้เป็นระยะจากการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องมาตลอด เรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้เป็นแผลตามตัว ในบางจุดเริ่มแห้งแล้วแต่ในบางจุดยังเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนได้ รวมถึงแผลกดทับที่เกิดจากการโตขึ้นของขนาดตัว
ทุกก้าวที่น้องพยายามยืนเหมือนบอกกับโลกว่า หนูยังไม่ยอมแพ้ และขอเพียงวันหนึ่งให้เจ้าช้างน้อยตัวนี้ได้ลุกขึ้นยืน เดิน และวิ่งเล่นอย่างมีความสุขสมวัยอีกครั้ง