เรื่องเล่าจาก…ถ้ำนางนอน โดย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

เรื่องเล่าจาก…ถ้ำนางนอน โดย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร

1 สัปดาห์เต็มๆที่ทีมหมูป่าหายเข้าไปในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.61 ประจวบกับช่วงฝนตกหนักในบริเวณดังกล่าว ทำให้น้ำท่วมขังปริมาณมาก ไม่สามารถเข้าตามหาทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตได้จนถึงสุดถ้ำ


จากการติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ จัน มีโอกาสได้ พูดคุยกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักพื้นที่อนุรักษ์พื้นที่ 10 (อุดรธานี) อดีตหัวหน้าทีมพญาเสือ ที่ลงพื้นที่ ไปติดตามภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าเช่นกัน


นายชัยวัฒน์ ได้เขียนบทความอธิบายกายภาพของถ้ำหลวงนางนอน ให้ จัน ได้อ่าน ซึ่งเป็นการอธิบายค่อนข้างละเอียด จน จัน อยากเอามาแบ่งปันข้อมูลกับทุกคน ลองอ่านอย่างตั้งใจ และจินตนาการภาพตาม เราจะได้เห็นภาพการทำงานของทีมค้นหา โดยที่ไม่ต้องไปอยู่หน้าถ้ำเลยด้วยซ้ำ

ภาพจากอีจัน


โดย นายชัยวัฒน์ ให้ข้อมูลไว้ว่า…

ผม! มีโอกาสได้ติดตาม

อธิบดีกรมอุทยานฯ ใน

ภารกิจช่วยเหลือน้องๆนักฟุตบอลและโค้ช! 13 ชีวิต

ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย

ระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2561


พอสรุป ที่มาและข้อมูลได้เป็นหัวข้อ ตามนี้

1. วนอุทยานแห่งนี้ มีถ้ำที่สวยงาม มีความยาว รวม ได้ ประมาณ 9-10 กิโลเมตร (ทางเดินเท้าในถ้ำ) ถือว่ายาวที่สุด แห่งหนึ่ง

วนอุทยานถ้ำหลวง -ขุนน้ำนางนอน ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2529 เนื้อที่ 5,000 ไร่ มีความสูงระดับน้ำทะเล เฉลี่ย 779 เมตร ตั้งอยู่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ลักษณะการวางตัวของเส้นทางถ้ำ กับ รูปลักษณะของภูเขานางนอน นั้น สามารถอธิบายให้เห็นภาพ ดังนี้


-ภูเขานางนอน นอนหันศีรษะไปทางตะวันออก ทางเข้าอยู่บริเวณ มวยผม

เมื่อเดินเข้าไป จากปากถ้ำ ในระยะทาง 3 กิโลเมตร นั้น จะผ่านโถงถ้ำกว้างสามโถงด้วยกัน ในระยะสามโถงนี้ มีระยะทาง แต่ละโถงยาวรวมกัน ไม่เกิน 800 เมตร สามโถงนี้ มีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมาสำรวจเส้นทางแล้ว โดยกำหนดให้เดินเข้าเที่ยวชมถ้ำได้เพียงทางเดียว

แต่ถ้ามีกรณีจะเข้ามาศึกษาและได้รับอนุญาตถูกต้อง จะมีเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานแห่งนี้เป็นผู้นำทางเท่านั้น


โดยในสามโถงมีชื่อเรียกตามเจ้าหน้าที่ คือ

-ถ้ำโถงที่หนึ่ง

-ถ้ำโถงที่สอง

-ถ้ำโถงที่สาม

ภาพจากอีจัน
ทั้งสามโถงนี้ จะมีทั้งหินงอก และหินย้อย มีความงดงาม เมื่อกระทบกับแสงไฟ

ภายในมีเส้นทางเดิน มีขั้นบันไดตามพื้นที่ลาดชันตลอดเส้นทาง มีอากาศหายใจได้อย่างสบาย

เป็นเส้นทางสลับกับลำธารน้ำเล็กๆ คดไปมาตามซอกหิน บางที่น้ำในเส้นทางก็หายไป หรือ ไปโผล่ในแอ่งน้ำข้างหน้า

ฉะนั้น อากาศที่อยู่ในระยะปลอดภัย และสามารถเข้าออกได้ตามปกติ คือ ระยะจากปากทางถ้ำไปจนถึง 800 เมตร

เพราะถ้ำมีขนาดใหญ่กว้าง มีลำธารน้ำไหล
และการไหลของน้ำ ในถ้ำแห่งนี้ ยังสามารถเพิ่มอ๊อกซิเจน ให้ภายในถ้ำได้อีกด้วย

ภาพจากอีจัน


ต่อจากนั้นเดินไปทางทิศตะวันตกอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงสามแยก ซึ่งสามแยกนี้ จะทำมุมเกือบตั้งฉากกัน

ขออธิบายว่า เมื่อเราเดินถึงสามแยก ถ้าไปทางขวา นั้นคือ ทิศเหนือ คือ ดอยผาหมี

ดอยผาหมี คือ เส้นทางน้ำหรือต้นน้ำ ที่ไหลมาเติมในถ้ำ ไหลจากทิศเหนือไปทิศใต้

และเมื่อระดับน้ำสูงเฉลี่ยได้ระดับหนึ่งตรงจุดสามแยก น้ำในถ้ำนี้ ก็จะไหล ออกมา ทางปากถ้ำ

ปากถ้ำคือ จุดที่ทุกคนกำลังทำงาน

จากเหตุการณ์น้ำล้นมาออกจากปากถ้ำในวันที่ 26 มิถุนายน หลังจากที่น้องๆ เข้าไป ในวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน เวลาประมาณ บ่ายสามโมงกว่า

ภาพจากอีจัน


จากแผนที่เส้นทางเดินไปสุดทางดอยผาหมี มีระยะทางประมาณ 500 กว่าเมตร แต่ถ้าเดินทางตามเส้นทางภายในถ้ำ

ก็น่าจะมากกว่าหรืออาจถึง 800 เมตร ซึ่งเส้นทางที่จะเดินไปเป็นห้องโถงยาวไม่ใหญ่มากประมาณ โบกี้รถไฟ

สลับกับช่องขนาดแค่คนรอดเข้าไปเท่านั้น

เมื่อไปสุดทาง จะเจอโถงใหญ่



ความเห็น:เฉพาะผม
ถ้าน้องๆ และโค้ช ทีมหมูป่า ไปทางนี้ มีโอกาสรอดสูงมาก เพราะน้ำไหลออกมาอย่างเดียวและมีบริเวณที่น้องๆ อาศัยอยู่ได้โดยเฉพาะอากาศที่มีให้น้องๆได้อย่างเพียงพอ

และจะมีคำถามว่า แล้วทำไมไม่ไปค้นจุดนี้ ?

คำตอบคือ บริเวณเส้นทางนี้ ช่องที่ต้องเข้าไปนั้นมีช่องขนาดแค่พอดีตัว และตอนนี้น้ำได้ท่วมเต็มไปหมดแล้ว

ทีมซีลที่เข้าไปค้นหาทางซ้ายคือทางทิศใต้ ได้พบร่องรอย พบรอยเท้าของน้องๆ จึงมุ่งเป้าหมายไปในทิศทางนี้ก่อน

ซึ่งผมประเมินว่า ทีมสำรวจเชื่อว่าน้องๆ อยู่ทางนี้ และเส้นทางนี้ ทางน้องอยู่ต้องรีบดำเนินก่อนอย่างเร่งด่วนเพราะระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ส่งผลดีแต่อย่างใด

ส่วนดอยผาหมี ช่องนี้ ทีม ผบ.ตร. ได้นำทีมเดินและไต่ลงหาปล่องเพื่อที่จะเจาะลงไปในเส้นทางดอยผาหมี ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ทุกฝ่ายคิดและช่วยกันทำได้

ภาพจากอีจัน
มาเส้นทางที่คิดว่าน้องๆ อยู่คือ พัทยาบีช

เส้นนี้ เราเริ่มจากสามแยก เลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ เส้นทางนี้ แผนที่ มีความยาวเพียง 3 กิโลเมตร

แต่ถ้าเข้าไปเดินภายในจริงๆ แล้ว น่าจะยาวได้ถึง 5 กิโลเมตร (ไม่รวมซอยที่แยกออกซ้ายขวาระหว่างทาง ที่ไปแล้วตัน ถ้าคิดเป็นระยะทางก็คงอีกหลายกิโลเมตร 

จากจุดเริ่มต้นนับจากสามแยก นับเป็น กิโลเมตรที่ศูนย์ก็แล้วกัน จะเป็นเส้นทางเดินค่อนข้างจะแคบสลับกว้าง มีโถงบ้างแต่ไม่ใหญ่เท่ากับ สามโถงแรก ที่อธิบายไป

– จุดแรก สามารถเดินและลอดได้ ขณะที่เส้นทางลอด มีทั้งหมดนับสิบช่วง บ้างช่วงสั้นแค่เมตรถึงสองเมตร แต่บ้างช่วง ยาวนับร้อยเมตร


ที่ผมอธิบายให้เห็นช่องที่ลอดสลับทางเดินนั้น จะได้เห็นว่าช่องที่ต้องลอดนั้น ขณะนี้น้ำท่วมช่องหมดแล้ว

จะได้เห็นภาพว่าทำไมหน่วยซีลไปได้แค่นั้น เพราะตรงนี้คือปัญหา ระยะช่องที่น้ำปิดทางต้องดำลงไปในระยะทางที่ยาว และน้ำในวันแรกๆ มีสีขุ่น

จึงอธิบายได้ว่า มันยากมากๆ ที่ทีมทำงานถึงจะมีประสบการณ์มากแค่ไหน แต่เจอช่องแคบๆ และยาวนั้น มันเป็นเรื่องที่ต้องประเมินความเสี่ยง ไปพร้อมกันด้วย

ที่หน่วยซีลคาดว่าน้องๆ น่าจะอยู่ในโพรงหรือโถง หรือพัทยาบีช นั้น ก็เป็นเป้าหมายที่ต้องเข้าไปให้ได้เร็วที่สุด

ภาพจากอีจัน


ย้อนกลับไปก่อนวันที่ 26 มิ.ย ที่หน่วยซีล ไปถึงบริเวณใกล้พัทยาบีช แต่ต้องออกมาเนื่องจากน้ำจากดอยผาหมีซึมผ่านเข้ามาในถ้ำ ไหลลงไปยังพัทยาพีช จนท่วมจุดที่หน่วยซีลไปพัก

เมื่อน้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว หน่วยซีลประเมินแล้วว่า ต้องออกมาเพื่อหารือและเพื่อหาทางเอาน้ำออกอย่างเดียว

ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถเข้าไปได้ รวมถึงความสอดคล้องกับออกซิเจนที่ติดตัวไปว่าจะพอรึเปล่าด้วย

แต่ถ้าระดับน้ำเอาออกแล้วลดลง หน่วยซีลสามารถดำได้บางช่วงและบางช่วงอาจมีช่องให้ลอยคอ ใช้อากาศในถ้ำได้บ้างก็จะเป็นยุทธวิธี ที่ทุกคนปลอดภัย

ภาพจากอีจัน


ต่อที่ เส้นทางเดินเท้าในถ้ำไปพัทยาบีช

จากการสอบถาม พี่ชูเกียรติ สีพรรณ์ เจ้าหน้าที่วนอุทยานแห่งนี้ บอกว่าตรงจุดที่นักสำรวจชาวฝรั่ง ได้ตั้งชื่อไว้เป็นพัทยาบีชนั้น จุดบริเวณนี้ตนเรียก โพรงน้ำหรือโถงน้ำ เนื่องจากลักษณะมีหาดทราย เป็นโถงใหญ่ไม่เท่ากับสามโถงที่บรรยายมา ขนาดโถงตรงจุดนี้ก็สักประมาณตึกสองชั้น กว้างสลับแคบ

ตรงจุดนี้ พี่ชูเกียรติบอกว่า มีน้ำซึมไหลลงมาจากด้านบน พาตะกอนทรายมากองจนเป็นหาดทรายเล็กๆ ไม่กว้างมาก มีบ่อน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสองเมตร หน้าแล้งที่อนุญาตให้เข้าไปสำรวจ จะมีน้ำขังเต็มบ่อแต่ไม่ล้น และมีน้ำไหลซึมเข้าตลอด แต่ก็จะซึมหายไป (ลงไปในชั้นหิน รูเล็กๆ) ข้างล่าง

ส่วนใหญ่คนที่เข้าไป เมื่อเดินถึงจะไปล้างหน้าล้างตาที่บ่อน้ำตรงนี้
พี่ชูเกียรติ บอกว่า ถ้าเดินต่อไปมันจะเป็นช่องแคบๆ พอดีตัวถ้ากางแขนออกก็ติดแล้ว พี่ชูเกียรติ จึงไม่ได้เดินไปทุกช่องที่ทางมันแคบและมืด


ความคิดเห็นของผม จากคำสนทนา กับพี่ชูเกียรติ นั้น

แสดงว่า น้ำที่ไหลมาจากทิศเหนือ(ดอยผาหมี) เข้ามาพัทยาบีช เมื่อได้ระดับหนึ่ง ก็จะล้นออกไปทางปากถ้ำ เพราะจุดที่พี่ชูเกียรติ บอกตรงโพรงน้ำหรือ โถงน้ำหรือ พัทยาบีช นั้น จุดนี้มีน้ำไหลออกมาเช่นกัน แต่เมื่อช่องระบายหรือ รูระบาย บริเวณปลายถ้ำนี้ ไม่สามารถ ระบายออกทัน น้ำที่ไหลมาจาก ดอยผาหมี(ทิศเหนือ) น้ำที่ไหลออกมาจากพัทยาบีช (ทิศใต้)

เมื่อมีปริมาณมาก จึงปิดช่องทางเดินหรือเส้นทางเดินที่ต่ำกว่าเส้นทางปกติ ทำให้น้ำมีปริมาณมากจนท่วมบริเวณสามแยก และย้อนหรือสวนทางไหลไปออกปากถ้ำ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ภาพจากอีจัน


เอาล่ะ! ประเมินต่อ


เมื่อวานนี้ ได้เข้าไปร่วมภารกิจ ภายในถ้ำ นำหน่วยพญาเสือ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 16 และ 15 เข้าร่วมช่วยแบกท่อยาง เป็นท่อน้ำเพื่อที่จะนำไปต่อเพื่อเอาน้ำออกมา และสายไฟฟ้า เพื่อเอาไปต่อกับ ซับเมิท (เครื่องสูบน้ำ) ภายในโถงที่ สองมาโถงที่หนึ่ง เพื่อระบายน้ำให้ลดและระบายเร็วขึ้น แข่งกับเวลา

หน่วยของเราเข้าไป เดินได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตร สามารถอธิบายเพิ่มเติม ให้เห็นถึงความยากลำบาก ของ ทุกหน่วยที่เข้าไปร่วมกันช่วยเหลือ น้องๆทั้ง 13 ชีวิตได้ ดังนี้

1.กระแสน้ำ ไหลค่อนข้างแรง

2.ภายในถ้ำ มืดไม่มีแสง แต่เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ทำงาน มีไฟทุกนายพร้อม หลอดเรืองแสง

3.จุดที่อยู่ไม่มีปัญหาเรื่องอากาศ

4.จุดที่ต้องเดินทางต่อ จะต้องใช้เจ้าหน้าที่เฉพาะทางเท่านั้น คนอื่นไม่สามารถ ทำได้

5.เสียงน้ำที่ไหลนั้นดังพอสมควร ข้อนี้ ที่เขียนเพื่อให้ข้อสังเกตว่า ถ้าจุดที่น้องๆ อยู่ถ้ามีน้ำไหลเสียงจะดัง การที่จะส่งสัญญาณ อะไรจากภายนอก ให้น้องๆ ได้ยิน นั้นจะทำได้อยาก

ภาพจากอีจัน

มาดูโพรงน้ำ หรือ โถงน้ำ หรือ พัทยาบีช

บริเวณนี้น่าจะมีความสูง เมื่อเทียบกับระดับน้ำเฉลี่ยภายในถ้ำนั้น ผมวิเคราะห์ ว่า…

1.จุดนี้ เมื่อหาดทรายมีน้ำไหลออกมารวมกัน และเอ่อล้นจนระดับน้ำเสมอกับบริเวณสามแยกแล้ว น้ำก็จะไหลออกไปปากถ้ำ ซึ่งตรงจุดนี้น่าจะมีความสูง น้ำไม่น่าจะท่วม และมีออกซิเจนเพียงพอ ก็ภาวนาให้น้องๆ อยู่ในจุดนี้

และจากการสอบถาม น้องๆ และโค้ช เคยเข้าถ้ำหลายครั้งแล้วน่าจะรู้พื้นที่ดี และรู้ดีว่าจุดพัทยาบีชเป็นจุดที่น้ำไม่ท่วม

ประกอบกับ น้องๆ ทั้ง 12 คน มีโค้ชไปด้วย น่าจะมีการควบคุมดูแล และ นำทางไม่ให้น้องๆ แยกหรือ แตกออกไปคนละทาง ผมมีความเห็นว่า น้องๆ น่าจะอยู่รวมกัน และขอให้เป็นอย่างนั้น

ภาพจากอีจัน
สรุป! การค้นหา ขณะนี้แบ่งออกเป็นสองทีม

1 หน่วยซีล ค้นหาตามเส้นทางภายในถ้ำ ไปทางทิศใต้ มุ่งเป้าหมายไปจุดที่คาดว่าน้องๆทั้ง 13 คนอยู่ คือ โพรงน้ำ หรือ โถงน้ำ หรือ พัทยาบีช ซึ่งขณะนี้ เวลานี้ หน่วยซีลน่าจะถึง โถงสาม แล้ว

2.ทีม ผบ. ตร. สำรวจบริเวณ ดอยผาหมี ค้นปล่องถ้ำด้านบน สันนิษฐานว่าปล่องที่พบน่าจะต่อกับโพรงถ้ำผาหมีที่คิดว่าถ้าน้องๆ ไปทางทิศเหนือ ต้องอยู่บริเวณนี้แน่นอน



การปฏิบัติหน้าที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติสนับสนุนกำลังทุกภาค ได้กระจายกำลังเป็นชุดนำทาง บริเวณโดยรอบ ยกเว้นในถ้ำที่เข้าช่วยเหลือน้องๆ เพราะบริเวณจุดนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สนับสนุนกำลัง ในการขนย้าย อุปกรณ์เครื่องสูบน้ำเท่านั้น

ภาพจากอีจัน
และในวันนี้ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 ถ้านับวัน ได้ 6 วัน กับอีก 22ชั่วโมง อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้ 7 วัน นั้น

คงยากต่อความรู้สึกของทุกคน โดยเฉพาะ พ่อแม่ ญาติ คนสนิท และผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็รอคอยเวลาที่จะพบตัวน้องๆทั้ง 13 คนแล้ว ถึงแม้จะยังออกมาไม่ได้ก็ตาม

การทุ่มเทของเจ้าหน้าที่และประชนที่รวมพลังกันเพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เป็นอีกประเด็นที่ทำให้ ตื้นตันใจ

หวังสุดใจ… ว่าเราจะได้ข่าวดี
บทความวิเคราะห์ โดย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักพื้นที่อนุรักษ์พื้นที่ 10 (อุดรธานี)